พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,873 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องอาญาฐานพนัน: โจทก์ต้องพิสูจน์ข้อกล่าวหาให้ตรงตามฟ้อง แม้จำเลยรับสารภาพฐานลูกค้าก็ต้องพิสูจน์เจ้ามือ/หัวเบี้ย
ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้ามือหรือหัวเบี้ยในการเล่นโปปั่นได้ความว่าจำเลยเป็นลูกค้าก็ลงโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องอาญาฐานพนัน: โจทก์ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามฟ้อง แม้จำเลยรับว่าเป็นลูกค้า
ฟ้องว่าจำเลยเป็นเจ้ามือหรือหัวเบี้ยในการเล่นโปปั่นได้ความว่าจำเลยเป็นลูกค้าก็ลงโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานที่เกิดเหตุในฟ้องอาญา การอ้างอิงข้ามข้อต้องชัดเจน การระบุสถานที่เกิดเหตุเป็นองค์ประกอบสำคัญของฟ้อง
ฟ้องโจทก์ข้อ 1 กล่าวถึงทรัพย์หายและสถานที่ที่ทรัพย์หาย ฟ้องข้อ 2 หาว่าจำเลยรับของโจร อ้างวันเวลาเกิดเหตุในข้อ 1 แต่มิได้อ้างสถานที่เกิดเหตุด้วย ดังนี้จะฟังว่าโจทก์ได้อ้างรวมถึงสถานที่เกิดเหตุด้วยนั้นไม่ได้ ถือว่าฟ้องไม่ระบุที่เกิดเหตุ ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุสถานที่เกิดเหตุในฟ้องอาญา หากฟ้องไม่ชัดเจนถือเป็นฟ้องไม่สมบูรณ์
ฟ้องโจทก์ข้อ 1 กล่าวถึงทรัพย์หายและสถานที่ที่ทรัพย์หายฟ้องข้อ 2 หาว่าจำเลยรับของโจร อ้างวันเวลาเกิดเหตุในข้อ 1 แต่มิได้อ้างสถานที่เกิดเหตุด้วยดังนี้จะฟังว่าโจทก์ได้อ้างรวมถึงสถานที่เกิดเหตุด้วยนั้นไม่ได้ ถือว่าฟ้องไม่ระบุที่เกิดเหตุ ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสมคบกันเรียกรับสินบนและปลอมแปลงเอกสารราชการ โดยจำเลยมีหน้าที่ออกบัตรอนุญาต
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 สมคบกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ออกบัตร์ให้กรรมกรหยุดงานได้โดยมิได้กล่าวในฟ้องด้วยว่า จำเลยที่ 2 มีอำนาจออกบัตร์นั้นด้วย ดังนี้ศาลก็คงลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานสมรู้กับจำเลยที่ 1 ได้
ฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยรับเงินไว้เป็นสินน้ำใจ ตอนหลังว่าเป็นสินบน ดังนี้ไม่ใช่ฟ้องเคลือบคลุม
เมื่อได้ความว่า จำเลยมีอำนาจออกบัตร์ให้กรรมกรหยุดงานเพราะป่วยได้แล้ว แม้ปรากฏว่าจำเลยได้ทำเตรียมบัตร์นั้นไว้ก่อนได้รับมอบตัวกรรมกรก็ตาม จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานปลอมหนังสือในตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้ง แต่มิได้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนี้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
ฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยรับเงินไว้เป็นสินน้ำใจ ตอนหลังว่าเป็นสินบน ดังนี้ไม่ใช่ฟ้องเคลือบคลุม
เมื่อได้ความว่า จำเลยมีอำนาจออกบัตร์ให้กรรมกรหยุดงานเพราะป่วยได้แล้ว แม้ปรากฏว่าจำเลยได้ทำเตรียมบัตร์นั้นไว้ก่อนได้รับมอบตัวกรรมกรก็ตาม จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานปลอมหนังสือในตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้ง แต่มิได้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนี้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสมรู้ร่วมคิดรับสินบน เจ้าพนักงานออกบัตรโดยมิชอบ และความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 สมคบกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ออกบัตรให้กรรมกรหยุดงานได้โดยมิได้กล่าวในฟ้องด้วยว่า จำเลยที่ 2 มีอำนาจออกบัตรนั้นด้วย ดังนี้ศาลก็คงลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานสมรู้กับจำเลยที่ 1 ได้
ฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยรับเงินไว้เป็นสินน้ำใจตอนหลังว่าเป็นสินบน ดังนี้ไม่ใช่ฟ้องเคลือบคลุม
เมื่อได้ความว่า จำเลยมีอำนาจออกบัตรให้กรรมกรหยุดงานเพราะป่วยได้แล้ว แม้ปรากฏว่าจำเลยได้ทำเตรียมบัตรนั้นไว้ก่อนได้รับมอบตัวกรรมกรก็ตาม จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานปลอมหนังสือในตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้ง แต่มิได้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนี้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
ฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยรับเงินไว้เป็นสินน้ำใจตอนหลังว่าเป็นสินบน ดังนี้ไม่ใช่ฟ้องเคลือบคลุม
เมื่อได้ความว่า จำเลยมีอำนาจออกบัตรให้กรรมกรหยุดงานเพราะป่วยได้แล้ว แม้ปรากฏว่าจำเลยได้ทำเตรียมบัตรนั้นไว้ก่อนได้รับมอบตัวกรรมกรก็ตาม จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานปลอมหนังสือในตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้ง แต่มิได้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนี้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานส่งออกข้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลฎีกาตัดสินว่าเฉพาะของที่ใช้ในการกระทำความผิดจึงริบได้
กระสอบใส่ข้าวส่งออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นของเนื่องด้วยความผิดต้องริบ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เรือแจวเป็นพาหนะขนของออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ไม่ระบุขนาดเรือนั้นจะริบเรือไม่ได้ และจะริบแจวซึ่งเป็นอุปกรณ์การเดินเรือไม่ได้ด้วย
ของที่จับได้ในเรือขนของออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นความผิดนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าเนื่องด้วยความผิดอย่างไรแล้วริบไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เรือแจวเป็นพาหนะขนของออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ไม่ระบุขนาดเรือนั้นจะริบเรือไม่ได้ และจะริบแจวซึ่งเป็นอุปกรณ์การเดินเรือไม่ได้ด้วย
ของที่จับได้ในเรือขนของออกนอกราชอาณาจักรอันเป็นความผิดนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าเนื่องด้วยความผิดอย่างไรแล้วริบไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในความผิดส่งออกข้าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาต: หลักเกณฑ์การพิจารณาความเชื่อมโยงของสิ่งของกับความผิด
กระสอบใส่ข้าวส่งออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นของเนื่องด้วยความผิดต้องริบ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เรือแจวเป็นพาหนะขนของออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ไม่ระบุขนาดเรือนั้น จะริบเรือไม่ได้ และจะริบแจวซึ่งเป็นอุปกรณ์การเดินเรือไม่ได้ด้วย
ของที่จับได้ในเรือขนของออกนอกราชอาณาจักร์อันเป็นความผิดนั้น เมื่อไม่ปรากฎว่าเนื่องด้วยความผิดอย่างไรแล้ว ริบไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เรือแจวเป็นพาหนะขนของออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ไม่ระบุขนาดเรือนั้น จะริบเรือไม่ได้ และจะริบแจวซึ่งเป็นอุปกรณ์การเดินเรือไม่ได้ด้วย
ของที่จับได้ในเรือขนของออกนอกราชอาณาจักร์อันเป็นความผิดนั้น เมื่อไม่ปรากฎว่าเนื่องด้วยความผิดอย่างไรแล้ว ริบไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องความผิดเจ้าพนักงานที่เรียกทรัพย์สินและรับสินน้ำใจ/สินบน ศาลต้องชี้ขาดความผิดตามข้อเท็จจริง
โจทก์บรรยายฟ้องตอนต้นว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่ทางทุจจริตบังคับให้เขาส่งทรัพย์ และในตอนหลังว่า จำเลยรับทรัพย์เหล่านั้นไว้เป็นสินบนหรือสินน้ำใจทางกฎหมายลักษณะอาญา ม.136,137,138 เป็นบทลงโทษดังนี้ ศาลฟังลงโทษตามที่บทพิจารณา ได้ความได้ไม่ถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 491/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดเจ้าพนักงานใช้อำนาจเรียกทรัพย์สิน และรับสินน้ำใจ/สินบน ศาลชี้ขาดความผิดตามฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องตอนต้นว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่ทางทุจริตบังคับให้เขาส่งทรัพย์ และในตอนหลังว่า จำเลยรับทรัพย์เหล่านั้นไว้เป็นสินบนหรือสินน้ำใจอ้างกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136, 137,138 เป็นบทลงโทษดังนี้ ศาลฟังลงโทษตามบทที่พิจารณาได้ความได้ ไม่ถือว่าเป็นฟ้องเคลือบคลุม