พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,582 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 412/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ สัญญาขายฝากไถ่ถอนหมดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องอีก
คดีก่อนที่จำเลยฟ้องขอไถ่ถอนการขายฝากที่นา ซึ่งในสัญญาระบุว่าขายฝากกันทั้งแปลง (มี 83 ไร่เศษ) แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าแบ่งขายฝากกัน 50 ไร่ แต่เมื่อโจทก์จำเลยได้ประนีประนอมยอมความกันโจทก์ยอมรับเงินค่าไถ่ครบถ้วนตามสัญญาขายฝาก ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ โจทก์จะกลับมาฟ้องอีกว่า นาอีก 33 ไร่เศษจำเลยยังไม่ได้ขอไถ่นั้น เป็นการฟ้องซ้ำต้องห้าม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่เกิดจากเงินสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสและมีเจตนาทุจริต
ภริยาเอาเงินสินสมรสไปซื้อสวนแล้วโอนใส่ชื่อบุตรของตนซึ่งเกิดกับสามีก่อนโดยเสน่หา โดยสามีมิได้ยินยอม ระหว่างที่สามีบอกล้างและฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมนั้น ภริยากับบุตรเลี้ยงโอนขายที่ดินนั้นให้ผู้อื่น ดังนี้ สามีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้ทั้ง 2 ราย
และเมื่อสามีถอนฟ้องคดีก่อน ซึ่งฟ้องภริยาและบุตรเลี้ยง มาฟ้องใหม่โดยฟ้องภริยา บุตรเลี้ยง และบุคคลภายนอกผู้รับโอนในคดีเดียวกันดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
คดีโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้เสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาท 4500 บาท และจำเลยฎีกาโดยเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาทเช่นเดียวกัน ศาลฎีการับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้
และเมื่อสามีถอนฟ้องคดีก่อน ซึ่งฟ้องภริยาและบุตรเลี้ยง มาฟ้องใหม่โดยฟ้องภริยา บุตรเลี้ยง และบุคคลภายนอกผู้รับโอนในคดีเดียวกันดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
คดีโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้เสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาท 4500 บาท และจำเลยฎีกาโดยเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาทเช่นเดียวกัน ศาลฎีการับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 256/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินที่ได้มาจากการใช้เงินสินสมรสโดยไม่สุจริต และการฟ้องซ้ำ
ภริยาเอาเงินสินสมรสไปซื้อสวนแล้วโอนใส่ชื่อบุตรของตนซึ่งเกิดกับสามีก่อนโดยเสน่หา โดยสามีมิได้ยินยอมระหว่างที่สามีบอกล้างและฟ้องของให้เพิกถอนนิติกรรมนั้น ภริยากับบุตรเลี้ยงโอนขายที่ดินนั้นให้ผู้อื่น ดังนี้ สามีฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้ทั้ง 2 ราย
และเมื่อสามีถอนฟ้องคดีก่อน ซึ่งฟ้องภริยาและบุตรเลี้ยง มาฟ้องใหม่โดยฟ้องภริยา, บุตรเลี้ยง และบุคคลภายนอกผู้รับโอนในคดีเดียวกัน ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
คดีโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้เสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาท 4500 บาท และจำเลยฎีกาโดยเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาทเช่นเดียวกันศาลฎีการับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้
และเมื่อสามีถอนฟ้องคดีก่อน ซึ่งฟ้องภริยาและบุตรเลี้ยง มาฟ้องใหม่โดยฟ้องภริยา, บุตรเลี้ยง และบุคคลภายนอกผู้รับโอนในคดีเดียวกัน ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
คดีโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมได้เสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาท 4500 บาท และจำเลยฎีกาโดยเสียค่าขึ้นศาลตามราคาทรัพย์ที่พิพาทเช่นเดียวกันศาลฎีการับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการฟ้องร้องมรดก แม้มีสัญญาประนีประนอมก่อนหน้า และการแบ่งทรัพย์สินตามส่วน
