คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 55

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1906/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าและข้อผูกพันหลังการขาย: จำเลยยังต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามสัญญา แม้จะขายไปแล้ว
จำเลยเป็นผู้เช่าที่พิพาทจากโจทก์ ได้ทำสัญญากับโจทก์ขอเลิกสัญญาเช่าและยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกไปภายในเวลาที่กำหนด แม้จำเลยจะได้ขายสิ่งปลูกสร้างให้บุคคลภายนอกไปก็หาเป็นเหตุให้จำเลยพ้นจากหน้าที่ที่จะปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ไม่ เมื่อจำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปตามกำหนดจำเลยย่อมเป็นผู้ผิดสัญญาและทำละเมิดต่อโจทก์ การที่จำเลยจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หากจะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ซื้อก็เป็นเรื่องที่จำเลยกับผู้ซื้อจะต้องว่ากล่าวกันเอง แม้ตามสัญญาเมื่อจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปภายในกำหนด จำเลยจะได้รับเงินจากโจทก์จำนวนหนึ่ง และจำเลยได้โอนสิทธิเรียกร้องนั้นให้ผู้ซื้อทั้งแจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว หากการโอนมีผล ก็ย่อมมีผลเป็นการโอนไปยังผู้ซื้อเฉพาะสิทธิที่จำเลยจะได้รับเงินจากโจทก์เท่านั้นหามีผลรวมถึงหนี้ซึ่งจำเลยจำต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วยไม่ผู้ซื้อเป็นเพียงบริวารซึ่งอาศัยอำนาจจำเลย ถึงแม้จำเลยจะไม่ได้อยู่ในสิ่งปลูกสร้าง โจทก์ก็ยังฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1906/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าและหน้าที่ในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง แม้มีการขายทรัพย์สิน ผู้เช่ายังมีหน้าที่ตามสัญญา
จำเลยเป็นผู้เช่าที่พิพาทจากโจทก์ ได้ทำสัญญากับโจทก์ขอเลิกสัญญาเช่าและยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกไปภายในเวลาที่กำหนด แม้จำเลยจะได้ขายสิ่งปลูกสร้างให้บุคคลภายนอกไปก็หาเป็นเหตุให้จำเลยพ้นจากหน้าที่ที่จะปฏิบัติตามสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ไม่ เมื่อจำเลยไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปตามกำหนดจำเลยย่อมเป็นผู้ผิดสัญญาและทำละเมิดต่อโจทก์ การที่จำเลยจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หากจะเป็นการละเมิดสิทธิของผู้ซื้อก็เป็นเรื่องที่จำเลยกับผู้ซื้อจะต้องว่ากล่าวกันเอง แม้ตามสัญญาเมื่อจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปภายในกำหนด จำเลยจะได้รับเงินจากโจทก์จำนวนหนึ่ง และจำเลยได้โอนสิทธิเรียกร้องนั้นให้ผู้ซื้อทั้งแจ้งให้โจทก์ทราบแล้ว หากการโอนมีผล ก็ย่อมมีผลเป็นการโอนไปยังผู้ซื้อเฉพาะสิทธิที่จำเลยจะได้รับเงินจากโจทก์เท่านั้นหามีผลรวมถึงหนี้ซึ่งจำเลยจำต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วยไม่ผู้ซื้อเป็นเพียงบริวารซึ่งอาศัยอำนาจจำเลย ถึงแม้จำเลยจะไม่ได้อยู่ในสิ่งปลูกสร้าง โจทก์ก็ยังฟ้องบังคับให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1851/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องเรียกค่าทดแทน: ผู้จ่ายค่าทดแทนให้ลูกจ้างไม่มีสิทธิฟ้องเรียกจากผู้ละเมิดโดยตรง
เงินค่าทดแทนที่โจทก์ได้จ่ายให้แก่พนักงานของโจทก์ไปตามประกาศ ของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 และประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทน ฉบับลงวันที่ 20ธันวาคม 2501 เนื่องจากพนักงานของโจทก์ได้รับบาดเจ็บในขณะปฏิบัติงานให้แก่โจทก์โดยถูกรถของจำเลยชนเอานั้น โจทก์จะมาฟ้องเรียกเอาจากจำเลยไม่ได้ เพราะโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ถูกละเมิดทั้งตามประกาศคณะปฏิวัติและประกาศกระทรวงมหาดไทย ดังกล่าวก็ไม่ได้ให้สิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกเงินดังกล่าวเอาจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1851/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องเรียกค่าทดแทน: โจทก์ผู้จ่ายค่าทดแทนให้พนักงานที่ถูกละเมิด ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกจากผู้ละเมิด
เงินค่าทดแทนที่โจทก์ได้จ่ายให้แก่พนักงานของโจทก์ไปตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 19 และประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทน ฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2501 เนื่องจากพนักงานของโจทก์ได้รับบาดเจ็บในขณะปฏิบัติงานให้แก่โจทก์โดยถูกรถของจำเลยชนเอานั้น โจทก์จะมาฟ้องเรียกเอาจากจำเลยไม่ได้ เพราะโจทก์ไม่ได้เป็นผู้ถูกละเมิดทั้งตามประกาศคณะปฏิวัติและประกาศกระทรวงมหาดไทย ดังกล่าวก็ไม่ได้ให้สิทธิโจทก์ที่จะฟ้องเรียกเงินดังกล่าวเอาจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องของผู้จัดการมรดกในการเรียกร้องทรัพย์สินตามพินัยกรรม และการโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาท
โจทก์ฎีกาว่า ปัญหาอำนาจฟ้องยุติ คงมีปัญหาเพียงว่าที่พิพาทเป็นของผู้ตายใส่ชื่อจำเลยไว้แทนหรือเป็นของจำเลยจำเลยแก้ฎีกาว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้แก้อุทธรณ์โต้แย้งอำนาจฟ้องของโจทก์ไว้ และขอถือว่ามีประเด็นข้อนี้ในชั้นฎีกาด้วย ซึ่งถูกต้องตามคำแก้ฎีกา แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอำนาจฟ้องของโจทก์ซึ่งมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ด้วย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยประเด็นอำนาจฟ้องของโจทก์ให้
โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมเรียกร้องให้จำเลยคืนที่พิพาทเพื่อจัดการให้เป็นไปตามพินัยกรรมของผู้ตาย ช. ผู้จัดการมรดกร่วมอีกคนหนึ่งไม่ได้เป็นโจทก์ฟ้องด้วยเพราะ ช. เป็นภริยาจำเลย เป็นผู้รับโอนที่พิพาทแทนจำเลยและเป็นพยานจำเลยด้วย แสดงชัดว่า ช. ไม่ต้องการฟ้องจำเลย ดังนี้โจทก์ทั้งสองย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1715 วรรค 2 และเป็นอำนาจของผู้จัดการมรดกที่จะฟ้องได้ในระหว่างจัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1719, 1736

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องของผู้จัดการมรดกและการโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทตามพินัยกรรม
โจทก์ฎีกาว่า ปัญหาอำนาจฟ้องยุติ คงมีปัญหาเพียงว่าที่พิพาทเป็นของผู้ตายใส่ชื่อจำเลยไว้แทนหรือเป็นของจำเลยจำเลยแก้ฎีกาว่า ในชั้นอุทธรณ์จำเลยได้แก้อุทธรณ์โต้แย้งอำนาจฟ้องของโจทก์ไว้ และขอถือว่ามีประเด็นข้อนี้ในชั้นฎีกาด้วย ซึ่งถูกต้องตามคำแก้ฎีกา แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยอำนาจฟ้องของโจทก์ ซึ่งมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์ด้วย ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยประเด็นอำนาจฟ้องของโจทก์ให้
โจทก์ทั้งสองฟ้องคดีในฐานะผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมเรียกร้องให้จำเลยคืนที่พิพาทเพื่อจัดการให้เป็นไปตามพินัยกรรมของผู้ตาย ช. ผู้จัดการมรดกร่วมอีกคนหนึ่งไม่ได้เป็นโจทก์ฟ้องด้วย เพราะ ช. เป็นภริยาจำเลย เป็นผู้รับโอนที่พิพาทแทนจำเลยและเป็นพยานจำเลยด้วย แสดงชัดว่า ช. ไม่ต้องการฟ้องจำเลย ดังนี้ โจทก์ทั้งสองย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1715 วรรคสอง และเป็นอำนาจของผู้จัดการมรดกที่จะฟ้องได้ในระหว่างจัดการมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719, 1736

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1625/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีแพ่งหลังคดีอาญาบุกรุกยกฟ้อง ศาลมิได้วินิจฉัยเรื่องกรรมสิทธิ์
โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา กล่าวหาว่าบุกรุกที่พิพาทศาลพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้ว ในคำพิพากษาคดีอาญานั้น ยังมิได้ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของใคร เป็นแต่กล่าวสรุปว่าเมื่อข้อเท็จจริงยังฟังเป็นยุติไม่ได้ว่าเป็นที่ดินของโจทก์และจำเลยอ้างว่าซื้อที่พิพาทมาจากผู้มีชื่อมูลคดีเป็นเรื่องแย่งสิทธิในที่ดินซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในทางแพ่ง จึงยกฟ้องดังนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีแพ่งอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ มิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาทได้ เพราะประเด็นที่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ คำพิพากษาในคดีอาญายังมิได้วินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1625/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องคดีแพ่งหลังคดีอาญา ยกฟ้องในข้อหาบุกรุก ไม่ตัดสิทธิโจทก์ในการพิพาทสิทธิในที่ดิน
โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา กล่าวหาว่าบุกรุกที่พิพาทศาลพิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้ว ในคำพิพากษาคดีอาญานั้นยังมิได้ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของใคร เป็นแต่กล่าวสรุปว่าเมื่อข้อเท็จจริงยังฟังเป็นยุติไม่ได้ว่าเป็นที่ดินของโจทก์และจำเลยอ้างว่าซื้อที่พิพาทมาจากผู้มีชื่อมูลคดีเป็นเรื่องแย่งสิทธิในที่ดินซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องว่ากล่าวกันในทางแพ่ง จึงยกฟ้องดังนี้โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีแพ่งอ้างว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้องกับที่พิพาทได้ เพราะประเด็นที่ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ คำพิพากษาในคดีอาญายังมิได้วินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2516

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การส่งมอบทรัพย์สินเช่า & สิทธิผู้เช่า: ผู้ให้เช่าต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ผู้เช่าโดยไม่มีการขัดขวาง จึงจะเกิดสิทธิ
การส่งมอบทรัพย์สินที่ให้เช่านั้น เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่าจะต้องจัดการให้ผู้เช่าเข้าครอบครองโดยปราศจากการรบกวนใดๆ เมื่อปรากฏว่าผู้เช่าไม่สามารถเข้าไปทำนาในที่พิพาทได้ เพราะมีจำเลยมาขัดขวาง ก็ไม่เรียกว่าผู้ให้เช่าได้ส่งมอบนาพิพาทให้แก่ผู้เช่าแล้ว
เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าเข้าครอบครองทรัพย์สินที่เช่าไม่ได้ โจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องขับไล่จำเลยผู้ขัดขวางโดยลำพังตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 477 และ 549

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1361/2516 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การส่งมอบทรัพย์สินเช่าต้องปราศจากการรบกวน หากผู้เช่าเข้าครอบครองไม่ได้ ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่
การส่งมอบทรัพย์สินที่ให้เช่านั้น เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่าจะต้องจัดการให้ผู้เช่าเข้าครอบครองโดยปราศจากการรบกวนใด ๆเมื่อปรากฏว่าผู้เช่าไม่สามารถเข้าไปทำนาในที่พิพาทได้ เพราะมีจำเลยมาขัดขวาง ก็ไม่เรียกว่าผู้ให้เช่าได้ส่งมอบนาพิพาทให้แก่ผู้เช่าแล้ว
เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าเข้าครอบครองทรัพย์สินที่เช่าไม่ได้โจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องขับไล่จำเลยผู้ขัดขวางโดยลำพังตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 477 และ 549
of 605