พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,582 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตกลงแบ่งมรดกที่ไม่ผูกพันทายาทอื่น เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องแบ่งมรดกใหม่ได้
ทายาทหลายคนได้ปกครองเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกร่วมกันมาโดยยังไม่ได้แบ่งปันกัน ต่อมาทายาทคนหนึ่งฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกนั้น จากทายาทอีกคนหนึ่งเพียงคนเดียว มิได้ฟ้องทายาทอันเป็นเจ้าของร่วมคนอื่นเข้ามาในคดีด้วยทายาทคนที่ถูกฟ้องยอมความเอาทรัพย์มรดกที่ทายาทอื่นซึ่งเป็นคนนอกคดีเป็นเจ้าของร่วมด้วยไปแบ่งปันเอาเสียคนเดียวและยอมรับเงินจำนวนหนึ่ง ตกลงโอนทรัพย์นั้นให้เป็นของทายาทผู้ฟ้องคดีทั้งหมดโดยทายาทคนนอกคดีไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วยนั้น ย่อมไม่ผูกพันทายาทคนนอกคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคสอง
การกระทำของทายาทผู้เป็นโจทก์และทายาทผู้เป็นจำเลยเป็นเหตุให้ทายาทคนนอกคดีเสียสิทธิและเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของทายาทคนนอกคดี คำพิพากษาในคดีก่อนนั้นจึงใช้ยันทายาทคนนอกคดีไม่ได้ ทายาทคนนอกคดีมีสิทธิฟ้องทายาทผู้เป็นโจทก์และจำเลยขอให้ศาลแบ่งทรัพย์นั้นใหม่ได้ไม่จำต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา
คำว่าสิ่งปลูกสร้างย่อมหมายถึงเรือนด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมรดก จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ประการใดจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเรือนโจทก์ไม่ต้องนำสืบ ศาลก็รับฟังได้ว่า เรือนเป็นทรัพย์มรดกด้วยตามนัยแห่งฎีกาที่ 218/2488
การที่โจทก์ตีราคาทรัพย์มาในคำฟ้องนั้น เป็นการประมาณราคาเพื่อเรียกค่าธรรมเนียม เมื่อไม่มีเหตุที่ศาลควร สงสัยหรือฝ่ายใดโต้แย้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่ม
การกระทำของทายาทผู้เป็นโจทก์และทายาทผู้เป็นจำเลยเป็นเหตุให้ทายาทคนนอกคดีเสียสิทธิและเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของทายาทคนนอกคดี คำพิพากษาในคดีก่อนนั้นจึงใช้ยันทายาทคนนอกคดีไม่ได้ ทายาทคนนอกคดีมีสิทธิฟ้องทายาทผู้เป็นโจทก์และจำเลยขอให้ศาลแบ่งทรัพย์นั้นใหม่ได้ไม่จำต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา
คำว่าสิ่งปลูกสร้างย่อมหมายถึงเรือนด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมรดก จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ประการใดจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเรือนโจทก์ไม่ต้องนำสืบ ศาลก็รับฟังได้ว่า เรือนเป็นทรัพย์มรดกด้วยตามนัยแห่งฎีกาที่ 218/2488
การที่โจทก์ตีราคาทรัพย์มาในคำฟ้องนั้น เป็นการประมาณราคาเพื่อเรียกค่าธรรมเนียม เมื่อไม่มีเหตุที่ศาลควร สงสัยหรือฝ่ายใดโต้แย้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่ม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยอมความที่ไม่ผูกพันทายาทอื่น: สิทธิในการแบ่งมรดกยังคงมีอยู่
ทายาทหลายคนได้ปกครองเป็นเจ้าของทรัพย์มฤดกร่วมกันมาโดยยังไม่ได้แบ่งปันกัน ต่อมาทายาทคนหนึ่งฟ้องขอแบ่งทรัพย์มฤดกนั้น จากทายาทอีกคนหนึ่งเพียงคนเดียวมิได้ฟ้องทายาทอันเป็นเจ้าของร่วมคนอื่นเข้ามาในคดีด้วย ทายาทคนที่ถูกฟ้องยอมความเอาทรัพย์มฤดกที่ทายาทอื่นซึ่งเป็นคนนอกคดีเป็นเจ้าของร่วมด้วยไปแบ่งปันเอาเสียคนเดียว และยอมรับเงินจำนวนหนึ่งตกลงโอนทรัพย์นั้นให้เป็นของทายาทผู้ฟ้องคดีทั้งหมดโดยทายาทคนนอกคดีไม่ได้รู้ เห็นยินยอมด้วยนั้น ย่อมไม่ผูกพันทายาทคนนอกคดีตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1361 วรรค 2
การกระทำของทายาทผู้เป็นโจทก์และทายาทผู้เป็นจำเลย เป็นเหตุให้ทายาทคนนอกคดีเสียสิทธิและเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของทายาทคนนอกคดี คำพิพากษาในคดีก่อนนั้นจึงใช้ยันทายาทคนนอกคดีไม่ได้ ทายาทคนนอกคดีมีสิทธิฟ้องทายาทผู้เป็นโจทก์และจำเลยขอให้ศาลแบ่งทรัพย์นั้นใหม่ได้ไม่จำต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา
คำว่าสิ่งปลูกสร้างย่อมหมายถึงเรือนด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมฤดก จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ประการใดจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเรือนโจทก์ไม่ต้องนำสืบ ศาลก็รับฟังได้ว่าเรือนเป็นทรัพย์มฤดกด้วยตายนัยแห่งฎีกาที่ 218/2488
