คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 148

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,582 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 430/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลและการฟ้องคดีภาษี: ทรัพย์สินที่พิพาทคือภาระหนี้สินจากการประเมินภาษี ไม่ใช่เงินภาษีที่ชำระแล้ว
ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินสรรพากร ประเมินภาษีเงินได้และเรียกเงินเพิ่มจากโจทก์เกินไปกว่าที่โจทก์จะต้องเสีย 1 ล้านบาทเศษ โจทก์อุทธรณ์ อะิบดีกรมสรรพากร มีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์โจทก์ โจทก์จึงมาฟ้องศาลตามประมวลรัษฎากรกรมมาตรา30(2) ขอให้ศาลพิพากษายกหรือกลับแก้การประเมินและคำสั่งชี้ขาดของอธิบดีกรมสรรพากรที่ให้โจทก์ชำระเงินค่าภาษีเพิ่มเติม อันไม่ถูกต้องนั้นเสีย ดังนี้ เป็นการฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ การที่จะไม่ต้องเสียเงินจำนวนนั้น อันเป็นทรัพย์ที่พิพาท แม้คำของท้ายฟ้องโจทก์จะเบี่ยงบ่ายไปประการใด ก็หาทำให้ผลแห่งคำการปลดเปลื้องทุกข์เปลี่ยนแปลงไปได้ไม่ ศาลแขวงจึงไม่มีอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีนี้
ได้
ระยะเวลาตามประมวลรัษฎากรมาตรา 30(2) ที่ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยของอธิบดี หรือข้าหลวงประจำจังหวัดต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน ฯลฯ นั้น เป็นระยะเวลาที่เกี่ยวด้วยวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉะนั้นเมื่อมีเหตุอันสมควร ศาลสั่งให้ขยายระยะเวลานั้นได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 23.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องขับไล่ไม่เป็นฟ้องซ้ำ หากเหตุฟ้องต่างจากคดีก่อน แม้จะเป็นสัญญาเช่าเดียวกัน
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลขับไล
จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์ศาลพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยเหตุว่าฟ้องของโจทก์ไม่กล่าวอ้างถึงเหตุใดเหตุหนึ่ง ทีทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่ โจทก์จึงมาฟ้องใหม่อ้างว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าโดยเอาห้องไปให้เช่าช่วง ขอให้ขับไล่
ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 345/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องขับไล่ซ้ำ: การฟ้องครั้งแรกไม่ระบุเหตุขับไล่ การฟ้องใหม่จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์ศาลพิพากษายกฟ้องโดยอาศัยเหตุว่าฟ้องของโจทก์ไม่กล่าวอ้างถึงเหตุใดเหตุหนึ่ง ที่ทำให้โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่โจทก์จึงมาฟ้องใหม่อ้างว่า จำเลยผิดสัญญาเช่าโดยเอาห้องไปให้เช่าช่วง ขอให้ขับไล่ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 342/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำต้องห้าม: คดีพิพาทเดิมถึงที่สุดแล้วฟ้องใหม่ไม่ได้ และการขอพิจารณาใหม่ต้องทำในคดีเดิม
เจ้าอธิการวัดฟ้องขับไล่โจทก์กับพวกออกจากที่พิพาทจนศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของวัด ให้ขับไล่โจทก์กับพวกออกจากที่พิพาทคดีถึงที่สุดแล้วโจทก์กลับมาฟ้องเจ้าอธิการวัด เป็นจำเลยอีกขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และให้เพิกถอนคำพิพากษาคดีก่อนนั้นเสียดังนี้ ย่อมเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148
การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในกรณีที่ขาดนัดยื่นคำให้การนั้นจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีที่ศาลพิจารณาโดยถือว่าขาดนัดนั้นเองจะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 342/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม.148 กรณีพิพาทเดิมถึงที่สุดแล้ว
เจ้าอธิบดีการวัดฟ้องขับไล่โจทก์กับพวกออกจากที่พิพาทจนศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของวัด ให่ขับไล่
โจทก์กับพวกออกจากทีพิพาท คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องเจ้าอธิการวัด เป็นจำเลยอีก ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ และให้เพิกถอนคำพิพากษาคดีก่อนนั้นเสีย ดังนี้ ย่อมเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148
การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ในกรณีที่ขาดนัดยื่นคำให้การนั้น จะต้องดำเนินกระบวนพิจารณามนคดีที่ศาลพิจารณาโดยถือว่าขาดนัดนั้นเอง จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำประเด็นเดียวกัน: การฟ้องเรียกทรัพย์มรดกซ้ำ แม้เป็นทรัพย์ต่างกัน ย่อมเป็นฟ้องที่ต้องห้าม
โจทก์เคยฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของสามีผู้วายชนม์จากจำเลยจนศาลได้พิพากษาให้แบ่งสินสมรสและแบ่งปันมรดกไปแล้วแม้ทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องขึ้นใหม่ในคดีใหม่เป็นทรัพย์คนละอย่างกับคดีก่อนแต่ก็เป็นเรื่องเรียกทรัพย์จากจำเลยมาแบ่งเป็นสินสมรส และแบ่งมรดกเช่นเดียวกันอันเรียกได้ว่าเป็นประเด็นเดียวกับคดีก่อน ซึ่งได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน จึงเป็นฟ้องที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 แม้โจทก์ได้ขอสงวนสิทธิไว้ในคดีก่อน แต่ศาลก็มิได้พิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิจะฟ้องร้องว่ากล่าวหรือนัยหนึ่งไม่ได้ให้สิทธิโจทก์ที่จะฟ้องร้องใหม่ได้ จึงไม่ทำให้โจทก์กลับมีอำนาจฟ้องคดีใหม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีเลิกหุ้นส่วนไม่มีทุนทรัพย์: ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณา แม้เคยมีคำพิพากษายกฟ้องมาก่อน ไม่ขัดมาตรา 144/148
โจทก์ฟ้องขอเลิกหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี ไม่ใช่เป็นเรื่องเรียกร้องทรัพย์สิน หรือส่วนแบ่งอย่างใด จึงเป็นคดีมีคำขอปลดเปลื้องทุกข์ อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรืออีกนัยหนึ่งเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ เพราะโจทก์ไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สิน และคดีก็ไม่ได้พิพาทกันว่าทรัพย์สินในหุ้นส่วนนี้มีอะไรบ้าง คดีอยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาได้
ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 144 เป็นเรื่องห้ามมิให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีเดิมที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดแล้วใหม่อีก ส่วนมาตรา 148 ห้ามมิให้คู่ความฟ้องซ้ำ
โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแขวงๆพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าเป็นคดีเกินอำนาจศาลแขวง โจทก์มิได้อุทธรณ์คงนำคดีนั้นไปฟ้องยังศาลแพ่ง ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องอีก
โดยวินิจฉัยว่า เป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวง โจทก์จึงมายื่นฟ้องต่อศาลแขวงอีกครั้งหนึ่ง ดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์มาฟ้องเป็นคดีใหม่ กรณีไม่ใช่มาตรา 144 และไม่ต้องห้ามตามมาตรา 148 เพราะศาล-ยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องอันเป็นมูลฟ้องนั้น ศาลแขวงต้องรับฟ้องโจทก์ไว้ดำเนินคดีต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 105/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลและฟ้องซ้ำ: คดีเลิกหุ้นส่วนที่ไม่เกินอำนาจศาลแขวง
โจทก์ฟ้องขอเลิกหุ้นส่วนและตั้งผู้ชำระบัญชี ไม่ใช่เป็นเรื่องเรียกร้องทรัพย์สิน หรือส่วนแบ่งอย่างใด จึงเป็นคดีมีคำขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรืออีกนัยหนึ่งเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ เพราะโจทก์ไม่ได้เรียกร้องทรัพย์สิน และคดีก็ไม่ได้พิพาทกันว่าทรัพย์สินในหุ้นส่วนนี้มีอะไรบ้างคดีอยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาได้
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144เป็นเรื่องห้ามมิให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีเดิมที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดแล้วใหม่อีก ส่วนมาตรา148 ห้ามมิให้คู่ความมาฟ้องซ้ำ
โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแขวง ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าเป็นคดีเกินอำนาจศาลแขวง โจทก์มิได้อุทธรณ์คงนำคดีนั้นไปฟ้องยังศาลแพ่งศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องอีกโดยวินิจฉัยว่า เป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวงโจทก์จึงมายื่นฟ้องต่อศาลแขวงอีกครั้งหนึ่งดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์มาฟ้องเป็นคดีใหม่กรณีไม่ใช่มาตรา 144 และไม่ต้องห้ามตามมาตรา 148 เพราะศาลยังมิได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องอันเป็นมูลฟ้องนั้นศาลแขวงต้องรับฟ้องโจทก์ไว้ดำเนินคดีต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1591/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องซ้ำในคดีพิทักษ์คนไร้ความสามารถ: การเพิกถอนสมรสและเปลี่ยนแปลงผู้พิทักษ์
สามีของผู้เสมือนไร้ความสามารถเคยฟ้องขอให้ถอดถอนน้าของผู้เสมือนไร้ความสามารถจากการเป็นผู้พิทักษ์ผู้เสมือนไร้ความสามารถในคดีนั้นประเด็นที่ว่าผู้เสมือนไร้ความสามารถกับสามี ได้เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยอาศัยเหตุที่ว่าการจดทะเบียนสมรสชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ได้ขึ้นสู่ความวินิจฉัยของศาลแล้ว จนศาลสั่งว่า ผู้เสมือนไร้ความสามารถกับสามีเป็นสามีภริยากันตามกฎหมาย จึงได้ถอดถอนน้าผู้เป็นผู้พิทักษ์เดิม แล้วตั้งสามีเป็นผู้พิทักษ์สืบแทนต่อไปคดีถึงที่สุดแล้ว บัดนี้ น้าผู้นั้นจะกลับมาฟ้องสามีผู้เสมือนไร้ความสามารถอีก โดยอ้างเหตุว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้เสมือนไร้ความสามารถกับสามีไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้เพิกถอนการสมรสและถอดถอนผู้พิทักษ์เสียและตั้งให้น้าเป็นผู้พิทักษ์แทนต่อไปนั้นเป็นการฟ้องซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1591/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำต้องห้าม: ประเด็นสมรสที่เคยตัดสินแล้วไม่อาจยกขึ้นฟ้องใหม่ได้
สามีของผู้เสมือนไร้ความสามารถเคยฟ้องขอให้ถอดถอนน้าของผู้เสมือนไร้ความสามารถจากการเป็นผู้พิทักษ์ผู้เสมือนไร้ความสามารถในคดีนั้นประเด็นที่ว่า ผู้เสมือนไร้ความสามารถกับสามี ได้เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยอาศัยเหตุที่ว่าการจดทะเบียนสมรสชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ได้ขึ้นสู่ความวินิจฉัยของศาลแล้ว จนศาลสั่งว่า ผู้เสมือนไร้ความสามารถกับสามีเป็นสามีภริยากันตากกฎหมาย จึงได้ถอดถอนน้าผู้เป็นผู้พิทักษ์เดิม แล้วตั้งสามีเป็นผู้พิทักษ์สืบแทนต่อไป คดีถึงที่สุดแล้ว บัดนี้ น้าผู้นั้นจะกลับมาฟ้องสามีผู้เสมือนไร้ความสามารถอีก โดยอ้างเหตุว่าการจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้เสมือนไร้ความสามารถกับสามี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้เพิกถอนการสมรสและถอดถอนผู้พิทักษ์เสียและตั้งให้น้าเป็นผู้พิทักษ์แทนต่อไปนั้น เป็นการฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148
of 159