พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,185 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 853/2532 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและมีอาวุธปืนเถื่อน ศาลฎีกาพิพากษายืนความผิดฐานฆ่า แต่ยกฟ้องฐานมีอาวุธปืนเถื่อนเนื่องจากขาดหลักฐาน
คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จะได้ความจากคำเบิกความของจำเลยตอบคำถามค้านของโจทก์ว่าจำเลยไม่เคยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนให้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองก็ตาม ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากการที่จำเลยตอบคำถามค้านของโจทก์ ถือไม่ได้ว่าโจทก์นำสืบถึงข้อเท็จจริงนั้น เพราะในการพิจารณาคดีอาญาโจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดทั้งโจทก์ไม่ได้อาวุธปืนมาเป็นของกลางยืนยัน และไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่พิสูจน์ให้เห็นว่าอาวุธปืนดังกล่าวไม่มีหมายเลขทะเบียนตามที่โจทก์ฟ้องจึงลงโทษจำเลยฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2532
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยอาศัยคำรับสารภาพของผู้ต้องหา, พยานหลักฐานประกอบ, และการชี้ตัวผู้เสียหาย
ขณะเจ้าพนักงานตำรวจจับกุม จำเลยที่ 2 จอดรถจักรยานยนต์ไม่มีป้ายวงกลมเสียภาษีอยู่ในที่มืด ระหว่างนั้นก็มีชายคนหนึ่งวิ่งเลยไปและจำเลยที่ 1 ถืออาวุธปืนวิ่งมานั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่เจ้าพนักงานสตาร์ตอยู่แล้วจำเลยที่ 1 สั่งให้ออกรถ เจ้าพนักงานจึงจับกุมจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย แม้โจทก์จะไม่ได้ตัวผู้เสียหายมาเบิกความยืนยัน แต่โจทก์มีนายจอห์น ซึ่งไม่รู้จักจำเลยทั้งสองมาก่อน เบิกความยืนยันว่าในชั้นสอบสวนตนเป็นล่ามแปลคำให้การของผู้เสียหาย และผู้เสียหายให้การไว้ตามเอกสารที่โจทก์อ้างส่งศาล ประกอบกับพนักงานสอบสวนเบิกความยืนยันว่าผู้เสียหายได้ให้การต่อตนโดยมีนายจอห์นเป็นล่ามแปล และได้จดคำให้การของผู้เสียหายไว้ตามเอกสารดังกล่าวทั้งได้จัดให้ผู้เสียหายชี้ตัวจำเลยทั้งสอง และนำจำเลยทั้งสองกับผู้เสียหายไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำให้การรับสารภาพต่อหน้าประชาชนตามบันทึกการชี้ตัวและภาพถ่ายที่โจทก์อ้างส่งศาล น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองให้การด้วยความสมัครใจ คำให้การของจำเลยทั้งสองก็สอดคล้องต้องกันกับคำให้การของผู้เสียหาย และเหตุที่จำเลยทั้งสองถูกจับกุมก็ตรงกับคำเบิกความของเจ้าพนักงานจับกุม ดังนี้ ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองกับพวกปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 77/2532
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดจากคำเบิกความผู้เสียหาย, พยานแวดล้อม, และคำรับสารภาพประกอบด้วยเหตุผลสมจริง
ผู้เสียหายได้ชี้ตัวจำเลยในชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งอย่างใด แม้ขณะที่ยืนเข้าแถวให้ชี้ตัวจำเลยมีผ้าพันแผลที่แขนซ้ายต่างจากคนอื่นๆ เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการแจ้งให้ผู้เสียหายทราบล่วงหน้าก่อนชี้ตัวว่าจำเลยมีผ้าพันแผลดังกล่าว จะตั้งข้อสงสัยเอาและถือเป็นพิรุธย่อมจะไม่ได้เพราะมีข้อแตกต่างอื่นๆ อีกหลายประการระหว่างจำเลยกับคนอื่น ๆเช่น เสื้อผ่้าและรูปร่างผิวพรรณ ซึ่งถ้าจะแจ้งแก่ผู้เสียหายให้รู้ว่า จำเลยคืนคนไหน ย่อมทำได้อยู่แล้ว ข้อที่มีผ้าพันแผลดังกล่าวจึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะไม่เชื่อถือการชี้ตัวจำเลย.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6659/2531 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและพรากผู้เยาว์ การรับฟังพยานบอกเล่าและหลักการยกประโยชน์แห่งความสงสัย
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายคงมีแต่คำเบิกความของมารดาผู้ตายว่า ผู้ตายเล่าให้ฟังว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย กับคำเบิกความของ ส. และพนักงานสอบสวนซึ่งสอบปากคำผู้ตายที่ป่วยหนักใกล้จะตายต่อหน้า ส.ที่โรงพยาบาลว่าผู้ตายบอกว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย ผู้ตายจึงดื่มยาฆ่าแมลงเข้าไปและโจทก์อ้างคำให้การชั้นสอบสวนของผู้ตาย มารดาผู้ตายและพี่สาวเป็นพยานประกอบ แต่พยานโจทก์ดังกล่าวล้วนแต่ได้รับฟังการบอกเล่ามาจากผู้ตายทั้งคำให้การชั้นสอบสวนของผู้ตายก็เพียงแต่ให้การว่าจำเลยหลอกลวงไปข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง มิได้มีรายละเอียดว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราเมื่อใดและอย่างไร และมิได้ให้การว่าผู้ตายดื่มยาฆ่าหญ้าเพราะถูกจำเลยข่มขืมกระทำชำเราตามที่พนักงานสอบสวนเบิกความ คำให้การของผู้ตายมีข้อน่าสงสัยและมีน้ำหนักน้อย พยานโจทก์จึงยังเป็นที่สงสัยไม่มั่นคงเพียงพอ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6659/2531
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความน่าเชื่อถือของคำให้การผู้เสียหาย และพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในคดีข่มขืนกระทำชำเรา
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายคงมีแต่คำเบิกความของมารดาผู้ตายว่า ผู้ตายเล่าให้ฟังว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตาย กับคำเบิกความของ ล.และพนักงานสอบสวนซึ่งสอบปากคำผู้ตายที่ป่วยหนักใกล้จะตายต่อหน้า ล.ที่โรงพยาบาลว่าผู้ตายบอกว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้ตายผู้ตายจึงดื่มยาฆ่าแมลงเข้าไปและโจทก์อ้างคำให้การชั้นสอบสวนของผู้ตาย มารดาผู้ตายและพี่สาวเป็นพยานประกอบ แต่พยานโจทก์ดังกล่าวล้วนแต่ได้รับฟังการบอกเล่ามาจากผู้ตายทั้งคำให้การชั้นสอบสวนของผู้ตายก็เพียงแต่ให้การว่าจำเลยหลอกลวงไปข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง มิได้มีรายละเอียดว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราเมื่อใดและอย่างไร และมิได้ให้การว่าผู้ตายดื่มยาฆ่าหญ้าเพราะถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเราตามที่พนักงานสอบสวนเบิกความ คำให้การของผู้ตายมีข้อน่าสงสัยและมีน้ำหนักน้อย พยานโจทก์จึงยังเป็นที่สงสัยไม่มั่นคงเพียงพอ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6479/2531
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดจากคำให้การขัดแย้งของพยาน และการวางแผนประสงค์ร้ายในการฆ่า
เหตุเกิดในเวลากลางวันต่อหน้าประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองคำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองสอดคล้องตรงกันและให้การหลังเกิดเหตุไม่กี่วันก็ยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย จึงเชื่อว่าได้ให้การไปตามความจริงที่ได้รู้ได้เห็นโดยไม่มีเหตุจูงใจหรือถูกบังคับ การที่ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลว่าจำเลยไม่ใช่คนร้ายก็ดี จำคนร้ายไม่ได้เลยก็ดี เป็นการเบิกความบ่ายเบี่ยงไปอย่างขัดต่อเหตุผลคำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองเชื่อได้ว่าเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณาของศาล เมื่อรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นแล้ว ย่อมมีน้ำหนักรับฟังลงโทษจำเลยได้ ขณะเกิดเหตุ พวกของจำเลยถามผู้ตายว่า มึงยิงพ่อกูใช่หรือไม่ผู้ตายตอบว่าไม่ พวกของจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ เช่นนี้ การที่จำเลยกับพวกไปยิงผู้ตายก็เพื่อแก้แค้น จึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6479/2531 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับฟังพยานหลักฐานขัดแย้ง: คำให้การชั้นสอบสวนมีน้ำหนักกว่าคำเบิกความในศาล และการพิสูจน์เจตนาฆ่าเพื่อแก้แค้น
เหตุเกิดในเวลากลางวันต่อหน้าประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสอง คำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองสอดคล้องตรงกันและให้การหลังเกิดเหตุไม่กี่วันก็ยืนยันว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ยิงผู้ตาย จึงเชื่อว่าได้ให้การไปตามความจริงที่ได้รู้ได้เห็นโดยไม่มีเหตุจูงใจหรือถูกบังคับ การที่ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองมาเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลว่าจำเลยไม่ใช่คนร้ายก็ดี จำคนร้ายไม่ได้เลยก็ดี เป็นการเบิกความบ่ายเบี่ยงไปอย่างขัดต่อเหตุผล คำให้การชั้นสอบสวนของประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองเชื่อได้ว่าเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณาของศาล เมื่อรับฟังประกอบพยานหลักบานอื่นแล้วย่อมมีน้ำหนักรับฟังลงโทษจำเลยได้
ขณะเกิดเหตุ พวกของจำเลยถามผู้ตายว่า มึงยิงพ่อกูใช่หรือไม่ ผู้ตายตอบว่าไม่ พวกของจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ เช่นนี้ การที่จำเลยกับพวกไปยิงผู้ตายก็เพื่อแก้แค้น จึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ขณะเกิดเหตุ พวกของจำเลยถามผู้ตายว่า มึงยิงพ่อกูใช่หรือไม่ ผู้ตายตอบว่าไม่ พวกของจำเลยก็ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงซ้ำ เช่นนี้ การที่จำเลยกับพวกไปยิงผู้ตายก็เพื่อแก้แค้น จึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6015/2531
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำเบิกความของพยานร่วมกระทำผิดและมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลย ไม่พอรับฟังลงโทษได้
ลำพังคำเบิกความของพยานที่เคยถูกฟ้องเป็นจำเลยในข้อหาลักทรัพย์ของผู้เสียหายรายเดียวกันมาก่อน เป็นคำซัดทอดของผู้ที่ร่วมกระทำผิดด้วยกัน ไม่พอรับฟังลงโทษจำเลย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5916/2531
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำบอกเล่าผู้ตายก่อนสิ้นใจต้องเชื่อได้ว่าหมดหวังในการรอดชีวิต จึงใช้เป็นหลักฐานได้
คำบอกเล่าของผู้ตายนั้นก่อนที่จะรับฟังต้องปรากฎว่าในเวลาที่ผู้ตายต้องพูดเช่นนั้น ผู้ตายคิดว่าตนจะตายไม่มีหวังจะรอดชีวิต แต่โจทก์ไม่ได้สืบข้อความนี้ จึงฟังลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5841/2531
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐานประกอบการรับฟังการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่น แม้ไม่มีพยานตรง
แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยยิงผู้ตาย แต่ขณะเกิดเหตุจำเลยอยู่กับผู้ตาย เมื่อเกิดเหตุแล้วจำเลยได้หลบหนีไปและโจทก์มี ท.ณ.และอ. เป็นพยานเบิกความว่า หลังเกิดเหตุได้ทราบว่าจำเลยเป็นผู้ยิงผู้ตาย แม้จะเป็นเพียงพยานบอกเล่าแต่ก็เป็นเรื่องที่พยานได้ทราบมาโดยกระชั้นชิดหลังจากเกิดเหตุโดยเฉพาะ ท. ได้รับบอกกล่าวจากผู้ตายก่อนตายยืนยันว่าจำเลยยิงผู้ตาย ย่อมรับฟังเป็นพยานประกอบได้ ทั้งตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของ บ. และ ก. ก็ให้การว่าจำเลยใช้ให้ผู้ตายไปช่วยผู้อื่นปลูกบ้าน ผู้ตายไม่ยอมไป จำเลยโกรธจึงยิงผู้ตายพฤติการณ์แห่งคดีและพยานหลักฐานโจทก์ดังกล่าวมีน้ำหนักและเหตุผลรับฟังลงโทษจำเลยได้