คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.อ. ม. 227

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,185 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบุกรุกที่ดิน: สิทธิครอบครองที่ไม่สมบูรณ์และการเป็นที่ราชพัสดุ ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท แต่โจทก์ไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินมาแสดง อีกทั้งทางราชการก็ยังโต้แย้งสิทธิในที่ดินพิพาทของโจทก์อยู่พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอรับฟังว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามกฎหมาย จึงรับฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2535

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ลักทรัพย์: พฤติการณ์พิรุธ, พยานเบิกความน่าเชื่อถือ, การคืนกระเป๋าเงินที่มีผู้รู้เห็น
การที่จำเลยเก็บกระเป๋าเงินของโจทก์ร่วมได้แล้วแอบเปิดดูในลักษณะปกปิดซ่อนเร้น เมื่อถูกถามก็ปฏิเสธว่าเป็นกระเป๋าเปล่าทั้ง ๆ ที่ในกระเป๋าเงินดังกล่าวมีเงินอยู่ รวมตลอดถึงการที่จำเลยแอบเปิดซิป กระเป๋าแล้วมีอาการหน้าตื่นและเดินหลบเลี้ยวอ้อมไปข้างรถโดยไม่ไปขนปูนตามที่มีผู้ว่าจ้างนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นข้อพิรุธที่ส่อแสดงความไม่สุจริตของจำเลยทั้งสิ้น ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบคำเบิกความของโจทก์ร่วมที่ว่า กระเป๋าเงินที่จำเลยคืนให้นั้นซิป ถูกเปิดแย้มไว้ขณะตรวจพบว่าสร้อยคอทองคำหายไปจำเลยก็ออกจากที่เกิดเหตุไปแล้ว จึงเชื่อว่า จำเลยได้เอาสร้อยคอทองคำของโจทก์ร่วมไปจริง และเหตุที่จำเลยต้องคืนกระเป๋าเงินและเงินในกระเป๋าให้แก่โจทก์ร่วมก็เพราะว่า ขณะจำเลยเก็บกระเป๋าเงินของโจทก์ร่วมได้นั้น มี ส. ร่วมรู้เห็นอยู่ด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1425/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำเบิกความผู้ร่วมกระทำผิด: การรับฟังพยานหลักฐานในคดีอาญา
คดีมี ว.เป็นประจักษ์พยานที่รู้เห็นการกระทำผิดของจำเลยเพียงปากเดียว แต่ว.เองก็ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาความผิดฐานเดียวกันกับจำเลย ว.จึงอยู่ในฐานะผู้ร่วมกระทำผิดกับจำเลย คำเบิกความของ ว.มีลักษณะเป็นคำซัดทอด ที่ปกติลำพังแต่คำเบิกความของพยานดังกล่าวจะรับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ว.เบิกความในคดีนี้เป็นพยานโจทก์หลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก ว.ไปแล้ว การเบิกความของ ว.ว่าจำเลยร่วมเป็นคนร้ายลักทรัพย์หาได้มีเหตุจูงใจที่จะเบิกความเพื่อให้ตนพ้นผิดหรือได้รับประโยชน์จากการเบิกความของตนไม่ จึงไม่ต้องห้ามที่จะรับฟังคำเบิกความของ ว.เสียเลย ส่วนจะรับฟังได้เพียงใดหรือไม่จะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1425/2535

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำเบิกความผู้ร่วมกระทำผิด: การรับฟังพยานหลักฐานประกอบกับพยานหลักฐานอื่นเพื่อพิสูจน์ความผิด
การเบิกความของ ว. พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกันกับจำเลยที่ 2 และถูกพิพากษาลงโทษไปแล้วในข้อหาความผิดฐานเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ที่ระบุว่า จำเลยที่ 2 ร่วมเป็นคนร้ายลักทรัพย์ หาได้มีเหตุจูงใจที่จะเบิกความเพื่อให้ตนพ้นผิดหรือได้รับประโยชน์จากการเบิกความของตนไม่ จึงไม่ต้องห้ามที่จะรับฟังคำเบิกความของ ว. เสียเลย ส่วนจะรับฟังได้เพียงใดหรือไม่นั้นจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวังประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของโจทก์.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2535

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานยืนยันตัวจำเลยร่วมชิงทรัพย์ฆ่าผู้อื่น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวัน แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยยิงผู้ตาย แต่โจทก์มีพยานเห็นเหตุการณ์เกี่ยวกับจำเลยในวันเกิดเหตุหลายคนโดยก่อนเกิดเหตุมีพยานเห็นจำเลยกับพวกนั่งรถไปกับผู้ตาย หลังเกิดเหตุมีพยานเห็นจำเลยกับพวกขับรถออกมาจากที่เกิดเหตุ นอกจากนี้เมื่อพยานโจทก์พบผู้ตายถูกยิงนอนอยู่ ผู้ตายบอกว่าถูกนายสมบัติกับพวกหลอกมาใช้อาวุธปืนยิงชิงเอารถไป ขอให้ไปบอกมารดาผู้ตายด้วยและได้บอกด้วยว่าตนจะต้องตายแน่ ขณะนำผู้ตายขึ้นรถเพื่อไปส่งโรงพยาบาลผู้ตายร้องว่าโอ๊ย ไม่ไหวแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ตายคงรู้ตัวว่าต้องตายแน่ พยานโจทก์ได้บันทึกคำบอกเล่าของผู้ตายไว้ ดังนี้คำบอกเล่าของผู้ตายว่านายสมบัติเป็นคนร้ายรับฟังได้ และเมื่อฟังประกอบกับพยานโจทก์ที่เห็นเหตุการณ์เกี่ยวกับจำเลยแล้ว ทำให้น่าเชื่อว่านายสมบัติที่ผู้ตายระบุชื่อนั้น คือจำเลย ทั้งในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ และนำชี้ที่เกิดเหตุ คำให้การมีรายละเอียดต่าง ๆทั้งมูลเหตุที่จะกระทำความผิดเหตุการณ์ก่อนวันเกิดเหตุ ในวันเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ ซึ่งหากจำเลยไม่ให้การด้วยความสมัครใจแล้วคงจะไม่มีรายละเอียดดังกล่าว พยานหลักฐานของโจทก์จึงฟังได้โดยแจ้งชัดปราศจากสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 994/2535

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ลักทรัพย์ในสถานที่ทำงาน พยานหลักฐานเชื่อมโยงจำเลย การรอการลงโทษจากพฤติการณ์และผู้เสียหายไม่ติดใจ
โจทก์มี ธ.พ. และ ก. ซึ่งเป็นครูโรงเรียนเดียวกับจำเลยเบิกความตรงกันว่า จำเลยได้รับกับพยานว่าได้เอาเงินของผู้เสียหายไปและได้ทำบันทึกตามเอกสารหมาย จ.4 ต่อหน้าพยานทั้งสาม และมีครูโรงเรียนเดียวกับจำเลยรู้เห็นอยู่ด้วยว่าขณะเข้าไปดื่มน้ำในห้องที่เกิดเหตุ จำเลยได้หยิบเงินในกระเป๋าของผู้เสียหายไปและจากคำเบิกความของ อ.และส.ว่า ก่อนเกิดเหตุจำเลยเข้าไปดื่มน้ำในห้องที่เกิดเหตุตรงกับข้อเท็จจริงในบันทึกเอกสารหมาย จ.4และจำเลยนำเงินไปคืนไว้ที่โต๊ะ ส.เพื่อคืนให้ผู้เสียหายในลักษณะแอบแฝง พยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีที่โจทก์นำสืบบ่งชี้ให้เห็นชัดปราศจากสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักเอาเงินของผู้เสียหายไปจริง พยานหลักฐานโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อนแต่ได้ความว่าจำเลยมีลักษณะบกพร่องทางจิตใจชอบอยากได้ของคนอื่นประกอบกับจำเลยได้นำเงินที่ยังไม่ได้คืนมาคืนให้ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว และผู้เสียหายได้ยื่นคำร้องว่าไม่ติดใจดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไป สมควรให้โอกาสจำเลยได้กลับตนเป็นพลเมืองที่ดีต่อไป โดยรอการลงโทษจำเลยไว้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 886/2535

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจับกุมและการพิสูจน์ความผิดฐานมีอาวุธปืน โดยพิจารณาจากพฤติการณ์และพยานหลักฐานที่ไม่สอดคล้องกัน
การที่จำเลยถูกจับกุมโดยไม่ทันรู้ตัว หากจำเลยเป็นเจ้าของอาวุธปืนสั้นจริง จำเลยน่าจะพกติดตัวไว้หรือเหวี่ยงอาวุธปืนสั้นทิ้งเมื่อจวนตัว จึงไม่มีเหตุผลอันใดที่จำเลยจะต้องนั่งทับอาวุธปืนสั้นไว้ดังที่โจทก์นำสืบ นอกจากนี้จำเลยก็มีอาวุธปืนลูกซองยาวชนิดกึ่งอัตโนมัติบรรจุ 5 นัด ซึ่งมีอานุภาพร้ายแรงไว้ป้องกันตัวอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีอาวุธปืนสั้นอีก และถ้าจำเลยถูกจับพร้อมอาวุธปืนสั้นจริงจำเลยน่าจะรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐานของกลางเช่นเดียวกับอาวุธปืนยาว แต่จำเลยกลับให้การปฏิเสธตั้งแต่ในชั้นจับกุมตลอดมาจนชั้นสอบสวน พยานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักมั่นคงที่จะฟังว่าสินตำรวจตรี ป.กับพวกได้จับกุมจำเลยพร้อมกับอาวุธปืนสั้นซึ่งบรรจุกระสุน 3 นัด รูปคดีมีเหตุสงสัยตามสมควร ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสองจำเลยไม่มีความผิดฐานมีอาวุธปืนสั้นโดยมีได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนสั้นโดยไม่มีใบอนุญาต

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2535

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับของโจร: การพิสูจน์เจตนาของผู้รับของกลาง จำเลยปฏิเสธการรับสารภาพในชั้นจับกุม จึงใช้ยันไม่ได้
เจ้าพนักงานตำรวจผู้จับแจ้งข้อหาจำเลยว่ากระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร คำให้การรับสารภาพของจำเลยตลอดข้อหา ในบันทึกการจับกุมโดยไม่ระบุว่ารับสารภาพฐานใดนั้น เมื่อจำเลยปฏิเสธในชั้นศาลว่าไม่ได้ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม จึงใช้ยันจำเลยไม่ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 817/2535

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานไม่น่าเชื่อถือ-คำเบิกความขัดแย้ง-ไม่มีการชี้ตัว-ศาลยกฟ้องคดีอาญา
หลังเกิดเหตุผู้เสียหายไม่ได้แจ้งความและมิได้บอกตำหนิรูปพรรณของคนร้ายต่อเจ้าพนักงานตำรวจ หลังจากเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยทั้งสองได้แล้ว เจ้าพนักงานตำรวจเอาเสื้อ 3 ตัว ให้ผู้เสียหายดู มีอยู่ตัวหนึ่งเป็นเสื้อลายสก๊อต สีชมพูน้ำเงินเหมือนเสื้อของคนร้ายหลังจากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจได้สอบถามถึงตำหนิรูปพรรณของคนร้ายผู้เสียหายจึงได้บอกว่าคนร้ายคนหนึ่งผิวดำมีรอยสัก ที่แขนและหน้าอกอีกคนผิวขาวมีแผลเป็นที่ริมฝีปากหรือที่เรียกว่าคนปากแหว่ง ตำหนิรูปพรรณคนร้ายและเสื้อของคนร้ายนี้กล่าวอ้างขึ้นหลังจับ คนร้ายทั้งสองได้แล้ว จึงมีน้ำหนักน้อยเพราะง่ายต่อการที่จะอ้าง ขึ้นได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2535

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานเชื่อมโยงจำเลยกระทำอนาจารและบุกรุก โดยมีร่องรอยบาดแผลและเสียงร้องขอความช่วยเหลือยืนยัน
โจทก์มีโจทก์ร่วมเป็นประจักษ์พยานยืนยันว่าจำเลยกอดปล้ำโจทก์ร่วมในตอนกลางวัน โจทก์ร่วมได้แจ้งความไว้ และมีพยานแวดล้อมโดยคืนเดียวกันโจทก์ร่วมเห็นมือคนลอดบานเกร็ด ช่องลมเหนือประตูบ้านเข้ามาและดึงมือกลับไป รุ่งขึ้นโจทก์ร่วมพบรอยหยด เลือดที่พื้นหน้าบ้านและรอยเลือดที่เกิดจากการสะบัดที่ผนังบ้านกับพบจำเลยมีแผลที่มือ จึงไปแจ้งความไว้อีก พนักงานสอบสวนยืนยันคำของโจทก์ร่วม มีพยานอีกสองปากได้ยินเสียงผู้หญิงร้องในตอนกลางวันของวันเกิดเหตุ กับมีพยาบาล ผู้ทำแผลให้จำเลยในคืนเกิดเหตุเป็นพยานว่า จำเลยรับว่าถูกกระจกบาดมือ ดังนี้พยานหลักฐานโจทก์มี เหตุผลเชื่อมโยง ชี้ให้เห็นว่าจำเลยเป็นคนร้าย.
of 119