ผู้ร้องสอดซึ่งมิได้เป็นโจทก์หรือผู้แทนโจทก์ โจทก์ย่อมไม่ต้องถูกผูกมัดตามคำพิพากษาในคดีนั้นและมาฟ้องคดีอีกได้. ไม่ถือว่าฟ้องซ้ำ
ทรัพย์ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของตนทั้งหมด ถ้าศาลเห็นว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง ให้ศาลแบ่งให้ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการนอกฟ้องนอกคำขอ
ทรัพย์ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของตนทั้งหมด ถ้าศาลเห็นว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง ให้ศาลแบ่งให้ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการนอกฟ้องนอกคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการฟ้องคดีซ้ำ และอำนาจศาลในการแบ่งทรัพย์มรดกตามส่วน
ผู้ร้องสอดซึ่งมิได้เป็นโจทก์หรือผู้เแทนโจทก์ย่อมไม่ต้องถูกผูกมัดตามคำพิพากษาในคดีนั้นและมาฟ้องคดีอีกได้ ไม่ถือว่าฟ้องซ้ำ
ทรัพย์ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของตนทั้งหมด ถ้าศาลเห็นว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง ให้ศาลแบ่งให้ได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการนอกฟ้องคำขอ
ทรัพย์ที่โจทก์อ้างว่าเป็นของตนทั้งหมด ถ้าศาลเห็นว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง ให้ศาลแบ่งให้ได้ โดยไม่ถือว่าเป็นการนอกฟ้องคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2064/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำสืบหนี้ที่เคยให้การยอมรับในคดีก่อนหน้า: ศาลไม่ห้ามโจทก์อ้างเหตุผลใหม่ หากคดีก่อนไม่มีวินิจฉัย
โจทก์ให้การไว้ในคดีเรื่องหนึ่งว่า เงินจำนวนหนึ่งได้หักหนี้กันแล้วและคดีนั้นได้ทำยอมกัน โดยศาลมิได้วินิจฉัยถึงหนี้รายนี้ แล้วโจทก์มาฟ้องจำเลยเรียกหนี้รายนี้คืนและแถลงว่าการหักหนี้นั้นไม่ถูกต้อง ดังนี้ถือว่าไม่ต้องห้ามในการที่โจทก์จะนำสืบตามข้ออ้าง ศาลจะงดไม่ให้โจทก์สืบไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ประเด็นข้อพิพาทเดิม แม้เพิ่มข้อหาใหม่ ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาเดิม
ในคดีเรื่องก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ซึ่งศาลพิพากษาว่าขับไล่ไม่ได้ เพราะโจทก์ยังไม่ได้เข้าครอบครองที่ดิน คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยคนเดียวกันนั้นอีก โดยเพิ่มข้อหาว่า จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินส่วนหนึ่ง ดังนี้ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: คดีเดิมยังไม่ถึงที่สุด แม้ยังมิได้เข้าครอบครอง แต่ประเด็นเป็นเรื่องเดียวกัน
ในคดีเรื่องก่อนโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ซึ่งศาลพิพากษาว่าขับไล่ไม่ได้เพราะโจทก์ยังไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์มาฟ้องจำเลยคนเดียวกันนั้นอีกโดยเพิ่มข้อหาว่า จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินส่วนหนึ่งดังนี้ถือว่าเป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1448/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการตัดสินคดี, ฟ้องซ้ำ, และอายุความ: การพิจารณาคดีสัญญาซื้อขาย
เมื่อศาลเห็นว่า คดีได้ความชัดพอจะตัดสินได้แล้ว ศาลก็มีอำนาจตัดสินได้ โดยไม่ต้องมีการชี้สองสถาน ไม่เป็นการขัดต่อวิธีพิจารณา และไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ศาลต้องรอการตัดสินไว้เพื่อให้โอกาสคู่ความที่จะแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง และคำให้การก่อน
เดิมโจทก์ฟ้องเรียกเงินราคาแป้งที่โจทก์ขายให้จำเลยศาลฎีกาพิพากษาในคดีนั้นว่า โจทก์ จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ ยกเลิกสัญญาเดิมแล้ว ข้อที่หากันว่าผิดสัญญาจึงตกไป โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้เรียกเงินตามข้อตกลงใหม่การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาใหม่นี้ ย่อมเป็นคนละประเด็นกับเรื่องก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 (อ้างฎีกาที่ 319/2492)
คดีที่จะขาดอายุความ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165มีหลายข้อหลายกรณี คำให้การของจำเลยกล่าวแต่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 165 มิได้กล่าวว่าขาดอายุความในกรณีใดหรือข้อใด แม้อนุมาตราของมาตรา 165 ก็มิกล่าวถึง คดีจึงไม่มีประเด็นจะชี้ไปถึงว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ
เดิมโจทก์ฟ้องเรียกเงินราคาแป้งที่โจทก์ขายให้จำเลยศาลฎีกาพิพากษาในคดีนั้นว่า โจทก์ จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ ยกเลิกสัญญาเดิมแล้ว ข้อที่หากันว่าผิดสัญญาจึงตกไป โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้เรียกเงินตามข้อตกลงใหม่การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาใหม่นี้ ย่อมเป็นคนละประเด็นกับเรื่องก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 (อ้างฎีกาที่ 319/2492)
คดีที่จะขาดอายุความ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165มีหลายข้อหลายกรณี คำให้การของจำเลยกล่าวแต่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 165 มิได้กล่าวว่าขาดอายุความในกรณีใดหรือข้อใด แม้อนุมาตราของมาตรา 165 ก็มิกล่าวถึง คดีจึงไม่มีประเด็นจะชี้ไปถึงว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1448/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการตัดสินคดี, ฟ้องซ้ำ, และอายุความ: การพิจารณาคดีที่ชัดเจน การเปลี่ยนแปลงสัญญา และการระบุเหตุขาดอายุความ
เมื่อศาลเห็นว่า คดีได้ความชัดพอจะตัดสินได้แล้ว ศาลก็มีอำนาจตัดสินได้ โดยไม่ต้องมีการชี้สองสถาน ไม่เป็นการขัดต่อวิธีจารณาและไม่มีกฎหมายใดบังคับให้ศาลต้องรอการตัดสินไว้เพื่อให้โอกาศคู่ความที่จะแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง และคำให้การก่อน
เดิมโจทก์ฟ้อง เรียกเงินราคาแป้งที่โจทก์ขายให้จำเลย ศาลฎีกาพิพากษาในคดีนั้นว่า โจทก์,จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ ยกเลิกสัญญาเดิมแล้ว ข้อที่หากันว่าผิดสัญญาจึงตกไป โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้เรียกเงินตามข้อตกลงใหม่ การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาใหม่นี้ ย่อมเป็นคนละประเด็นกับเรื่องก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 148.
(อ้างฎีกาที่ 319/2492)
คดีที่ขาดอายุความ ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 165 มีหลายข้อหลายกรณี คำให้การของจำเลยกล่าวแต่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 165 มิได้กล่าวว่าขาดอายุความในกรณีใดหรือข้อใดแม้อนุมาตราของมาตรา 165 ก็มิกล่าวถึง คดีจึงไม่มีประเด็นจะชี้ไปถึงว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ.
เดิมโจทก์ฟ้อง เรียกเงินราคาแป้งที่โจทก์ขายให้จำเลย ศาลฎีกาพิพากษาในคดีนั้นว่า โจทก์,จำเลยได้ทำความตกลงกันใหม่ ยกเลิกสัญญาเดิมแล้ว ข้อที่หากันว่าผิดสัญญาจึงตกไป โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้เรียกเงินตามข้อตกลงใหม่ การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญาใหม่นี้ ย่อมเป็นคนละประเด็นกับเรื่องก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 148.
(อ้างฎีกาที่ 319/2492)
คดีที่ขาดอายุความ ป.ม.แพ่ง ฯ มาตรา 165 มีหลายข้อหลายกรณี คำให้การของจำเลยกล่าวแต่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความตามมาตรา 165 มิได้กล่าวว่าขาดอายุความในกรณีใดหรือข้อใดแม้อนุมาตราของมาตรา 165 ก็มิกล่าวถึง คดีจึงไม่มีประเด็นจะชี้ไปถึงว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ.