พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1701/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีแรงงาน: คำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานไม่ถือเป็นข้อพิพาทที่โจทก์มีอำนาจฟ้อง
การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานเห็นว่าโจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างได้ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานจึงให้คำเตือนแก่โจทก์โดยอาศัยอำนาจตามข้อ 77 แห่งประกาศดังกล่าวเช่นนี้ แม้จะได้พิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วก็ไม่ใช่เป็นกรณีที่จะถือได้ว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามกฎหมายแพ่ง ดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 คำวินิจฉัยของกรมแรงงานจำเลยที่ 2 ก็ไม่มีผลบังคับเป็นพิเศษไปกว่าคำเตือนของจำเลยที่ 1โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 เช่นกันจำเลยไม่ยกขึ้นอ้างในคำแก้อุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1513/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิสัญชาติไทย: การขอแก้ไขสถานะบุคคลต้องดำเนินคดีทางแพ่ง ไม่ใช่คำร้อง
การที่ผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องเสียสิทธิในการได้สัญชาติไทยเพราะการกระทำของบิดาผู้ร้องซึ่งเป็นคนสัญชาติญวนผู้ร้องจึงขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนบัตรประจำตัวคนญวนอพยพทะเบียนครอบครัวญวนอพยพของผู้ร้องนั้นไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายใดให้สิทธิแก่ผู้ร้องใช้สิทธิทางศาลโดยยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแต่ฝ่ายเดียวได้ หากมีการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องที่ไม่อาจขอบัตรประจำตัวในฐานะเป็นคนมีสัญชาติไทย ผู้ร้องก็ชอบที่จะเสนอคดีของตนต่อศาล โดยทำเป็นคำฟ้องอันเป็นคดีมีข้อพิพาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีชดใช้ทุนการศึกษา: ทุนจากต่างประเทศผ่านรัฐบาลไทย กรมวิสามัญศึกษามีหน้าที่รับผิดชอบ
รัฐบาลประเทศแคนาดา ภายใต้แผนการโคลัมโบ ให้ทุนแก่ประเทศไทยตามความต้องการของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ได้รับทุนการศึกษาได้ทำสัญญาไว้กับกรมวิสามัญศึกษา(ต่อมาถูกยุบรวมกับกรมสามัญศึกษาโจทก์) ซึ่งได้รับทุนมาดำเนินการว่าสำเร็จการศึกษาแล้วจะต้องรับราชการในกรมวิสามัญศึกษาตามกำหนด หากผิดสัญญายอมคืนเงินค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลออกให้ลดลงตามส่วน โดยจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ ต่อมาผู้ได้รับทุนรับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญาก็ลาออกไป ดังนี้ ทุนดังกล่าวเป็นทุนที่รัฐบาลประเทศแคนาดาให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลไทย ตามความต้องการของกระทรวงศึกษาธิการ และกรมวิสามัญศึกษารับมาดำเนินการ จึงมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับทุนนั้นการทำสัญญากับผู้ได้รับทุนก็เพื่อประโยชน์แก่กรมวิสามัญศึกษาเอง รัฐบาลประเทศแคนาดามิได้เกี่ยวข้องกับสัญญาแต่ประการใด และตามสัญญารับทุนที่ระบุว่า ผู้รับทุนยินยอมรับใช้ทุนแก่รัฐบาลประเทศแคนาดานั้น โจทก์ได้กล่าวในฟ้องแล้วว่าเป็นการกรอกข้อความผิด วัตถุประสงค์ที่แท้จริงต้องชดใช้ทุนแก่รัฐบาลไทยจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในเรื่องนี้ ต้องถือว่าจำเลยรับตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง การชดใช้ทุนคืนตามสัญญาจึงมุ่งหมายให้คืนแก่กรมวิสามัญศึกษาซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรง เมื่อมีการผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีชดใช้ทุนการศึกษา: ทุนจากต่างประเทศที่รัฐรับผิดชอบ
รัฐบาลประเทศแคนาดา ภายใต้แผนการโคลัมโบ ให้ทุนแก่ประเทศไทยตามความต้องการของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ได้รับทุนการศึกษาได้ทำสัญญาไว้กับกรมวิสามัญศึกษา (ต่อมาถูกยุบรวมกับกรมสามัญศึกษา โจทก์) ซึ่งได้รับทุนมาดำเนินการว่า สำเร็จการศึกษาแล้วจะต้องรับราชการในกรมวิสามัญศึกษาตามกำหนด หากผิดสัญญายอมคืนเงินค่าใช้จ่ายที่รัฐบาลออกให้ลดลงตามส่วน โดยจำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ ต่อมาผู้ได้รับทุนรับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญาก็ลาออกไป ดังนี้ ทุนดังกล่าวเป็นทุนที่รัฐบาลประเทศแคนาดาให้ความช่วยเหลือแต่รัฐบาลไทย ตามความต้องการของกระทรวงศึกษาธิการ และกรมวิสามัญศึกษารับมาดำเนินการ จึงมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับทุนนั้น การทำสัญญากับผู้ได้รับทุนก็เพื่อประโยชน์แก่กรมวิสามัญศึกษาเอง รัฐบาลประเทศแคนาดามิได้เกี่ยวข้องกับสัญญาแต่ประการใด และตามสัญญารับทุนทีระบุว่า ผู้รับทุนยินยอมรับใช้ทุนแก่รัฐาลประเทศแคนาดานั้น โจทก์ได้กล่าวในฟ้องแล้วว่าเป็นการกรอกข้อความผิด วัตถุประสงค์ ที่แท้จริงต้องชดใช้ทุนแก่รัฐบาลไทย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ในเรื่องนี้ ต้องถือว่าจำเลยรับตามที่โจทก์กล่าวในฟ้อง การชดใช้ทุนคืนตามสัญญาจึงมุ่งหมายให้คืนแก่กรมวิสามัญศึกษาซึ่งเป็นคู่สัญญาโดยตรง เมื่อมีการผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอุทธรณ์ภาษีอากร: ภรรยาไม่สามารถอุทธรณ์แทนสามีผู้ป่วยได้ แม้สามีจะใช้สิทธิไม่ได้
ผู้ต้องเสียภาษีป่วย ไม่รู้สึกตัว ไม่สามารถใช้สิทธิทางศาลเพื่ออุทธรณ์คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่วินิจฉัยให้ผู้ต้องเสียภาษีชำระภาษีอากรและเงินเพิ่มได้ ผู้ร้องซึ่งเป็นภรรยาจึงยื่นคำร้องต่อศาลขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ดังนี้ กรณียังถือไม่ได้ว่ามีการโต้แย้งสิทธิของผู้ร้องตามประมวลรัษฎากรเพราะผู้ร้องไม่ใช่ผู้ต้องเสียภาษีอากร และการที่ผู้ร้องขอใช้สิทธิทางศาลเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้ทำได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1367/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการครอบครองบ้านและการเช่าที่ดิน กรณีจำเลยต่อเติมโดยพลการ
โจทก์ครอบครองบ้านของบิดาอยู่ก่อนบิดายกบ้านนั้นให้โจทก์และโอนสิทธิการเช่าที่ดินให้โจทก์ โจทก์ทำสัญญาเช่ากับผู้ให้เช่าที่ดินโจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยซึ่งอาศัยบิดาอยู่ด้วยเพราะต่อเติมบ้านโดยพลการโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1203/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องของกรุงเทพมหานคร และการรับฟังพยานหลักฐานในข้อเท็จจริง
ในคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ข้อเท็จจริงต้องฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมิได้ฟังข้อเท็จจริงจากคำพยานบอกเล่าแต่ปากเดียว แต่รับฟังจากข้อเท็จจริงอื่นประกอบด้วย ไม่เป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมาย
การฟ้องคดีต่อศาลให้ผู้ที่ทำทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครเสียหายชดใช้ค่าเสียหายแก่กรุงเทพมหานครถือได้ว่าเป็นการบริหารราชการตามหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 ม.19(1) กรุงเทพมหานครโจทก์โดย ช. ผู้ว่าราชการ จึงมีอำนาจฟ้อง
การฟ้องคดีต่อศาลให้ผู้ที่ทำทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครเสียหายชดใช้ค่าเสียหายแก่กรุงเทพมหานครถือได้ว่าเป็นการบริหารราชการตามหน้าที่ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2518 ม.19(1) กรุงเทพมหานครโจทก์โดย ช. ผู้ว่าราชการ จึงมีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิการเช่าทำให้โจทก์ขาดอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญาเช่าเดิม แม้จะมีการทำสัญญาเช่าช่วง
โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วโอนสิทธิการเช่าให้ ข. โดยจำเลยที่ 1 เห็นชอบและอนุมัติแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 เอาที่ดินรายเดียวกันให้จำเลยที่ 3 เช่า ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ เพราะขณะที่ฟ้องโจทก์ได้โอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นไปแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1170/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิการเช่าทำให้โจทก์หมดอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับสัญญาเช่าเดิม
โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินของจำเลยที่ 1 แล้วโอนสิทธิการเช่าให้ ลช. โดยจำเลยที่ 1 เห็นชอบและอนุมัติแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 1 เอาที่ดินรายเดียวกันให้จำเลยที่ 3 เช่า ดังนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาเช่าระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 เพราะขณะที่ฟ้องโจทก์ได้โอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นไปแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 754/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเงินกู้และสัญญาค้ำประกัน: อำนาจฟ้องจำเลยผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
แม้เงินที่จำเลยที่ 1 กู้ไปจากโจทก์จะเป็นเงินของภริยาโจทก์แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้ให้ไว้กับโจทก์ผู้ให้กู้และจำเลยที่ 2 ได้ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันให้ไว้กับโจทก์เจ้าหนี้ จำเลยทั้งสองจึงต้องผูกพันตามสัญญาดังกล่าว โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองได้