พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,873 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดให้มีการพนันต้องมีเจตนาหวังผลประโยชน์ส่วนตัว หากไม่มีเจตนาดังกล่าว ถือว่าไม่มีความผิด
กรณีที่จัดให้มีการเล่นพะนันประเภทต้องขออนุญาตเล่นได้นั้น จะต้องจัดขึ้นเพื่อหวังประโยชน์แก่ผู้จัด จึงมีผิด
ฟ้องหาว่า จำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพะนันไพ่ผ่อง ต้องระบุว่า จำเลยจัดขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ตน มิฉะนั้นลงโทษจำเลยไม่ได้
ฟ้องหาว่า จำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพะนันไพ่ผ่อง ต้องระบุว่า จำเลยจัดขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ตน มิฉะนั้นลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดให้มีการพนันต้องมุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตัว ฟ้องต้องระบุเจตนา
กรณีที่จัดให้มีการเล่นพนันประเภทต้องขออนุญาตเล่นได้นั้น จะต้องจัดขึ้นเพื่อหวังประโยชน์แก่ผู้จัด จึงมีผิด
ฟ้องหาว่า จำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันไพ่ผ่องต้องระบุว่า จำเลยจัดขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ตน มิฉะนั้นลงโทษจำเลยไม่ได้
ฟ้องหาว่า จำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันไพ่ผ่องต้องระบุว่า จำเลยจัดขึ้นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ตน มิฉะนั้นลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมีข้าวในครอบครองโดยไม่แจ้งคณะกรรมการฯ ไม่เป็นความผิด หากไม่มีประกาศให้แจ้ง
การมีข้าวไว้ในครอบครองจะมีความผิดต่อเมื่อได้มีประกาศของคณะกรรมการฯ ซึ่งประกาศให้ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ แล้วผู้มีข้าวไม่ไปแจ้ง เพื่อขอรับอนุญาตให้มีภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศนั้น เมื่อฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่าได้มีประกาศของคณะกรรมการเกี่ยวแก่เรื่องนี้แล้ว ฟ้องของโจทก์จึงไม่แสดงให้เห็นเป็นความผิด ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมีข้าวไว้ในครอบครองโดยไม่แจ้ง ปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการฯ จึงเป็นความผิด
การมีข้าวไว้ในครอบครอง จะมีความผิดต่อเมื่อได้มีประกาศของคณะกรรมการ ฯ ซึ่งประกาศให้ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ แล้วผู้มีข้าวไม่ไปแจ้ง เพื่อขอรับอนุญาตให้มีภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศนั้น ฟ้องของโจทก์ไม่ปรากฏว่าได้มีประกาศของคณะกรรมการเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว ฟ้องของโจทก์จึงไม่แสดงให้เห็นเป็นความผิด ลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งปริมาณข้าว: ไม่จำต้องระบุสถานะผู้ค้าข้าวในการฟ้อง
ความผิดฐานไม่แจ้งปริมาณสถานที่เก็บข้าวนั้น ฟ้องไม่จำเป็นต้องระบุว่าจำเลยเป็นผู้ค้าข้าวหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 770/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานไม่แจ้งปริมาณข้าว ไม่จำต้องระบุว่าเป็นผู้ค้าข้าว
ความผิดฐานไม่แจ้งปริมาณสถานที่เก็บข้าวนั้น ฟ้องไม่จำเป็นต้องระบุว่าจำเลยเป็นผู้ค้าข้าวหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำในคดีอาญา: ผลของการขาดข้อเท็จจริงสำคัญในฟ้องเดิม และการระงับสิทธิฟ้อง
คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยจนเสร็จสำนวนและนัดตัดสิน ถือว่าได้มีการพิจารณาในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว
หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นส่วนหนึ่ง เมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)
หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นส่วนหนึ่ง เมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้วสิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำในความผิดเดิม แม้เพิ่มที่เกิดเหตุ ศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากสิทธิฟ้องระงับ
คดีก่อนศาลชั้นต้นได้พิจารณาสืบพะยานโจทก์จำเลยจนเสร็จสำนวน และนัดตัดสิน ถือว่าได้มีการพิจารณาในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว
หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้น ส่วนหนึ่งเมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิด ซึ่งได้ฟ้องแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39 (4) .
หากปรากฏว่าในฟ้องมิได้ระบุที่เกิดเหตุ การกระทำผิดที่ไหนนับเนื่องว่าเป็นความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้น ส่วนหนึ่งเมื่อขาดข้อเท็จจริงอันสำคัญไปเช่นนี้ ต้องยกฟ้อง คู่ความมิได้อุทธรณ์คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกได้ว่า มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิด ซึ่งได้ฟ้องแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้อง ย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 39 (4) .
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีอาญา: การบรรยายฟ้องที่ทำให้เข้าใจถึงความเสียหาย
ข้อความที่โจทก์ได้บรรยายมาในฟ้องในความผิดฐานปลอมหนังสือนั้นเมื่ออ่านแล้วเข้าใจได้ว่า การกระทำของจำเลยกระทำให้โจทก์ต้องเสียหายหรือ อาจเกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ ทั้งจำเลยก็เข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้ ฟ้องของโจทก์ย่อมสมบูรณ์ โจทก์ไม่จำเป็นต้องบรรยายฟ้องทุกๆ คำจนครบถ้วนตามตัวบทกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 755/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร ความเสียหาย หรือความอาจเสียหายเพียงพอให้ฟ้องสมบูรณ์
ข้อความที่โจทก์ได้บรรยายว่า ในฟ้องในความผิดฐานปลอมหนังสือนั้น เมื่ออ่านแล้วเข้าใจได้ว่า การกระทำของจำเลยกระทำให้โจทก์ต้องเสียหาย หรืออาจเกิดความเสียหายแก่โจทก์ได้ ซึ่งจำเลยก็เข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้ ฟ้องของโจทก์ย่อมสมบูรณ์ โจทก์ไม่จำเป็นต้องบรรยายทุก ๆ คำจนครบถ้วนตามตัวบทกฎหมาย