การที่โจทก์ตีราคาทรัพย์มาในคำฟ้องนั้น เป็นการประมาณราคาเพื่อเรียกค่าธรรมเนียมเมื่อไม่มีเหตุที่ศาลควรสงสัยหรือฝ่ายใดโต้แย้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่ม
การกระทำของทายาทผู้เป็นโจทก์และทายาทผู้เป็นจำเลย เป็นเหตุให้ทายาทคนนอกคดีเสียสิทธิและเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของทายาทคนนอกคดี คำพิพากษาในคดีก่อนนั้นจึงใช้ยันทายาทคนนอกคดีไม่ได้ ทายาทคนนอกคดีมีสิทธิฟ้องทายาทผู้เป็นโจทก์และจำเลยขอให้ศาลแบ่งทรัพย์นั้นใหม่ได้ไม่จำต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา
คำว่าสิ่งปลูกสร้างย่อมหมายถึงเรือนด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมฤดก จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ประการใดจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเรือนโจทก์ไม่ต้องนำสืบ ศาลก็รับฟังได้ว่าเรือนเป็นทรัพย์มฤดกด้วยตายนัยแห่งฎีกาที่ 218/2488
การที่โจทก์ตีราคาทรัพย์มาในคำฟ้องนั้น เป็นการประมาณราคาเพื่อเรียกค่าธรรมเนียมเมื่อไม่มีเหตุที่ศาลควรสงสัยหรือฝ่ายใดโต้แย้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่ม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 996/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: การเรียกร้องค่าใช้จ่ายหลังศาลตัดสินคดีเดิมแล้ว ถือเป็นการฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.แพ่ง
ในคดีก่อนโจทก์ถูกทายาทของผู้ตายฟ้องเรียกทรัพย์มฤดกของผู้ตายจากโจทก์ ๆ ต่อสู้ว่ามีส่วนได้ด้วย และต่อสู้ว่าได้เสียค่ารักษาพยาบาล ค่าจัดการศพ ค่าปลงศพผู้ตายไป ถ้าศาลพิพากษาให้ทายาทชนะคดีก็ขอให้หักค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้โจทก์ด้วย ศาลพิพากษาให้ทายาทผู้ตายชนะคดี โดยไม่หักค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้โจทก์ เพราะวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกโจทก์ไม่ฎีกาต่อไป กลับมาฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าวแก่ทายาทผู้ตายเป็นคดีใหม่อีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่งมาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 996/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: การเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เคยต่อสู้ในคดีเดิมแล้ว ศาลถือเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามกฎหมาย
ในคดีก่อนโจทก์ถูกทายาทของผู้ตายฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของผู้ตายจากโจทก์ โจทก์ต่อสู้ว่ามีส่วนได้ด้วย และต่อสู้ว่าได้เสียค่ารักษาพยาบาล ค่าจัดการศพ ค่าปลงศพผู้ตายไป ถ้าศาลพิพากษาให้ทายาทชนะคดีก็ขอให้หักค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้โจทก์ด้วย ศาลพิพากษาให้ทายาทผู้ตายชนะคดี โดยไม่หักค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้โจทก์เพราะวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกโจทก์ไม่ฎีกาต่อไป กลับมาฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าวแก่ทายาทผู้ตายเป็นคดีใหม่อีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำในคดีละเมิด: การฟ้องเรียกค่าเสียหายซ้ำหลังศาลสั่งให้คืนทรัพย์สินแล้ว
การฟ้องซ้ำเป็นเรื่องเกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลชอบที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง
คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง เนื่องด้วยจำเลยกระทำละเมิดสมคบกันเอาที่ของโจทก์ไปขายศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามคำขอแล้ว ผลจึงเป็นว่าโจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในการทำละเมิดของจำเลยที่ได้ทำมาแล้ว โจทก์จะกลับมาฟ้องเรื่องละเมิดเดิมนี้ โดยเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ยังไม่ได้เรียกร้องไว้ จึงเป็นการฟ้องซ้ำ
(อ้างฎีกาที่ 957/2492)
คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง เนื่องด้วยจำเลยกระทำละเมิดสมคบกันเอาที่ของโจทก์ไปขายศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามคำขอแล้ว ผลจึงเป็นว่าโจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในการทำละเมิดของจำเลยที่ได้ทำมาแล้ว โจทก์จะกลับมาฟ้องเรื่องละเมิดเดิมนี้ โดยเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ยังไม่ได้เรียกร้องไว้ จึงเป็นการฟ้องซ้ำ
(อ้างฎีกาที่ 957/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำในคดีละเมิด: การฟ้องเรียกค่าเสียหายซ้ำหลังจากศาลตัดสินให้คืนทรัพย์สินแล้ว ถือเป็นการฟ้องซ้ำ
การฟ้องซ้ำเป็นเรื่องเกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลชอบที่จะยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง
คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง เนื่องด้วยจำเลยกระทำละเมิดสมคบกันเอาที่ของโจทก์ไปขาย ศาลพิพากษาให้โจทก์ชะนะคดีตามคำขอแล้ว ผลจึงเป็นว่าโจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในการทำละเมิดของจำเลยที่ได้ทำมาแล้ว โจทก์จะกลับมาฟ้องเรื่องละเมิดเดิมนี้โดยเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ยังไม่ได้เรียกร้องไว้ จึงเป็นการฟ้องซ้ำ
(อ้างฎีกาที่ 957/2492)
คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อง เนื่องด้วยจำเลยกระทำละเมิดสมคบกันเอาที่ของโจทก์ไปขาย ศาลพิพากษาให้โจทก์ชะนะคดีตามคำขอแล้ว ผลจึงเป็นว่าโจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนในการทำละเมิดของจำเลยที่ได้ทำมาแล้ว โจทก์จะกลับมาฟ้องเรื่องละเมิดเดิมนี้โดยเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ยังไม่ได้เรียกร้องไว้ จึงเป็นการฟ้องซ้ำ
(อ้างฎีกาที่ 957/2492)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีซ้ำโดยไม่เสนอพยานหลักฐานใหม่: ศาลยกฟ้องตามมาตรา 148 ว.พ.พ.
ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานนั้นถือว่าพยานหลักฐานของโจทก์ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) อันเป็นเหตุให้ศาลวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีว่า คำฟ้องโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนโจทก์จะมารื้อฟ้องขึ้นใหม่อีกไม่ได้ คดีต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 792/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีซ้ำโดยไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน ศาลยกฟ้องตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.148
ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะดจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานนั้น ถือว่าพยานหลักฐานของโจทก์ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 87(2) อันเป็นเหตุให้ศาลวินิจฉัยประเด็นแห่งคดีว่า คำฟ้องโจทก์ไ่ม่มีพยานหลักฐานสนับสนุน
โจทก์จะมารื้อฟ้องขึ้นใหม่อีกไม่ได้ คดีต้องห้ามตาม ป.ม.ว.แพ่งมาตรา 148
โจทก์จะมารื้อฟ้องขึ้นใหม่อีกไม่ได้ คดีต้องห้ามตาม ป.ม.ว.แพ่งมาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 647/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายยังใช้ได้ แม้การโอนช่วงแรกถูกทำลาย เหตุใบมอบอำนาจสิ้นอายุ ทายาทต้องปฏิบัติตามสัญญา
ผู้ตายได้ทำสัญญาจะขายนาให้โจทก์แต่ได้ตายเสียในระหว่างประกาศขาย ทายาทบางคนได้โอนขายนาพิพาทให้โจทก์ไปโดยถือตามใบมอบอำนาจเดิม ต่อมาโจทก์ถูกทายาทคนอื่นฟ้องทำลายการโอนดังนี้ แม้ศาลจะพิพากษาให้ทำลายการโอนและให้คืนเงินราคานาให้โจทก์โดยอ้างเหตุว่า ใบมอบอำนาจสิ้นอายุ โจทก์ก็ยังฟ้องบังคับทายาทของผู้ตายให้โอนนาพิพาทให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายเดิมได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำเรื่องไถ่ถอนขายฝาก: การฟ้องเรียกทรัพย์ซ้ำหลังจากมีการไถ่ถอนสัญญาขายฝากทั้งหมดแล้ว เป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามกฎหมาย
คดีก่อนที่จำเลยฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝากที่นา ซึ่งในสัญญาระบุว่าขายฝากกันทั้งแปลง (มี 83 ไร่เศษ) แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าแบ่งขายฝากกัน 50 ไร่ แต่เมื่อโจทก์จำเลยได้ปราณี ประนอมยอมความกัน โจทก์ยอมรับเงินค่าไถ่ครบถ้วนตามสัญญาขายฝาก ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ โจทก์จะกลับมาฟ้องอีกว่านาอีก 33 ไร่เศษจำเลยยังไม่ได้ขอไถ่นั้น เป็นการฟ้องซ้ำต้องห้าม