คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.อ. ม. 227

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,185 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข่มขืนกระทำชำเรา, พยานเบิกความยืนยัน, จำเลยร่วมกระทำความผิด, ศาลเชื่อถือพยานหลักฐาน
ผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 16 ปี ถูกคนร้ายหลายคนผลัดเปลี่ยนกันข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้อาวุธปืนขู่เข็ญและใช้กำลังประทุษร้ายชกต่อยให้ผู้เสียหายยินยอมให้กระทำชำเรา ในสภาพเช่นนั้นผู้เสียหายย่อมจำคนร้ายไม่ได้ทั้งหมด แต่เฉพาะจำเลยซึ่งเป็นคนร้ายที่คุมตัวผู้เสียหายลงไปปัสสาวะข้างล่างเมื่อผู้เสียหายวิ่งหนีได้ไล่จับเป็นคนร้ายที่จับผู้เสียหายกดน้ำ ต่อย ท้อง และเอาผู้เสียหายขึ้นไปข่มขืนกระทำชำเรา โดยในระหว่างข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยยังได้ลุกจากตัวผู้เสียหายไปถีบ ด. ตก จากบันไดกระต๊อบด้วย การที่ผู้เสียหายจำจำเลยได้จึงมิใช่เรื่องผิดปกติวิสัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 329/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานจากคำให้การของผู้เสียหายและการชี้ตัวผู้ต้องหา แม้พยานหลักฐานจะขัดแย้งกันในภายหลัง
ผู้เสียหายถูกคนร้ายจับตัวไปควบคุมอยู่ 1 เดือน 3 วัน จึงหลบหนีมาแจ้งความให้การระบุชื่อ คนร้ายไว้ ต่อมาไม่นานจำเลยถูกจับกุม ผู้เสียหายก็ชี้ ตัวยืนยันว่าเป็นคนร้าย ครั้งภายหลัง15 ปี จำเลยถูกดำเนินคดีโดยจัดให้ผู้เสียหายมาชี้ ตัวซ้ำอีก แม้ครั้งหลังนี้ผู้เสียหายไม่ยืนยัน แต่การที่จำเลยยอมรับว่าเคยถูกชี้ ตัวมาแล้วครั้งหนึ่งและเคยให้การรับสารภาพว่าร่วมปล้นทรัพย์กับจับตัวผู้เสียหายไปเรียกค่าไถ่จริง ข้อเท็จจริงเช่นนี้เพียงพอรับฟังว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาคดีอาญาต้องอาศัยพยานหลักฐานที่เชื่อถือได้ คำเบิกความของผู้เสียหายที่ไม่สอดคล้องกับเหตุการณ์จริงและพฤติการณ์แห่งคดีถือเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องได้
ชั้นสอบสวนผู้เสียหายให้การเพียงว่าจำหน้าคนร้ายได้เท่านั้นโดยไม่ได้ระบุว่าคนร้ายนั้นมีรูปร่างหน้าตาอย่างไร เป็นการให้การลอย ๆ ชั้นพิจารณาผู้เสียหายเบิกความว่าจำคนร้ายไม่ได้ แม้ผู้เสียหายจะถูกดำเนินคดีฐานเบิกความเท็จ และผู้เสียหายให้การรับสารภาพ คดีถึงที่สุดไปแล้วก็ตาม ก็จะนำมายืนยันในคดีนี้ว่าคำเบิกความของผู้เสียหายเป็นการเบิกความเท็จด้วยไม่ได้เพราะขัดต่อข้อเท็จจริงและพฤติการณ์แห่งคดี เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดพอที่จะให้เชื่อได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายลำพังแต่คำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยซึ่งจำเลยปฏิเสธในชั้นพิจารณา ยังไม่เพียงพอฟังลงโทษจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานแน่นชัด โจทก์พิสูจน์ได้จำเลยร่วมกันปล้นทรัพย์ ศาลยืนตามคำพิพากษา
