พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,582 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำพิพากษาตามยอมเด็ดขาดแล้ว ไม่อาจอ้างกฎหมายเฉพาะมาเปลี่ยนแปลงผลได้
ศาลได้พิพากษาตามยอมและมีคำสั่งท้ายคำพิพากษานั้นว่าบังคับตามยอมและต่อมาออกหมายบังคับคดีต่อจำเลยอีก ดังนี้แสดงว่า มีคำบังคับแล้ว
เมื่อจำเลยทำยอมรื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่า และศาลพิพากษาตามยอม ดังนี้เป็นคำพิพากษาที่เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่ามาเปลี่ยนแปลงผลแห่งคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไม่ได้
เมื่อจำเลยทำยอมรื้อสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่า และศาลพิพากษาตามยอม ดังนี้เป็นคำพิพากษาที่เด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว จะอ้าง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่ามาเปลี่ยนแปลงผลแห่งคำพิพากษาเป็นอย่างอื่นไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประนีประนอมยอมความคดีก่อนมีผลผูกพันคดีหลังได้หรือไม่: การรับรองที่ดินรายเดียวกันเป็นสำคัญ
จำเลยให้การว่าที่ดิน ที่โจทก์ฟ้อง โจทก์, จำเลยได้ทำการปราณีประนอมยอมความกัน โดยศาลจดรายงานไว้เป็นหลักฐานในคดีหนึ่งแล้ว
ในวันชี้สองสถาน โจทก์รับว่าที่ดินที่ฟ้องเป็นที่รายเดียวกันกับที่ยื่นคำร้องคัดค้านไว้ต่อศาลในคดีที่จำเลยอ้างจริง ดังนี้ ศาลจะฟังตามที่จำเลยอ้างว่า คดีนี้มีประเด็นอย่างเดียวกับคดีก่อน และโจทก์จำเลยได้ปราณีประนอมยอมความกันแล้วไม่ได้ เพราะโจทก์มิได้แถลงรับ ทั้งคดีที่กล่าวอ้างก็ยังไม่มีคู่ความใดอ้างสำนวนเป็นพะยาน
ในวันชี้สองสถาน โจทก์รับว่าที่ดินที่ฟ้องเป็นที่รายเดียวกันกับที่ยื่นคำร้องคัดค้านไว้ต่อศาลในคดีที่จำเลยอ้างจริง ดังนี้ ศาลจะฟังตามที่จำเลยอ้างว่า คดีนี้มีประเด็นอย่างเดียวกับคดีก่อน และโจทก์จำเลยได้ปราณีประนอมยอมความกันแล้วไม่ได้ เพราะโจทก์มิได้แถลงรับ ทั้งคดีที่กล่าวอ้างก็ยังไม่มีคู่ความใดอ้างสำนวนเป็นพะยาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประนีประนอมยอมความแล้วย่อมไม่ฟ้องซ้ำ – การรับรองที่ดินแปลงเดียวกันในคดีก่อนมีผลผูกพัน
จำเลยให้การว่าที่ดินที่โจทก์ฟ้อง โจทก์ จำเลยได้ทำการประนีประนอมยอมความกันโดยศาลจดรายงานไว้เป็นหลักฐานในคดีหนึ่งแล้ว
ในวันชี้สองสถาน โจทก์รับว่าที่ดินที่ฟ้องเป็นที่รายเดียวกันกับที่ยื่นคำร้องคัดค้านไว้ต่อศาลในคดีที่จำเลยอ้างจริงดังนี้ ศาลจะฟังตามที่จำเลยอ้างว่าคดีนี้มีประเด็นอย่างเดียวกับคดีก่อน และโจทก์จำเลยได้ประนีประนอมยอมความกันแล้วไม่ได้. เพราะโจทก์มิได้แถลงรับทั้งคดีที่กล่าวอ้างก็ยังไม่มีคู่ความใดอ้างสำนวนเป็นพยาน
ในวันชี้สองสถาน โจทก์รับว่าที่ดินที่ฟ้องเป็นที่รายเดียวกันกับที่ยื่นคำร้องคัดค้านไว้ต่อศาลในคดีที่จำเลยอ้างจริงดังนี้ ศาลจะฟังตามที่จำเลยอ้างว่าคดีนี้มีประเด็นอย่างเดียวกับคดีก่อน และโจทก์จำเลยได้ประนีประนอมยอมความกันแล้วไม่ได้. เพราะโจทก์มิได้แถลงรับทั้งคดีที่กล่าวอ้างก็ยังไม่มีคู่ความใดอ้างสำนวนเป็นพยาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 186/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินกับคนต่างด้าว: สิทธิฟ้องบังคับเมื่อยังมิได้ขออนุญาต
ทำสัญญาขายที่ดินแก่คนต่างด้าว ผู้ขายเคยยื่นคำร้องต่ออำเภอขอโอนที่ให้คนต่างด้าวครั้งหนึ่งแล้วแต่อำเภอไม่อนุญาต ส่วนตัวคนต่างด้าวผู้ซื้อยังไม่ได้ยื่นคำร้องเองดังนี้ยังไม่เป็นเหตุที่จะถือว่าเป็นการพ้นวิสัยอันจะทำให้สัญญาต้องเลิกกัน หรือหลุดพ้นจากการชำระหนี้เพราะพระราชบัญญัติที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มิได้ห้ามเด็ดขาดมิให้คนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดิน หากวางเงื่อนไขบางประการให้ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น
ผู้ซื้อที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว ยังมิได้ร้องขออนุญาตต่อทางราชการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องผู้ขายให้โอนที่แก่ตน
ผู้ซื้อที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว ยังมิได้ร้องขออนุญาตต่อทางราชการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องผู้ขายให้โอนที่แก่ตน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 186/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดินกับคนต่างด้าว: สิทธิบังคับตามสัญญาขึ้นอยู่กับการได้รับอนุญาต
ทำสัญญาขายที่ดินแก่คนต่างด้าว ผู้ขายเคยยื่นคำร้องต่ออำเภอ ขอโอนที่ให้คนต่างด้าวครั้งหนึ่งแล้ว แต่อำเภอไม่อนุญาต ส่วนตัวคนต่างด้าวผู้ซื้อยังไม่ได้ยื่นคำร้องเอง ดังนี้ ยังไม่เป็นเหตุที่จะถือว่าเป็นการพ้นวิสัย อันจะทำให้สัญญาต้องเลิกกัน หรือหลุดพ้นจากการชำระหนี้ เพราะ พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าว 2486 มิได้ห้ามเด็ดขาดให้คนต่างด้าวได้มาซึ่งที่ดิน หากวางเงื่อนไขบางประการให้ต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น
ผู้ซื้อที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว ยังมิได้ร้องขออนุญาตต่อทางราชการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องผู้ขายให้โอนที่แก่ตน
ผู้ซื้อที่ดินซึ่งเป็นคนต่างด้าว ยังมิได้ร้องขออนุญาตต่อทางราชการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดิน ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องผู้ขายให้โอนที่แก่ตน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้เช่าช่วงเมื่อถูกบังคับคดี: การทุเลาการบังคับคดีสำหรับผู้เช่าช่วงที่พิสูจน์ได้
ศาลอุทธรณ์สั่งไม่ทุเลาการบังคับคดี คู่ความย่อมฎีกาคัดค้านคำสั่งนัน้ได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากสถานที่เช่า ผู้ร้องก็ถูกบังคับให้ออกด้วย ในฐานะเป็นบริวารจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้ระหว่างอุทธรณ์ โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้เช่าช่วง มิใช่บริวารจำเลยมีเอกสารประกอบข้ออ้างและปรากฎว่า ในสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลย มีข้อความอนุญาตให้ผู้เช่า ให้เช่าช่วงได้ดังนี้ นับว่าคดีมีเหตุที่สมควรทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากสถานที่เช่า ผู้ร้องก็ถูกบังคับให้ออกด้วย ในฐานะเป็นบริวารจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้ระหว่างอุทธรณ์ โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้เช่าช่วง มิใช่บริวารจำเลยมีเอกสารประกอบข้ออ้างและปรากฎว่า ในสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลย มีข้อความอนุญาตให้ผู้เช่า ให้เช่าช่วงได้ดังนี้ นับว่าคดีมีเหตุที่สมควรทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 830/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้เช่าช่วงเมื่อถูกบังคับคดี – เหตุสมควรทุเลาการบังคับคดี
