คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 55

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2380/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีมรดก: ผู้รับมรดกตามพินัยกรรมและผลของการสละสิทธิรับมรดก
ทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมตกได้แก่บุตรผู้เยาว์ของจำเลยทั้งจำเลยมิใช่ผู้จัดการมรดก โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวเกี่ยวกับทรัพย์ตามพินัยกรรมนี้
โจทก์รับว่าได้ลงลายมือชื่อในหนังสือสละสิทธิรับมรดกสิทธิรับจำนอง ตามเอกสารที่เป็นพยานเอกสารของจำเลย จำเลยเบิกความประกอบเอกสารนั้น โจทก์มิได้ปฏิเสธข้อที่ได้ทำหนังสือนี้ เอกสารนี้ชอบด้วยกฎหมายศาลฟังข้อเท็จจริงตามเอกสารนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2296/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีการค้า: การตรวจสอบไต่สวนยังไม่เสร็จสิ้น ผู้เสียภาษีไม่ต้องชำระ
ประมวลรัษฎากรมาตรา 16 ซึ่งอยู่ในหมวด 2 ของลักษณะ 2 ภาษีอากรฝ่ายสรรพากรบัญญัติว่า "เจ้าพนักงานประเมินหมายความว่าบุคคล หรือคณะบุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้ง" และมีมาตรา 15 ให้ใช้บทบัญญัติในหมวด 2 บังคับแก่การภาษีอากรประเมินทุกประเภทกับมาตรา 77 ทวิ บัญญัติว่าภาษีการค้าเป็นภาษีอากรประเมิน จึงหมายความว่าบุคคลหรือคณะบุคคลซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานประเมิน ย่อมมีอำนาจเกี่ยวกับภาษีอากรประเมินทุกประเภท รวมทั้งภาษีการค้าด้วย และตามประกาศกระทรวงการคลังลงวันที่ 25 ตุลาคม 2513 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่งตั้งให้ข้าราชการตั้งแต่ชั้นโทขึ้นไปสังกัดราชการบริหารส่วนกลาง กรมสรรพากร เป็นเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 16 แห่งประมวลรัษฎากรสำหรับท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ดังนั้น เมื่อ อ.ผู้อำนวยการกองภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นข้าราชการเทียบเท่าตำแหน่งชั้นพิเศษซึ่งสูงกว่าข้าราชการชั้นโทตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงการคลังฉบับดังกล่าว อ.จึงเป็นเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 16 แห่งประมวลรัษฎากร และมีอำนาจเกี่ยวกับภาษีอากรประเมินทุกประเภทรวมทั้งภาษีการค้า หาได้มีอำนาจจำกัดเฉพาะที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่านั้นไม่
โจทก์บรรยายฟ้องว่า การประเมืนของเจ้าพนกังานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ถูกต้อง โจทก์จึงของนำคดีมาฟ้องศาลเป็นการอุทธรณ์คำวินิจฉัยประเมินตามความในมาตรา 30 ดังนี้ แม้โจทก์จะมิได้ระบุในคำขอท้ายฟ้องว่า ขอให้ศาลเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ด้วย ผลก็คงเป็นอย่างเดียวกัน เพราะหากศาลเห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไม่ถูกต้องและให้เพิกถอน จำเลยก็ไม่อาจบังคับตามคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้อีกต่อไป ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นการเลยหรือพ้นขั้นตอนแต่อย่างใด
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การตรวจสอบไต่สวนภาษีการค้ารายของโจทก์ยังไม่เสร็จสิ้นในวันที่โจทก์ขอชำระภาษีการค้า โจทก์จึงไม่ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มภาษีการค้าตามเงื่อนไขในคำแถลงการณ์กระทรวงการคลังฉบับลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2518 และคำสั่งของกรมสรรพากรที่ 198/2518 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2518 เรื่องแนวทางปฏิบัติในการรับชำระภาษี-อากรตามแถลงการณ์ดังกล่าว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2200/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเป็นผู้จัดการมรดก: ผู้มีส่วนได้เสียไม่จำต้องเป็นทายาทโดยตรง
ผู้มีส่วนได้เสียที่จะร้องขอต่ศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 นั้น ไม่จำต้องมีส่วนได้เสียในกองมรดกโดยเป็นทายาทโดยตรงผู้คัดค้านเป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิรับมรดก ป. ป. เป็นทายาทที่มีสิทธิรับมรดกของ จ. เจ้ามรดก ป.ตาย เสียก่อนที่จะมีการแบ่งปันทรัพย์มรดกของ จ. ดังนี้ ต้องถือว่ามรดกของ จ. เป็นทรัพย์มรดกที่ทายาทยังมีสิทธิร่วมกันอยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1745 ผู้คัดค้านมีสิทธิร้องขอให้ตั้งผู้คัดค้านกเป็นผู้จัดการมรดกของ จ.ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2179/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องบุพการี: การที่โจทก์ฟ้องบุพการีตนเองทำให้ไม่มีอำนาจฟ้องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลักลอบเอาที่ดินของโจทก์ไปออก น.ส. 3 แล้วโอนขายให้จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิในที่ดิน ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายเมื่อคดีปรากฏว่า จำเลยที่ 1 เป็นมารดาของโจทก์ ฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1534(เดิม) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ส่วนฟ้องของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ผู้รับโอนก็ยอมตกไปด้วย เพราะการที่จะวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ผู้รับโอนได้สิทธิในที่พิพาทหรือไม่ย่อมขึ้นอยู่กับสิทธิของจำเลยที่ 1ผู้โอนว่าจำเลยที่ 1 ผู้โอนมีสิทธิในทรัพย์พิพาทเพียงใดหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2052/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องขับไล่: ทายาทผู้เช่ามีสิทธิไล่ผู้อาศัยเดิม แม้ผู้เช่าจะย้ายออกไปแล้ว
บิดาโจทก์เช่าตึกจำเลยอาศัยอยู่ในตึกกับโจทก์ บิดาโจทก์ตายโจทก์ทำสัญญาเช่าแทนบิดาโจทก์จากผู้ให้เช่าเดิม จำเลยไม่ออกจากตึกแม้โจทก์อยู่ที่อื่น โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2043/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องถูกจำกัดเมื่อคำสั่งฝ่ายบริหารและคณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดมีผลผูกพันทางกฎหมาย
คำสั่งนายกรัฐมนตรีให้ริบทรัพย์สิน สั่งตามอำนาจในธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พ.ศ.2515 มาตรา 17 ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในเวลานั้น ไม่ขัดแย้งและไม่ต้องวินิจฉัยตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอีก
ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ชั้นฎีกาโจทก์ขอให้สืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ เสียค่าขึ้นศาล 50 บาทตามตาราง 1 ข้อ 2 ก. ไม่ใช่เสียตามทุนทรัพย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสั่งไล่ลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร: การใช้ดุลพินิจทางปกครองและการก้าวก่าย
ระเบียบว่าด้วยลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2516 เป็นระเบียบที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายอยู่ที่โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำของกรุงเทพมหานคร จำเลยก็โดยอาศัยระเบียบดังกล่าว การที่จำเลยเห็นว่าโจทก์ทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและสั่งไล่โจทก์ออกจากงานก็โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบ จึงเป็นการใช้ดุลพินิจสั่งการตามอำนาจของจำเลยซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายบริหารโดยแท้ โจทก์จึงขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเพิกถอนคำสั่งของจำเลยอันเป็นการก้าวก่ายดุลพินิจตามอำนาจของจำเลยไม่ได้
ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยกลั่นแกล้งโจทก์และปฏิบัตินอกเหนืออำนาจ แต่โจทก์ก็มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทน จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำละเมิดหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1662/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดิน: ศาลพิพากษาได้แม้ไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์
คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่าตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของโจทก์นั้น หาได้มุ่งถึงกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ไม่ และศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1662/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิครอบครองที่ดิน: ศาลพิพากษาได้แม้ไม่ได้อ้างกรรมสิทธิ์โดยตรง
คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมืองเปล่าตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเป็นของ โจทก์นั้น หาได้มุ่งถึงกรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ไม่ และศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1645/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องผูกพันตามคำพิพากษาเดิม แม้มีสัญญาจะซื้อจะขายกับบริษัทตัวแทน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 และผู้รับโอน
โจทก์เคยฟ้อง ถ. เจ้าของที่พิพาทกับบริษัท ท. เป็นจำเลยอ้างว่า ถ. ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทให้แก่บริษัท ท. แล้วต่อมาบริษัท ท. ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับ ถ. ไม่เกิดอำนาจฟ้องบังคับให้ ถ. ส่งมอบที่พิพาทให้แก่โจทก์ คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์กับ ถ. ซึ่งเป็นคู่ความคดีเดิมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ถ. เป็นคดีนี้โดยอ้างว่า ถ. นำที่พิพาทไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความโอนให้แก่ ส. ทำให้โจทก์เสียหายเนื่องจากโจทก์ได้ทำหนังสือจะซื้อจะขายที่พิพาทจากบริษัท ท. ผู้ซึ่งได้ทำหนังสือจะซื้อจะขายไว้จาก ถ. และโจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง ส. ผู้รับโอนที่พิพาทตามคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความจาก ถ. เป็นคดีนี้ด้วย
of 605