เกิดเหตุเวลากลางวันก่อนเกิดเหตุพยานโจทก์ทั้งสามเห็นจำเลยทั้งสามยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามปากซอย ห่างประมาณ 15 เมตร และขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 ชักอาวุธปืนจ้องมาที่ผู้เสียหายห่างตัวผู้เสียหายประมาณ 7 นิ้ว พร้อมกับพูดว่าจะเอาสร้อยถ้า หากไม่ให้จะยิง แล้วจำเลยที่ 2 ดึง สร้อยคอทองคำของผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ 1 ดึง กระเป๋าเงินของผู้เสียหายไปและพากันวิ่งหนีขึ้นรถจักรยานยนต์คันที่จำเลยที่ 3 ยืนอยู่หลบหนีไป พยานโจทก์ย่อมมีโอกาสเห็นหน้าจำเลยที่ 2 อย่างใกล้ชิดเป็นเวลานานพอสมควรและเมื่อผู้เสียหายไปแจ้งความก็ให้การยืนยันว่านอกจากจำเลยที่ 1ซึ่งถูกจับกุมตัวแล้วพยานยังจำคนร้ายอีกสองคนได้ โดยระบุตำหนิ รูปพรรณของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมจำเลยที่ 2 มาได้ พยานก็ชี้ ตัวว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนร้ายเช่นนี้พยานหลักฐานโจทก์มั่นคงเพียงพอรับฟัง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาคดีอาญาอาศัยพยานหลักฐานบุคคลผู้เห็นเหตุการณ์และสภาพแวดล้อมในที่เกิดเหตุ
สถานที่เกิดเหตุเป็นที่โล่งและคืนเกิดเหตุเป็นเวลาข้างขึ้นแสงจันทร์ย่อมส่องสว่างทั้งยังมีแสงไฟฉายจากกระบอกไฟฉายที่คนร้ายส่องขณะเลื่อยตัดงาช้าง พยานซุ่ม ดู ประมาณ 4-5 นาทีนานพอจะเห็นจำเลยที่ 1 ได้ถนัด แม้จะเห็นด้านข้างและพยานเคยรู้จักจำเลยที่ 1 มาก่อน ทั้งไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยที่ 1หลังเกิดเหตุแล้ววันรุ่งขึ้นตอนเช้า พยานก็รีบไปแจ้งให้มารดาผู้เสียหาย และตำรวจทราบว่าจำเลยที่ 1 ร่วมเป็นคนร้ายที่ตัดงาช้าง ของผู้เสียหายด้วย ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1กระทำผิด.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานบอกเล่าประกอบพยานหลักฐานอื่นใช้ได้ หากมีเหตุผลสนับสนุน และพยานแวดล้อมสอดคล้อง
แม้คำให้การชั้นสอบสวนของพยานจะเป็นเพียงพยานบอกเล่าก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเสียเลย การที่จะรับฟังพยานบอกเล่าได้หรือไม่เพียงใดนั้น ย่อมสุดแล้วแต่เหตุผลเป็นเรื่อง ๆ ไป คำให้การชั้นสอบสวนของพยานจึงรับฟังในฐานะพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2534 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานบอกเล่าประกอบพยานหลักฐานอื่น และพยานวัตถุ ยืนยันการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
โจทก์ไม่ได้ตัวประจักษ์พยานผู้รู้เห็นเหตุการณ์มาเบิกความแต่โจทก์อ้างคำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานดังกล่าวเป็นพยานแม้คำให้การชั้นสอบสวนนี้เป็นเพียงพยานบอกเล่า แต่ก็ไม่มีกฎหมายห้ามมิให้รับฟังเสียเลย การที่จะรับฟังพยานบอกเล่าได้หรือไม่เพียงใดนั้นย่อมสุดแล้วแต่เหตุผลเป็นเรื่อง ๆ ไป โดยรับฟังได้ในฐานะพยานประกอบพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ได้ เมื่อโจทก์มีพนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำประจักษ์พยานมาเบิกความประกอบคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวกับบันทึกการชี้ ตัวและภาพถ่ายการชี้ ตัวผู้ต้องหา ทั้งปรากฏว่าอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางที่ยึดได้จากจำเลยและลูกกระสุนปืนของกลางที่ยึดได้จากที่เกิดเหตุและที่ฝังอยู่ในร่างกายของผู้ตาย ปรากฏว่ามีตำหนิ รอยลายเส้นที่ร่องเกลียวและสันเกลียว ตรงกันและเข้ารอยกันได้ จึงรับฟังประกอบคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลย ลงโทษจำเลยได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับฟังพยานหลักฐานจากคำเบิกความของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ และการยืนยันตัวบุคคลผู้กระทำผิด
จากแสงสว่างของหลอดไฟฟ้านีออน ขนาดยาวซึ่งเปิดอยู่ที่หลังร้าน ในร้านและหน้าร้านที่เกิดเหตุในขณะเกิดเหตุ น่าเชื่อว่าม. กับ ส. ประจักษ์พยานจำคนร้ายได้ โดยเฉพาะ ม. รู้จักจำเลยมาก่อนเกิดเหตุเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน และพยานทั้งสองไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อนจึงไม่มีเหตุที่จะปรักปรำจำเลยแม้ ส. ไม่เคยรู้จักจำเลยมาก่อนเกิดเหตุก็ได้แจ้งรูปพรรณคนร้ายให้ตำรวจทราบและเมื่อตำรวจจับจำเลยมาให้ ส. ดู ตัวก็ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย พยานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงเพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 99/2534 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำรับสารภาพ+พยานแวดล้อมลงโทษได้ แต่ต้องรับฟังครบถ้วน การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุลดโทษ
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่า จำเลยฆ่าผู้ตายคงมีแต่คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนของกลางยิงผู้ตาย และโจทก์มีพนักงานสอบสวนมาเบิกความยืนยันว่าจำเลยให้การด้วยความสมัครใจ และได้พาพนักงานสอบสวนไปขุดหลุมที่ฝังศพของผู้ตาย นำอาวุธปืนลูกซองยาวมามอบให้เป็นของกลางรอยกระสุนปืนที่หน้าอกเสื้อของผู้ตายมีรู 3 รู สภาพศพสอดคล้องกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยและอาวุธปืนของกลาง จึงเป็นพยานแวดล้อมอื่น ๆ ที่รับฟังประกอบคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยลงโทษจำเลยได้ การรับฟังข้อเท็จจริงตามคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยมาลงโทษจำเลยนั้นจะต้องรับฟังให้ครบถ้วนทั้งหมด มิใช่แต่บางส่วน เมื่อข้อเท็จจริงตามคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลย แสดงพฤติกรรมของผู้ตายว่า จะใช้มีดขอทำร้ายจำเลย จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย จึงเป็นการกระทำโดยป้องกัน แต่ผู้ตายไม่ได้จู่โจมเข้ามาทำร้ายจำเลย จำเลยอาจจะเลือกยิงอวัยวะอื่นที่ไม่เป็นอันตรายจนถึงตาย ได้ จำเลยกลับยิงที่หน้าอกของผู้ตายซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญ จึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2534

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การร่วมกันใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่น โดยมีพยานยืนยันเห็นจำเลยในที่เกิดเหตุและถืออาวุธปืน
เมื่อเสียงปืนดังขึ้น บ. เห็นคนแปลกหน้า 2 คน ยืนถืออาวุธปืนคนละกระบอกและวิ่งผ่านหน้า ห. หนีเข้าป่าไป ต่อมาตำรวจพบจำเลยกับพวกเดินอยู่จึงขอตรวจค้น แต่จำเลยกับพวกวิ่งหนี ตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนพามาให้ ห. ดูตัวห. ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนหนึ่งที่วิ่งผ่านตนไป และ บ. ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนหนึ่งที่ถืออาวุธปืนในที่เกิดเหตุประกอบกับจำเลยมีลักษณะเตี้ยเป็นพิเศษเป็นลักษณะเด่นชัดจำได้ง่าย ทั้งเหตุเกิดขึ้นใกล้เวทีชกมวยย่อมมีแสงสว่างเห็นได้ถนัด เชื่อว่าจำเลยเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่ บ. กับ ห. เห็น แม้จะไม่มีผู้ใดรู้เห็นขณะเกิดเหตุ แต่เมื่อขณะเกิดเหตุจำเลยกับพวกเท่านั้นถืออาวุธปืนอยู่ และเสียงปืนดังขึ้นจากกลุ่มของจำเลยกับพวก ถ้าจำเลยไม่ได้ยิง พวกของจำเลยก็ต้องยิง การที่จำเลยวิ่งหนีไปพร้อมกับพวกโดยถืออาวุธปืนไปด้วยกันเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยกับพวกมีเจตนาร่วมกันยิงผู้ตาย
of 119