พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,185 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2491/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ฐานะผู้เสียหายในคดีเช็ค: ความสุจริตและเจตนาในการรับเช็ค
โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า เป็นเช็คที่ออกเพื่อประกันหนี้เงินที่จำเลยกู้ยืมจาก บ.เมื่อโจทก์มิได้นำสืบตัวโจทก์ทั้งในชั้นไต่สวนมูลฟ้องและชั้นพิจารณาคดี ทั้งปรากฏว่าเช็คพิพาทที่อ้างว่าโจทก์รับแลกเงินสดจาก บ.ไม่มีการสลักหลังของ บ. ประกอบกับโจทก์และจำเลยไม่เคยรู้จักกันมาก่อน โจทก์ย่อมไม่มีทางทราบฐานะของจำเลยอันมีผลไปถึงความเชื่อ ถือในการรับเช็คดังกล่าว กรณีเป็นการผิดปกติและมีข้อพิรุธแสดงว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทโดยสุจริต โจทก์จึงไม่เป็นผู้เสียหาย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2481/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สันนิษฐานการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องพิสูจน์ได้ว่าผู้ครอบครองทราบถึงคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน
แม้ผู้ใดมีน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีปริมาณตั้งแต่ 200 ลิตรขึ้นไป กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายก็ตาม แต่บทบัญญัติของกฎหมายนั้นเองได้ให้โอกาสผู้นั้นพิสูจน์ว่าได้น้ำมันเชื้อเพลิงมาโดยไม่ทราบว่าเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้ เมื่อโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันทำให้คุณภาพน้ำมันลดลงนอกจากนี้จำเลยยังนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยซื้อน้ำมันจากบริษัทอื่นโดยวิธีที่รถบรรทุกน้ำมันได้บรรทุกน้ำมันมาถ่าย ลงในถังใต้ดิน โดยจำเลยมิได้ตรวจสอบคุณภาพ ทั้งค่าออกเทน ของน้ำมันก็ลดลงเพียง .6 เท่านี้จำเลยจึงไม่มีความผิด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2481/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสันนิษฐานการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงและการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ประกอบการ
แม้ผู้ใดมีน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดมีปริมาณตั้งแต่ 200 ลิตรขึ้นไป กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นเป็นผู้กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อจำหน่ายก็ตาม แต่บทบัญญัติของกฎหมายนั้นเองได้ให้โอกาสผู้นั้นพิสูจน์ว่าได้น้ำมันเชื้อเพลิงมาโดยไม่ทราบว่าเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพต่ำกว่าที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดไว้ เมื่อโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันทำให้คุณภาพน้ำมันลดลง นอกจากนี้จำเลยยังนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยซื้อน้ำมันจากบริษัทอื่นโดยวิธีที่รถบรรทุกน้ำมันได้บรรทุกน้ำมันมาถ่ายลงในถังใต้ดิน โดยจำเลยมิได้ตรวจสอบคุณภาพ ทั้งค่าออกเทนของน้ำมันก็ลดลงเพียง .6 เท่านี้จำเลยจึงไม่มีความผิด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2442/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาการเลียนแบบเครื่องหมายการค้า จำเลยต้องมีความรู้หรือควรรู้ว่าเครื่องหมายการค้าเป็นของผู้อื่น
โจทก์ร่วมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 'แฮร์รีส' ไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และประเทศอื่น โจทก์ร่วมมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ล. เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้านี้แต่ผู้เดียวในประเทศไทย เครื่องหมายการค้าดังกล่าวเคยลงโฆษณาในวารสารที่จำเลยที่ 6 เป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณา จำเลยสั่งซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า 'แฮร์รีส' ไปจากตัวแทนของโจทก์ร่วมหลายครั้ง การที่จำเลยสั่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า 'แฮร์รีส'เข้ามาจากไต้หวัน ตามเหตุผลเป็นข้อที่ชวนให้สงสัยในพฤติการณ์ของจำเลยว่า น่าจะรู้ว่าเครื่องหมายการค้านี้ความจริงเป็นของผู้ใด มีแหล่งกำเนิดจากประเทศไหน การสั่งสินค้าซึ่งเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมจากไต้หวันเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย น่าจะเป็นหลักฐานเพียงพอให้ฟังได้แล้วว่าเป็นความผิด แต่เครื่องหมายการค้า 'แฮร์รีส' ที่ปรากฏในวารสารดังกล่าวและในใบส่งสินค้าที่ตัวแทนโจทก์ร่วมส่งมอบแก่จำเลยมิได้ระบุชัดถึงตัวผู้เป็นเจ้าของและแหล่งผลิตว่ามาจากประเทศใด ทั้งจำเลยก็ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้แล้วจนเกิดเป็นกรณีพิพาทในทางแพ่งกับโจทก์ร่วม ดังนั้นการที่จะถือเอาแต่ลำพังพฤติการณ์ตามที่ปรากฏแล้วสันนิษฐานว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดในทางอาญาจึงยังฟังไม่ถนัด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2442/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาการกระทำผิดฐานปลอมแปลงเครื่องหมายการค้า ต้องพิจารณาพฤติการณ์โดยรวม ไม่สามารถสันนิษฐานจากหลักฐานที่ไม่ชัดเจนได้
โจทก์ร่วมจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "แฮร์รีส" ไว้ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และประเทศอื่น โจทก์ร่วมมอบให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ล. เป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้านี้แต่ผู้เดียวในประเทศไทย เครื่องหมายการค้าดังกล่าวเคยลงโฆษณาในวารสารที่จำเลยที่ 6 เป็นผู้จัดการฝ่ายโฆษณา จำเลยสั่งซื้อสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า "แฮร์รีส" ไปจากตัวแทนของโจทก์ร่วมหลายครั้งการที่จำเลยสั่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า "แฮร์รีส" เข้ามาจากไต้หวัน ตามเหตุผลเป็นข้อที่ชวนให้สงสัยในพฤติการณ์ของจำเลยว่าน่าจะรู้ว่าเครื่องหมายการค้านี้ความจริงเป็นของผู้ใด มีแหล่ง กำเนิดจากประเทศไหน การสั่งสินค้าซึ่งเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของโจทก์ร่วมจากไต้หวันเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย น่าจะเป็นหลักฐานเพียงพอให้ฟังได้แล้วว่าเป็นความผิด แต่เครื่องหมายการค้า "แฮร์รีส"ที่ปรากฏในวารสารดังกล่าวและในใบส่งสินค้าที่ตัวแทนโจทก์ร่วมส่งมอบแก่จำเลยมิได้ระบุชัด ถึงตัวผู้เป็นเจ้าของและแหล่งผลิตว่ามาจากประเทศใด ทั้งจำเลยก็ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านี้แล้วจนเกิดเป็นกรณีพิพาทในทางแพ่งกับโจทก์ร่วม ดังนั้นการที่จะถือเอาแต่ลำพังพฤติการณ์ตามที่ปรากฏแล้วสันนิษฐานว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดในทางอาญาจึงยังฟังไม่ถนัด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2298/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐานแวดล้อมและการยอมรับในชั้นสอบสวนเพียงพอพิสูจน์ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น แม้ไม่มีพยานเห็นเหตุการณ์โดยตรง
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแต่โจทก์มีพยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีเชื่อได้ว่าก่อนเกิดเหตุเล็กน้อยและในขณะเกิดเหตุยิงกันจำเลยอยู่กับผู้ตายเพียงสองคนที่บ้านของจำเลย หลังเกิดเหตุแล้วจำเลยหลบหนีไปทันที ชั้นสอบสวนจำเลยยอมรับว่าหลบหนีไปเพราะจำเลยเป็นผู้ยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย พยานหลักฐานโจทก์ประกอบกันรับฟังลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้ตายได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2298/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐานเชื่อมโยงจำเลยกับการฆ่าผู้ตาย แม้ไม่มีพยานตรง พบจำเลยอยู่กับผู้ตายก่อนเกิดเหตุและหลบหนีหลังเกิดเหตุ
โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายแต่โจทก์มีพยานพฤติเหตุแวดล้อม กรณีเชื่อได้ว่าก่อนเกิดเหตุเล็กน้อยและในขณะเกิดเหตุยิงกันจำเลยอยู่กับผู้ตายเพียงสองคนที่บ้านของจำเลย หลังเกิดเหตุแล้วจำเลยหลบหนีไปทันที ชั้นสอบสวนจำเลยยอมรับว่าหลบหนีไปเพราะจำเลยเป็นผู้ยิงผู้ตายถึงแก่ความตาย พยานหลักฐานโจทก์ประกอบกันรับฟังลงโทษจำเลยฐานฆ่าผู้ตายได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2213/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การข่มขืนกระทำชำเราโดยมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง การแจ้งความล่าช้าไม่ถือเป็นพิรุธ
ผู้เสียหายถูกจำเลยข่มขืนกระทำชำเรา แต่ไม่กล้าเล่าให้บิดาฟังเพราะกลัวบิดาจะฆ่า เมื่อบิดาทราบความจริงมาสอบถามผู้เสียหายก็ยังไม่บอกแต่กลับหนีไปอยู่จังหวัดอื่น จนบิดาไปตามให้กลับมาแจ้งความ เช่นนี้การแจ้งความหลังเกิดเหตุแล้วหลายวันของผู้เสียหายจึงมิใช่พิรุธถึงกับทำให้คดีโจทก์รับฟังลงโทษจำเลยไม่ได้.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1834/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
พยานหลักฐานแน่นชัดยืนยันตัวผู้กระทำผิด ศาลเชื่อถือได้แม้ไม่มีพยานสนับสนุน
แม้โจทก์จะมีประจักษ์พยานเพียงปากเดียวที่เบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนยิงผู้ตาย แต่พยานก็ได้เห็นเหตุการณ์ในเวลากลางวันไม่มีเหตุสงสัยว่าจะจำคนร้ายผิดตัว หลังเกิดเหตุประจักษ์พยานดังกล่าวก็ได้แจ้งต่อภริยาผู้ตายทันทีว่าจำเลยเป็นคนร้าย นอกจากนี้โจทก์ยังมีพยานอีกปากหนึ่งเห็นจำเลยถือปืนพกวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ซึ่งมีพวกจำเลยเป็นผู้ขับแล้วพากันหลบหนีไป พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังลงโทษจำเลยได้.(ที่มา-ส่งเสริม)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1581/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หลักฐานการซื้อขายยาเสพติดต้องชัดเจนและต่อเนื่อง การได้ยินได้เห็นโดยตรงสำคัญกว่าการอ้างอิงจากผู้อื่น
โจทก์ไม่มีพยานผู้ใดรู้เห็นเลยว่า จำเลยได้ทำการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษให้กับสายลับผู้ไปล่อซื้อ คงมีแต่คำกล่าวอ้างของพยานโจทก์ทั้งสามปากผู้ทำการจับกุมจำเลย ลำพังแต่ธนบัตรซึ่งพยานโจทก์อ้างว่าทำเครื่องหมายกำกับไว้และค้นได้จากตัวจำเลย ก็ยังไม่เพียงพอที่จะฟังเป็นหลักฐานให้เชื่อได้โดยปราศจากสงสัยว่า เป็นเงินที่จำเลยได้มาจากการจำหน่ายเฮโรอีน.(ที่มา-ส่งเสริม)