คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 148

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,582 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการระบุสิทธิเรียกร้องมรดกเพิ่มเติมในคำพิพากษา
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ที่ดินของนางชมตกทอดเป็นของนายกิมนายกิมตายตกทอดเป็นของผู้ร้อง คือภรรยาและบุตรอีก 3 คน ของนายกิม นายเพิ่มอ้างว่าเป็นทายาทของนางชม ยื่นคำคัดค้าน เมื่อศาลพิพากษายกคำร้องของผู้ร้อง ศาลย่อมมีอำนาจจะกล่าวไว้ในคำพิพากษาได้ว่า คำพิพากษาไม่ตัดสิทธิเด็กทั้งสามที่จะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าตนเป็นบุตรของนายกิมและขอรับมรดกของนายกิมต่อไปได้นั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 578/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องซ้ำในคดีสัญญาซื้อขาย: การปิดอากรแสตมป์ไม่สมบูรณ์เป็นเหตุให้ศาลไม่รับฟังพยานหลักฐาน ย่อมเป็นเหตุห้ามมิให้ฟ้องซ้ำ
โจทก์ได้ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายสองฉบับ ศาลพิพากษายกฟ้องคดีเสร็จเด็ดขาดโดยเหตุว่าสัญญา 2 ฉบับที่โจทก์อ้างไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากรรับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้โจทก์ได้นำสัญญา 2 ฉบับดังกล่าวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปิดอากรแสตมป์เป็นการถูกต้องสมบูรณ์ตาม กฎหมาย แล้วจึงนำมาฟ้องใหม่ ขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายเช่นเดียวกับคดีก่อน ดังนี้คดีของโจทก์ต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องใหม่อีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 370/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประนีประนอมยอมความมีผลยุติกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพิพาท แม้ไม่มีข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์โดยชัดแจ้ง
โจทก์เป็นบิดาจำเลย และจำเลยเป็นผู้ครอบครองทรัพย์พิพาทอยู่ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเรียกทรัพย์สินพิพาทนี้คืนครั้งหนึ่งแล้วและต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอถอนคดีโดยแถลงว่า โจทก์ไม่ติดใจเอาความกับจำเลยต่อไป โดยได้ทำสัญญาตกลงระงับข้อพิพาทกับจำเลยฉบับหนึ่งมีข้อความกล่าวอ้างถึงคดีที่ฟ้องนั้น และมีข้อความกล่าวถึงหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องปฏิบัติต่อโจทก์ โดยไม่ปรากฏว่าทรัพย์สินที่พิพาท โจทก์จำเลยได้ตกลงให้กรรมสิทธิ์อยู่แก่ใคร เช่นนี้เมื่อทรัพย์พิพาทอยู่ในความปกครองของจำเลย และโจทก์ตกลงทำประนีประนอมกับจำเลยดังกล่าวก็ต้องตีความว่าโจทก์ได้ตกลงไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ของจำเลยต่อไปแล้ว เพื่อแลกเปลี่ยนกับเงินและข้อสัญญาต่างๆ ที่จำเลยให้ไว้ โจทก์ก็ไม่มีสิทธินำคดีนี้มาฟ้องเรียกทรัพย์พิพาทจากจำเลยอีก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาปรานีประนอมยอมความและการฟ้องละเมิด/ผิดสัญญา: ศาลต้องฟังข้อเท็จจริงก่อนวินิจฉัย
โจทก์ฟ้องในฐานะผู้อนุญาตนายชัยยะว่า เดิมนายชัยยะให้จำเลยเช่าที่พิพาทแล้วผิดสัญญา นายชัยยะฟ้องขับไล่แล้ว นายชัยยะกับจำเลยได้ทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกันต่อศาลว่า จำเลยยอมรับซื้อที่ดินและสิ่งของจำเลยหาได้ปฏิบัติตามสัญญานั้นไม่ กลับเพิกเฉยจนล่วงพ้นกำหนดในสัญญา และโดยเหตุที่ที่ดินเป็นของโจทก์ ๆ จึงถือว่าจำเลยอยู่ต่อมาเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ส่วนจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความเอง ดังนี้ ถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างโจทก์ว่า ฝ่ายจำเลยก็เป็นผู้ผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความ การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยเช่นนี้ อาจไม่เป็นฟ้องซ้ำก็ได้ ถ้าหากข้อเท็จจริงเป็นอย่างจำเลยว่า คือฝ่ายโจทก์เป็นผู้ผิดสัญญาปราณีประนอมยอมความนั้นเองแล้ว ก็อาจเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ซึ่งนายชัยยะทำยอมกับจำเลยไปแล้วก็ได้ ฉะนั้นการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว จึงต้องฟังข้อเท็จจริงที่คู่ความโต้เถียงกันต่อไปก่อน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาซ่อมรถไม่เรียบร้อย ผู้รับจ้างต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย
จำเลยได้ว่าจ้างให้โจทก์ซ่อมรถให้จำเลย โจทก์ซ่อมรถไม่ดีรถจึงวิ่งได้เร็วเพียง 30 ไมล์เป็นอย่างสูงเวลาโจทก์ส่งมอบรถ จำเลยรับไปโดยอิดเอื้อนและบ่นว่าทำไมจะทำให้รถวิ่งเร็วกว่านี้ไม่ได้ ดังนี้ โจทก์จึงไม่พ้นจากความรับผิดตามมาตรา 598 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
การที่โจทก์ผู้ซ่อมรับรองว่าถ้ามีสิ่งชำรุดบกพร่องต่อไปอีก 3 เดือน ผู้ซ่อมจะซ่อมให้ ซึ่งหมายความว่าเมื่อซ่อมเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว หากในระยะเวลานั้นมีอะไรชำรุดเกิดขึ้นใหม่ผู้ซ่อมรับซ่อมให้อีก ไม่หมายความโจทก์ผู้ซ่อม ซ่อมไม่ดี จำเลยผู้ว่าจ้างจะต้องนำกลับมาให้ซ่อมใหม่ ฉะนั้นการที่จำเลยไม่นำกลับมาให้โจทก์ซ่อมจึงไม่ใช่ข้อแก้ตัวของโจทก์
โจทก์ซ่อมรถให้จำเลยไม่เรียบร้อยตามสัญญา จำเลยต้องไปจ้างที่อื่นซ่อมใหม่ ไม่ปรากฏว่าการแก้เครื่องรถนั้นโจทก์ได้แก้อะไรไปบ้างที่นับว่าเรียบร้อย จำเลยไม่ต้องไปแก้ใหม่ และค่าแก้เครื่องที่นับว่าเรียบร้อยนั้นเป็นเงินเท่าใดไม่ปรากฏ ปัญหาว่าควรจะให้จำเลยชำระค่าซ่อมแก่โจทก์บ้างหรือไม่ จึงไม่เกิดขึ้น เพราะถ้าเห็นว่าควรให้ ก็ไม่สามารถคำนวณได้อนึ่งโจทก์ไม่ได้ซ่อมแต่เครื่อง ซ่อมตัวถังและอื่นๆ ด้วย เหล่านี้เป็นมูลค่าเท่าใดไม่ปรากฏ ศาลฎีกาจึงไม่ให้จำเลยชำระค่าซ่อมเหล่านี้แก่โจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์จะว่ากล่าวในข้อเหล่านี้ต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเรียกร้องระงับหลังทำสัญญาประนีประนอมยอมความ: ข้อพิพาทก่อนทำสัญญา ย่อมระงับเด็ดขาด
ข้อตกลงหรือข้อพิพาทใดที่มีอยู่ก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ย่อมระงับไปในเมื่อได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันเสร็จเด็ดขาดแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการรับมฤดกยังคงมีอยู่ แม้มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น และสามารถร้องขอเป็นโจทก์ร่วมได้ระหว่างพิจารณา
ศาลได้อนุญาตให้ผู้ร้อง ร้องขอแบ่งมฤดกในฐานทายาท ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ผู้ร้องไม่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วยกับโจทก์นั้น หาใช่เป็นการสละมฤดกตาม ก.ม.หรือต้องด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด ที่จะทำให้สิทธิในการรับมฤดกของผู้ร้องต้องเสียไปไม่.
ในระหว่างพิจารณาทายาทมีสิทธิที่จะร้องขอส่วนแบ่งมฤดกในคดีที่ทายาทคนอื่นได้ฟ้องไว้แล้ว.
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 6-7/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 232/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการรับมรดกไม่ระงับ แม้มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาชั้นต้น ทายาทมีสิทธิร้องขอส่วนแบ่งมรดกได้เสมอ
ศาลได้อนุญาตให้ผู้ร้องร้องขอแบ่งมรดกในฐานทายาทศาลชั้นต้นยกฟ้อง ผู้ร้องไม่ได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นด้วยกับโจทก์นั้น หาใช่เป็นการสละมรดกตามกฎหมายหรือต้องด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมายใด ที่จะทำให้สิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องต้องเสียไปไม่
ในระหว่างพิจารณาทายาทมีสิทธิที่จะร้องขอส่วนแบ่งมรดกในคดีที่ทายาทคนอื่นได้ฟ้องไว้แล้ว(ประชุมใหญ่ครั้งที่6-7/92)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1182/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องซ้ำในคดีขับไล่: ศาลชี้ขาดประเด็นความเป็นเจ้าของที่ดินแล้ว แม้ไม่ได้ตัดสินว่าที่ดินเป็นของจำเลยหรือไม่
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยครั้งหนึ่ง ศาลพิพากษายกฟ้องเพราะโจทก์สืบไม่ได้ความแน่นอนว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน โจทก์จึงกลับมาฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินรายเดียวกันอีก ดังนี้ เป็นการฟ้องซ้ำเพราะเมื่อโจทก์สืบไม่สมตามคำฟ้อง ศาลก็พิพากษายกฟ้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องชี้ขาดว่า ที่ดินนั้นเป็นของจำเลยหรือของใคร จึงถือได้ว่าในคดีก่อนศาลได้ชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำพิพากษาตามยอมเด็ดขาดแล้ว ไม่อาจอ้างกฎหมายเฉพาะมาเปลี่ยนแปลงผลได้
ศาลได้พิพากษาตามยอมและมีคำสั่งท้ายคำพิพากษานั้นว่าบังคับตามยอมและต่อมาออกหมายบังคับคดีต่อจำเลยอีก ดังนี้แสดงว่า มีคำบังคับแล้ว
เมื่อจำเลยทำยอมรื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่า และศาลพิพากษาตามยอม ดังนี้เป็นคำพิพากษาที่เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่ามาเปลี่ยนแปลงผลแห่งคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไม่ได้
of 159