คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.อ. ม. 227

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,185 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งความเท็จ - พยานหลักฐานไม่เพียงพอ - คำให้การขัดแย้งไม่ชัดเจน
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไมได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1314/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแจ้งความเท็จ – พยานหลักฐานไม่เพียงพอ – ไม่สามารถพิสูจน์คำให้การเท็จได้
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยแจ้งความเท็จ จำเลยปฏิเสธ ทางพิจารณามีปลัดอำเภอพยานปากเดียวเบิกความว่า คำให้การที่จำเลยให้ไว้ชั้นสอบสวนไม่ตรงกับถ้อยคำที่จำเลยเบิกความเป็นพยานต่อศาล ทั้งไม่ได้ยืนยันว่าคำให้การของจำเลยอันไหนเป็นความจริงอันไหนเป็นความเท็จ เพียงเท่านี้จะชี้ขาดว่าคำให้การจำเลยที่ให้การไว้ชั้นสอบสวนเป็นความเท็จยังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานบาดแผลสาหัส ศาลต้องเปิดโอกาสให้โจทก์สืบพยาน แม้จำเลยและผู้เสียหายจะให้การไม่สอดคล้องกัน
ฟ้องหาว่าจำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัส ประกอบด้วยทุกข์เวทนากล้าเกินกว่า 20 วัน แพทย์ลงความเห็นว่าบาดแผลสาหัสมากน่ากลัวอันตราย รักษาประมาณ 1 เดือน จำเลยรับสารภาพ แม้ผู้เสียหายกับจำเลยแถลงต้องกันว่ารักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 14 วันก็หาย โจทก์ไม่คัดค้านแต่จะขอสืบพยานว่าเป็นบาดแผลสาหัส ดังนี้ ศาลต้องให้โจทก์นำสืบ จะสั่งงดไม่สบพยานเสียไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์บาดแผลสาหัส: ศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานโจทก์ แม้จำเลยและผู้เสียหายให้การต่างกัน
ฟ้องหาว่าจำเลยใช้มีดแทงผู้เสียหายบาดเจ็บสาหัสประกอบด้วยทุกข์เวทนากล้าเกินกว่า 20 วัน แพทย์ลงความเห็นว่าบาดแผลสาหัสมากน่ากลัวอันตราย รักษาประมาณ 1 เดือนจำเลยรับสารภาพแม้ผู้เสียหายกับจำเลยแถลงต้องกันว่ารักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 14 วันก็หาย โจทก์ไม่คัดค้านแต่จะขอสืบพยานว่าเป็นบาดแผลสาหัสดังนี้ ศาลต้องให้โจทก์นำสืบ จะสั่งงดไม่สืบพยานเสียไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานไม่เพียงพอ ชี้ขาดลงโทษจำเลยในคดีปล้นทรัพย์ฆ่าคนตายไม่ได้
ในคดีอาญาหาว่าปล้นทรัพย์ฆ่าคนตายนั้น เมื่อพยานบุคคลที่โจทก์นำสิบเบิกความแตกต่างขัดกับเหตุผลเชื่อฟังเป็นจริงไม่ได้คดีของโจทก์คงยังมีคำรับของจำลเยชั้นสอบสวนกับว่าจับของกลางบางอย่างได้จากบ้านเรือนของจำเลย แต่เพียงเท่านี้ยังไม่พอจะชี้ขาดลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หลักฐานที่ไม่เพียงพอต่อการลงโทษอาญา – พยานขัดแย้งและคำรับชั้นสอบสวนที่ไม่น่าเชื่อถือ
ในคดีอาญาหาว่าปล้นทรัพย์ฆ่าคนตายนั้น เมื่อพยานบุคคลที่โจทก์นำสืบเบิกความแตกต่างขัดกับเหตุผลเชื่อฟังเป็นจริงไม่ได้ คดีของโจทก์คงยังมีคำรับของจำเลยชั้นสอบสวนกับว่าจับของกลางบางอย่างได้จากบ้านเรือนของจำเลย แต่เพียงเท่านี้ยังไม่พอจะชี้ขาดลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจตามประกาศคณะกรรมการค้าข้าว: การพิสูจน์แหล่งที่มาของประกาศที่ใช้บังคับเป็นองค์ความผิดสำคัญ
ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดจะใช้บังคับได้ ต้องปรากฎว่าคณะกรรมการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ได้ให้อำนาจไว้ ประกาศให้อำนาจของคณะกรรมการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวดังกล่าวไม่ใช่เป็นข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำอันหนึ่งในการกระทำทั้งหลายที่เป็นองค์ความผิด ซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้ง
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฝ่าฝืนประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะกรรมการปฏิบัติตามการ พ.ร.บ.การค้าข้าว แต่ในฟ้องตอนต้นปรากฎว่าประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนมกราคม 2490 แต่ตามสำเนาประกาศท้ายฟ้องอ้างว่าอาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนกรกฎาคม 2490 ดังนี้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะไม่รู้แน่ว่า ประกาศของพนักงาน ที่โจทก์หาว่าจำเลยฝ่าฝืน ออกมาโดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการฉะบับใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์อำนาจของประกาศเจ้าหน้าที่: การที่โจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าประกาศที่อ้างถึงอ้างอิงจากประกาศคณะกรรมการฉบับใด ทำให้ศาลไม่สามารถลงโทษจำเลยได้
ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดจะใช้บังคับได้ ต้องปรากฏว่าคณะกรรมการปฏิบัติการตามพ.ร.บ.การค้าข้าว ได้ให้อำนาจไว้ ประกาศให้อำนาจของคณะกรรมการปฏิบัติการตามพ.ร.บ.การค้าข้าวดังกล่าวไม่ใช่เป็นข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำอันหนึ่งในการกระทำทั้งหลายที่เป็นองค์ความผิดซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้ง
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฝ่าฝืนประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะกรรมการปฏิบัติการตามพ.ร.บ.การค้าข้าวแต่ในฟ้องตอนต้นปรากฏว่าประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉบับเดือนมกราคม 2490แต่ตามสำเนาประกาศท้ายฟ้องอ้างว่าอาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉบับเดือนกรกฎาคม 2490 ดังนี้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะไม่รู้แน่ว่า ประกาศของพนักงาน ที่โจทก์หาว่าจำเลยฝ่าฝืนนั้น ออกมาโดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการฉบับใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1340/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำให้การนอกเขตอำนาจสอบสวน ไม่ถือเป็นคำรับสารภาพ
จำเลยได้กระทำผิดในท้องที่หนึ่ง แล้วจำเลยเข้าไปหาพนักงานสอบสวนอีกเขตหนึ่งซึ่งไม่มีอำนาจให้เป็นผู้สอบสวนจดคำให้การของตนเช่นนี้ จะถือคำให้การของจำเลยนั้นเป็นคำรับของจำเลย ชั้นสอบสวนไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปฏิเสธข้อกล่าวหาและการพิสูจน์ความเท็จของคำแจ้งความ จำเลยให้การปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ความเท็จ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแจ้งปริมาณข้าวซึ่งอยู่ในความครอบครองของจำเลยเป็นเท็จ ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นกสิกรได้รับยกเว้นไม่ต้องแจ้งปริมาณข้าว ทั้งข้อความที่จำเลยแจ้งต่อเจ้าพนักงานก็เป็นความจริง ดังนี้จะฟังว่าจำเลยให้การรับตามฟ้องไม่ได้ กลับแสดงให้เห็นชัดว่าจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหา จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่าคำแจ้งความของจำเลยเป็นเท็จ เมื่อโจทก์ไม่สืบพยาน ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้
of 119