ศาลอุทธรณ์สั่งไม่ทุเลาการบังคับคดี คู่ความย่อมฎีกาคัดค้านคำสั่งนั้นได้
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากสถานที่เช่า ผู้ร้องก็ถูกบังคับให้ออกด้วย ในฐานะเป็นบริวารจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้ระหว่างอุทธรณ์ โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้เช่าช่วง มิใช่บริวารจำเลยมีเอกสารประกอบข้ออ้างและปรากฏว่า ในสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลย มีข้อความอนุญาตให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงได้ ดังนี้ นับว่าคดีมีเหตุที่สมควรทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากสถานที่เช่า ผู้ร้องก็ถูกบังคับให้ออกด้วย ในฐานะเป็นบริวารจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้ระหว่างอุทธรณ์ โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้เช่าช่วง มิใช่บริวารจำเลยมีเอกสารประกอบข้ออ้างและปรากฏว่า ในสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลย มีข้อความอนุญาตให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงได้ ดังนี้ นับว่าคดีมีเหตุที่สมควรทุเลาการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 804/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นการฟ้องซ้ำ: การนำข้อต่อสู้เดิมมาฟ้องเป็นคดีใหม่ ศาลไม่รับฟัง
เมื่อโจทก์ถูกจำเลยฟ้องเรียกเงินกู้ โจทก์ต่อสู้ว่าได้จ่ายเงินแทนจำเลยไปและจำเลยยอมหักกลบลบหนี้ให้ แต่ศาลไม่ยอมให้โจทก์นำสืบแล้วพิพากษาให้โจทก์ใช้เงิน โจทก์จึงมาฟ้องเรียกเงินที่อ้างว่าจ่ายแทนจำเลยไปดังนี้ ถือว่าเป็นการฟ้องซ้ำ เพราะเป็นเรื่องอยู่ในประเด็นแห่งคดีแล้ว.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 804/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นการฟ้องซ้ำ: การเรียกร้องหนี้ที่เคยยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคดีก่อน
เมื่อโจทก์ถูกจำเลยฟ้องเรียกเงินกู้ โจทก์ต่อสู้ว่าได้จ่ายเงินแทนจำเลยไปและจำเลยยอมหักกลบลบหนี้ให้ แต่ศาลไม่ยอมให้โจทก์นำสืบแล้วพิพากษาให้โจทก์ใช้เงินโจทก์จึงมาฟ้องเรียกเงินที่อ้างว่าจ่ายแทนจำเลยไปดังนี้ ถือว่าเป็นการฟ้องซ้ำ เพราะเป็นเรื่องอยู่ในประเด็นแห่งคดีแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าปากเปล่าและค่าเสียหายจากการฟ้องร้อง: ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือฟ้องร้องไม่ได้, ค่าเสียหายไม่ใช่ผลโดยตรง
การเช่าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ผู้ให้เช่าจะฟ้องเรียกค่าเช่าไม่ได้
ค่าเสียหายในการฟ้องความนั้น ไม่ใช่เป็นผลเกิดจากการกระทำของจำเลยโดยตรง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด
ค่าเสียหายในการฟ้องความนั้น ไม่ใช่เป็นผลเกิดจากการกระทำของจำเลยโดยตรง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด