พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,099 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องร้องเรียกทรัพย์คืนจากการซื้อขาย และภาระการพิสูจน์การครอบครองเพื่ออ้างกรรมสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขายที่ดินมีโฉนดให้ และโจทก์ได้ครอบครองมา 10 ปีกว่าแล้ว ขอให้จำเลยโอนแก้ทะเบียนให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขายหรือใไ้ถอนชื่อจำเลยออกใส่ชื่อโจทก์ในโฉนดแทน จำเลยต่อสู้ว่าได้มอบที่ดินให้โจทก์ทำกินต่างดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนี้ประเด็นตกเป็นหน้าที่โจทก์นำสืบก่อน เพราะภาระการพิสูจน์ว่า การครอบครองของโจทก์ได้เป็นไปโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของยังคงตกอยู่แก่โจทก์ ทั้งนี้เพราะการอ้างถึงการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ที่ดินตามมาตรา 1382 สหรับที่ดินที่มีหนังสือสำคัญ แสดงกรรมสิทธิว่าเป็นของผู้อื่นอยู่แล้วนั้น ผู้อ้างจะต้องแสดงหลักฐานให้เป็นที่พอใจต่อศาลจึงจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแสดงการได้มาซึ่งกรรมสิทธิเพื่อการจดทะเบียนตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7) 2486 มาตรา 14 และกฎกระทรงมหาดไทยลงวันที่ 1 มกราคม 2486 ข้อ 1
ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ซึ่งเป็นการไม่ชอบ การที่จำเลยต้องขาดนัดพิจารณาเพราะหน้าที่นำสืบก่อนต้องตกแต่จำเลยโดยไม่ชอบเช่นนี้ เป็นการสมควรให้ได้มีการพิจารณาคดีใหม่ โดยดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ
ฟ้องขอให้ศาลบังคับลูกหนี้กระทำการชำระหนี้ตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้ อันเป็นการขอให้บังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้น จะต้องฟ้องเสียภายในระยะเวลา 10 ปี มิฉะนั้นขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน ซึ่งเป็นการไม่ชอบ การที่จำเลยต้องขาดนัดพิจารณาเพราะหน้าที่นำสืบก่อนต้องตกแต่จำเลยโดยไม่ชอบเช่นนี้ เป็นการสมควรให้ได้มีการพิจารณาคดีใหม่ โดยดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ
ฟ้องขอให้ศาลบังคับลูกหนี้กระทำการชำระหนี้ตามสัญญาที่ได้ทำกันไว้ อันเป็นการขอให้บังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้น จะต้องฟ้องเสียภายในระยะเวลา 10 ปี มิฉะนั้นขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 451/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิไถ่ถอนที่ดินหลังกู้เงิน แม้ไม่มีกำหนดเวลาและครอบครองนาน ผู้กู้ยังใช้สิทธิได้
การที่กู้เงินแล้วมอบที่ดินให้ทำต่างดอกเบี้ย โดยไม่ได้กำหนดเวลาไถ่ถอนนั้น แม้ผู้ให้กู้จะครอบครองที่ดินนั้นมากว่า 10 ปี จนผู้ให้กู้ตายที่ดินตกทอดไปยังผู้รับมรดกซึ่งทราบถึงการกู้เงินรายนี้และผู้รับมรดกได้ครอบครองที่ดินนั้นต่อไปอีกกว่า 10 ปี ดังนี้ ผู้กู้ขอชำระเงินและไถ่ถอนที่พิพาทคืนได้ ผู้รับมรดกผู้ให้กู้จะอ้างอายุความมรดกมาตัดมิได้ และจะอ้างว่าได้สิทธิโดยครอบครองปรปักษ์ก็ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการครอบครองในฐานเป็นตัวแทนผู้กู้เจ้าของเดิม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ตั๋วสัญญาใช้เงินพิสูจน์การกู้ยืมได้ แม้ไม่มีคำว่า 'กู้ยืม' หลักฐานอื่นประกอบได้
ฟ้องเรียกเงินกู้โดยอ้างตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งมีข้อความแสดงแต่เพียงรับรองว่า จำเลยมีหนี้อันจะพึงต้องชำระให้แก่โจทก์ โดยไม่มีถ้อยคำชัดว่า หนี้นั้นเป็นหนี้เงินกู้หรือหนี้อย่างอื่น โจทก์ย่อมนำพยานหลักฐานสืบประกอบว่าหนี้นั้นเป็นหนี้เงินกู้ได้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 หาได้มีความหมายเคร่งครัดถึงกับว่า จะต้องมีถ้อยคำว่า กู้ยืมเป็นหลักฐานในเอกสารนั้นไม่ เมื่อโจทก์มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง แสดงความเป็นหนี้สินลงลายมือชื่อลูกหนี้แล้วและสืบพยานหลักฐานประกอบอธิบายได้ว่าหนี้สินนั้นเป็นหนี้สินแห่งการกู้ยืม เอกสารนั้นก็เป็นหนังสืออันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมแล้ว(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8-9/2493)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 หาได้มีความหมายเคร่งครัดถึงกับว่า จะต้องมีถ้อยคำว่า กู้ยืมเป็นหลักฐานในเอกสารนั้นไม่ เมื่อโจทก์มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง แสดงความเป็นหนี้สินลงลายมือชื่อลูกหนี้แล้วและสืบพยานหลักฐานประกอบอธิบายได้ว่าหนี้สินนั้นเป็นหนี้สินแห่งการกู้ยืม เอกสารนั้นก็เป็นหนังสืออันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมแล้ว(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 8-9/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 439/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หลักฐานการกู้ยืม: หนังสือรับรองหนี้ + พยานหลักฐานประกอบแสดงเจตนาการกู้ยืม
ฟ้องเรียกเงินกู้โดยล้างตั๋วสัญญาใช้เงิน ซึ่งมีข้อความแสดงแต่เพียงรับรองว่า จำเลยมีหนี้อันจะพึงต้องชำระให้แก่โจทก์โดยไม่มีถ้อยคำชัดว่า หนี้นั้นเป็นหนี้เงินกู้หรือหนี้อย่างอื่น โจทก์ย่อมนำพยานหลักฐานสืบประกอบว่าหนี้นั้นเป็นหนี้เงินกู้ได้
ป.ม.แพ่งฯมาตรา 653 หาได้มีความหมายเคร่งครัดถึงกับว่า จะต้องมีถ้อยคำว่า กู้ยืมเป็นหลักฐานในเอกสารนั้นไม่ เมื่อโจทก์มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง แสดงความเป็หนี้สินลงลายมือชื่อลูกหนี้แล้ว และสืบพยานหลักฐานประกอบอธิบายได้ว่าหนี้สินนั้นเป็นหนี้สินแห่งการกู้ยืมเอกสารนั้นก็เป็นหนังสือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมแล้ว
ป.ม.แพ่งฯมาตรา 653 หาได้มีความหมายเคร่งครัดถึงกับว่า จะต้องมีถ้อยคำว่า กู้ยืมเป็นหลักฐานในเอกสารนั้นไม่ เมื่อโจทก์มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง แสดงความเป็หนี้สินลงลายมือชื่อลูกหนี้แล้ว และสืบพยานหลักฐานประกอบอธิบายได้ว่าหนี้สินนั้นเป็นหนี้สินแห่งการกู้ยืมเอกสารนั้นก็เป็นหนังสือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการฟ้องคดีเกี่ยวกับสินบริคณห์ของภริยา, การอนุญาตจากสามี, และการพิสูจน์หลักฐานหนี้สิน
การที่หญิงมีสามีฟ้องเรียกหนี้และส่วนมรดกของบุตรสาวที่ตายจากบุตรเขยนั้นเกี่ยวกับการเพื่อประโยชน์แก่สินบริคณห์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 จะต้องได้รับอนุญาตจากสามีเมื่อสามีร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วมขอรับชำระหนี้และส่วนมรดกด้วยนั้นพอถือว่าเป็นหลักฐานที่สามีอนุญาต
ทนายโจทก์ที่ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั้น แม้จะยื่นในชื่อของทนายเองก็ใช้ได้ เพราะเป็นการทำแทนตัวโจทก์
ทนายโจทก์ที่ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั้น แม้จะยื่นในชื่อของทนายเองก็ใช้ได้ เพราะเป็นการทำแทนตัวโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 419/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องหนี้สินบริคณห์ของภรรยา การอนุญาตจากสามี และการพิสูจน์หนี้เงินฝาก/ค่าเซ้ง
การที่หญิงมีสามีฟ้องเรียกหนี้และส่วนมรดกของบุตรสาวที่ตายจากบุตรเขยนั้น เกี่ยวกับการเพื่อประโยชน์แก่สินบริคณห์ตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1469 จะต้องได้รับอนุญาตจากสามีเมื่อสามีร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วมขอรับชำระหนี้และส่วนมรดกด้วยนั้น พอถือว่าเป็๋นหลักฐานที่สามีอนุญาต
ทนายโจทก์ที่ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั้น แม้จะยื่นในชื่อของทนายเองก็ใช้ได้ เพราะเป็นการทำการแทนโจทก์
ทนายโจทก์ที่ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องนั้น แม้จะยื่นในชื่อของทนายเองก็ใช้ได้ เพราะเป็นการทำการแทนโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 385/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายหรือกู้เงิน: การตีความสัญญาที่มีข้อความคลุมเครือ และสิทธิในการนำสืบพยานเพื่อพิสูจน์เจตนา
สัญญาซึ่งมีข้อความในตอนต้นว่ากู้เงินเอาที่ดินเป็นประกัน และตีราคาที่ดินไว้ด้วย แต่ในตอนท้ายมีว่า ยอมให้ทำนานั้นต่างดอกเบี้ยจนกว่าจะได้ไปทำหนังสือสัญญาซื้อขายทางอำเภอดังนี้ สัญญานั้นอาจเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดิน และน่าจะไม่ใช่กู้เงินกันอย่างแท้จริง
เอกสารสัญญาซึ่งอาจตีความหมายได้เป็น 2 นัยดังกล่าวคู่ความอาจนำสืบประกอบเพื่อตีความหมายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคท้าย
เอกสารสัญญาซึ่งอาจตีความหมายได้เป็น 2 นัยดังกล่าวคู่ความอาจนำสืบประกอบเพื่อตีความหมายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 วรรคท้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 385/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาที่มีข้อความคลุมเครือ ศาลอนุญาตให้สืบพยานเพื่อตีความสัญญาได้
สัญญาซึ่งมีข้อความในตอนต้นว่ากู้เงินเอาที่ดินเป็นประกัน และตีราคาที่ดินไว้ด้วย แต่ในตอนท้ายมีว่า ยอมให้ทำนานั้นต่างดอกเบี้ย จนกว่าจะได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขายทางอำเภอดังนี้ สัญญานั้นอาจเป็นสัญญาจะซื้อขายที่ดิน และน่าจะไม่ใช้กู้เงินกันอย่างแท้จริง
เอกสารสัญญาซึ่งอาจตีความหมายได้เป็น 2 นัยดังกล่าว คู่ความอาจนำสืบประกอบเพื่อตีความหมายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้าย
เอกสารสัญญาซึ่งอาจตีความหมายได้เป็น 2 นัยดังกล่าว คู่ความอาจนำสืบประกอบเพื่อตีความหมายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทเรื่องนา: พิจารณาเจตนาคู่สัญญาเพื่อวินิจฉัยว่าเป็นสัญญาเงินกู้หรือขายฝาก
แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าโจทก์ได้ขายฝากนาไว้แก่จำเลย แต่ในฟ้องได้บรรยายรายละเอียดถึงข้อความในสัญญาขายฝากนั้นอีกว่า ได้ฝากนาไว้กับจำเลย ๆ เอาเงินไป มีกำหนดเวลาใช้คืนและมีข้อความว่า ใครจะเอานานั้นเป็นกรรมสิทธิไม่ได้ ดังนี้พิจารณาความประสงค์ของคู่สัญญาเป็นเรื่องโจทก์เอาเงินของจำเลยไปให้จำเลยครอบครองนาแทน ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 303/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน: สัญญาขายฝากหรือการมอบหมายให้ครอบครองแทน
แม้ในฟ้องจะกล่าวว่าโจทก์ได้ขายฝากนาไว้แก่จำเลย แต่ในฟ้องได้บรรยายรายละเอียดถึงข้อความในสัญญาขายฝากนั้นอีกว่า ได้ฝากนาไว้กับจำเลย จำเลยเอาเงินไป มีกำหนดเวลาใช้คืน และมีข้อความว่า ใครจะเอานานั้นเป็นกรรมสิทธิ์ไม่ได้ดังนี้ พิจารณาความประสงค์ของคู่สัญญาเป็นเรื่องโจทก์เอาเงินของจำเลยไปให้จำเลยครอบครองนาแทน ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกคืนได้