คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 55

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2502

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงประนีประนอมและการฟ้องขับไล่: จำเลยโต้แย้งสิทธิในที่ดินภายหลังยอมรับข้อตกลงไม่ได้
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมกันที่อำเภอว่าจำเลยยอมออกจากที่พิพาท เมื่อจำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องขับไล่
จำเลยจะเถียงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ โจทก์มีกรรมสิทธิ์ไม่ได้ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2502 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประนีประนอมและการฟ้องขับไล่: จำเลยอ้างที่สาธารณะไม่ได้เมื่อเคยยอมคืนที่ดิน
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมกันที่อำเภอว่าจำเลยยอมออกจากที่พิพาท เมื่อจำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องขับไล่ จำเลยจะเถียงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ โจทก์มีกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น หาได้ไม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเหนือเงินฝาก: ผู้รับฝากไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินจากผู้ฝาก หากไม่ใช่ผู้ชำระเงินหรือผู้รับประโยชน์โดยตรง
เงินที่ธนาคารจ่ายฝากไว้กับจำเลยโดยไม่ปรากฏว่าฝากไว้เพื่อโจทก์ เช่นนี้ โจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิเหนือเงินนั้นและไม่มีอำนาจฟ้อง
ผู้ชำระเงินไว้เท่านั้นที่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินคืนในฐานะลาภมิควรได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเหนือเงินฝาก: ผู้มีสิทธิฟ้องเรียกคืนเงินที่ฝากไว้กับผู้อื่น
เงินที่ธนาคารจ่ายฝากไว้กับจำเลยโดยไม่ปรากฎว่าฝากไว้เพื่อโจทก์ เช่นนี้ โจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิเหนือเงินนั้นและไม่มีอำนาจฟ้อง
ผู้ชำระเงินไว้เท่านั้นที่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินคืนในฐานะลาภมิควรได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจการจัดการมัสยิด: คณะกรรมการอิสลามมีอำนาจเหนือทรัสตีเดิมเมื่อมีกฎหมายสาสนูปถัมภ์
เมื่อมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการศาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลามแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านมิให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดดำเนินการให้มีคณะกรรมการประจำสุเหร่า ทั้งไม่มีอำนาจขัดขวางในกรณีอิหม่ามคอเต็บและบิหลั่นขอจดทะเบียนมัสยิดหรือสุเหร่าตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม และเมื่อมัสยิดจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องแล้ว โจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการจัดการมัสยิดหลังมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด การจดทะเบียนมัสยิด และอำนาจในการโต้แย้ง
เมื่อมีคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสาสนูปถัมภ์ฝ่ายอิสลามแล้ว โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งคัดค้านมิให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดดำเนินการให้มีคณะกรรมการประจำสุเหร่าทั้งไม่มีอำนาจขัดขวางในกรณีอิหม่ามคอเต็บและนิหลั่นขอจดทะเบียนมัสยิดหรือสุเหร่าตาม พ.ร.บ.มัสยิดอิสลามและเมื่อมัสยิดจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องแล้ว โจทก์ก็ย่อมไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอุทิศที่ดินมีเงื่อนไขยังไม่ถือเป็นการสละสิทธิ การเข้ายึดครองโดยไม่ชอบเป็นละเมิด
การที่โจทก์อุทิศที่ดินให้ทำเป็นถนนหรือทางสาธารณะ โดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อจะทำถนนผ่านที่ของโจทก์ จะต้องทำสะพานระหว่างที่ลำลาดให้น้ำไหลไปได้ และการจะทำสะพานอย่างไรต้องปรึกษากันก่อน เมื่อถนนสาธารณะตามที่โจทก์อุทิศที่ดินให้ ก็ยังไม่ได้ทำขึ้น แล้วจำเลยมาทำทำนบปิดกั้นน้ำในลำลาดในที่นาของโจทก์เสีย อันเป็นการกระทำซึ่งผิดวัตถุประสงค์ที่โจทก์อุทิศดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าการอุทิศที่ดินของโจทก์เป็นการเสร็จเด็ดขาด อย่างมากถือได้เพียงว่าเจตนาจะอุทิศเท่านั้น โจทก์ยังไม่ขาดสิทธิครอบครองในที่รายนี้ เมื่อจำเลยบังอาจเข้ามาขุดดินทำทำนบกั้นน้ำและขุดดินทำลำเหมืองในที่ของโจทก์โดยพละการย่อมเป็นละเมิดสิทธิโจทก์ โจทก์มีสิทธิจะขอให้บังคับจำเลยให้ทำลายทำนบถมลำเหมืองและถมดินที่จำเลยขุดในนาของโจทก์ให้เป็นไปตามสภาพเดิมได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอุทิศที่ดินมีเงื่อนไขยังไม่ถือเป็นการสละสิทธิ การทำนบขวางทางน้ำถือเป็นการละเมิด
การที่โจทก์อุทิศที่ดินให้ทำเป็นถนนหรือทางสาธารณะโดยมีเงื่อนไขว่า เมื่อจะทำถนนผ่านที่ของโจทก์ จะต้องทำสพานระหว่างที่ลำลาดให้น้ำไหลไปได้ และการจะทำสพานอย่างไรต้องปรึกษากันก่อน เมื่อถนนสาธารณะตามที่โจทก์อุทิศที่ดินให้ ก็ยังไม่ได้ทำขึ้นแล้วจำเลยมาทำทำนบปิดกั้นน้ำในลำลาดในที่นาของโจทก์เสีย อันเป็นการกระทำซึ่งผิดวัตถุประสงค์ที่โจทก์อุทิศ ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าการอุทิศที่ดินของโจทก์เป็นการเสร็จเด็ดขาด อย่างมากถือได้เพียงว่าเจตนาจะอุทิศเท่านั้น โจทก์ยังไม่ขาดสิทธิครอบครองในที่รายนี้ เมื่อจำเลยบังอาจเข้ามาขุดดินทำทำนบกั้นน้ำและขุดดินทำลำเหมืองในที่ของโจทก์โดยพละการย่อมเป็นละเมิดสิทธิโจทก์ๆมีสิทธิจะขอให้บังคับจำเลย ให้ทำลายทำนบถมลำเหมืองและถมดินที่จำเลยขุดในนาของโจทก์ให้เป็นไปตามสภาพเดิม ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2501

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายที่ดินโดยมีค่าตอบแทนเป็นเงินแต่งงาน แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็มีผลผูกพันได้ หากมีการชำระค่าตอบแทนแล้ว
จำเลยตกลงจะโอนขายที่ดินส่วนของตนให้แก่โจทก์ตอบแทนในการที่โจทก์ออกเงินแต่งงานให้จำเลย แม้ข้อตกลงนี้จะไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือ แต่เมื่อโจทก์ได้ชำระหนี้คือออกเงินแต่งงานให้แก่จำเลยไปตามที่ได้ตกลงกันแล้วย่อมถือว่าจำเลยให้คำมั่นจะขายที่ดินส่วนของจำเลยให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาโจทก์ย่อมฟ้องร้องขอให้บังคับคดีตามที่จำเลยตกลงไว้นั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1062/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายที่ดินโดยแลกเปลี่ยนกับการออกค่าใช้จ่ายแต่งงาน แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็มีผลผูกพันได้หากมีการชำระหนี้แล้ว
จำเลยตกลงจะโอนขายที่ดินส่วนของตนให้แก่โจทก์ตอบแทนในการที่โจทก์ออกเงินแต่งงานให้จำเลย แม้ข้อตกลงนี้จะไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือ แต่เมื่อโจทก์ได้ชำระหนี้คือออกเงินแต่งงานให้แก่จำเลยไปตามที่ได้ตกลงกันแล้วย่อมถือว่าจำเลยให้คำมั่นจะขายที่ดินส่วนของจำเลยให้แก่โจทก์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 456 เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์ย่อมฟ้องร้องขอให้บังคับคดีตามที่จำเลยตกลงไว้นั้นได้
of 605