พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจผู้จัดการมรดกจัดการทรัพย์สินทั้งหมด และสิทธิในที่ดินของคนต่างด้าว
ผู้จัดการมรดกย่อมมีอำนาจจัดการทรัพย์สินอันเป็นมรดกของผู้วายชนม์ทั้งหมดรวมทั้งทรัพย์ที่มิได้ระบุไว้ต่อศาลก็ดี
คนต่างด้าวจะมีที่ดินได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับคนต่างด้าว อนึ่งพ.ร.บ.ดังกล่าวก็หาได้บัญญัติห้ามโดยเด็ดขาดไม่ให้คนต่างด้าวมีที่ดินได้ คนต่างด้าวอาจมีที่ดินได้ เมื่อคดีนี้เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิของผู้ตายเป็นผู้ออกเงินซื้อที่พิพาทกับจำเลยผู้มีชื่อเป็นผู้ซื้อแทนผู้ตาย ฉะนั้นผู้ตายจึงมีสิทธิเหนือจำเลยในที่ดิน จำเลยอยู่ในที่พิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของผู้ตายโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ หาเป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าวไม่
คนต่างด้าวจะมีที่ดินได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับคนต่างด้าว อนึ่งพ.ร.บ.ดังกล่าวก็หาได้บัญญัติห้ามโดยเด็ดขาดไม่ให้คนต่างด้าวมีที่ดินได้ คนต่างด้าวอาจมีที่ดินได้ เมื่อคดีนี้เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิของผู้ตายเป็นผู้ออกเงินซื้อที่พิพาทกับจำเลยผู้มีชื่อเป็นผู้ซื้อแทนผู้ตาย ฉะนั้นผู้ตายจึงมีสิทธิเหนือจำเลยในที่ดิน จำเลยอยู่ในที่พิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของผู้ตายโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ หาเป็นการขัดต่อ พ.ร.บ.ที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าวไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจจัดการมรดกครอบคลุมทรัพย์สินทั้งหมด แม้ไม่ได้ระบุต่อศาล และสิทธิในที่ดินของคนต่างด้าว
ผู้จัดการมรดกย่อมมีอำนาจจัดการทรัพย์สินอันเป็นมรดกของผู้วายชนม์ทั้งหมดรวมทั้งทรัพย์ที่มิได้ระบุไว้ต่อศาลก็ดี
คนต่างด้าวจะมีที่ดินได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับคนต่างด้าว อนึ่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าวก็หาได้บัญญัติห้ามโดยเด็ดขาดไม่ให้คนต่างด้าวมีที่ดินได้ คนต่างด้าวอาจมีที่ดินได้ เมื่อคดีนี้เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิของผู้ตายเป็นผู้ออกเงินซื้อที่พิพาทกับจำเลยผู้มีชื่อเป็นผู้ซื้อแทนผู้ตาย ฉะนั้นผู้ตายจึงมีสิทธิเหนือจำเลยในที่ดิน จำเลยอยู่ในที่พิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของผู้ตายโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ หาเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าวไม่
คนต่างด้าวจะมีที่ดินได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับคนต่างด้าว อนึ่งพระราชบัญญัติ ดังกล่าวก็หาได้บัญญัติห้ามโดยเด็ดขาดไม่ให้คนต่างด้าวมีที่ดินได้ คนต่างด้าวอาจมีที่ดินได้ เมื่อคดีนี้เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิของผู้ตายเป็นผู้ออกเงินซื้อที่พิพาทกับจำเลยผู้มีชื่อเป็นผู้ซื้อแทนผู้ตาย ฉะนั้นผู้ตายจึงมีสิทธิเหนือจำเลยในที่ดิน จำเลยอยู่ในที่พิพาทก็โดยอาศัยสิทธิของผู้ตายโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ หาเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติที่ดินในส่วนที่เกี่ยวกับคนต่างด้าวไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 843/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ดิน ทำให้สัญญาตกเป็นโมฆะ และฟ้องได้ภายใน 1 ปี
มีความประสงค์และแสดงเจตนาจะขายส่วนหนึ่งของที่ดินทางด้านตะวันตก แต่ผู้ขายอ่านหนังสือไม่ออก เซ็นแต่ชื่อในสัญญาซื้อขายไปโดยสำคัญผิดเป็นขายทางด้านตะวันออก ถือว่าเป็นการสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ตกเป็นโมฆะ
การฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ตกเป็นโมฆะนั้นผู้ขายนำคดีมาฟ้องเกิน 1 ปีได้ไม่ขาดอายุความ
การฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ตกเป็นโมฆะนั้นผู้ขายนำคดีมาฟ้องเกิน 1 ปีได้ไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 843/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สำคัญผิดในสาระสำคัญของสัญญาซื้อขายที่ดินทำให้สัญญาตกเป็นโมฆะ และฟ้องได้ภายในอายุความ
มีความประสงค์และแสดงเจตนาจะขายส่วนหนึ่งของที่ดินทางด้านตวันตก แต่ผู้ขายอ่านหนังสือไม่ออก เซ็นแต่ชื่อในสัญญาซื้อขายไปโดยสำคัญผิดเป็นขายทางด้านตวันออก ถือว่าเป็นการสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรม ตกเป็นโมฆะ
การฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ตกเป็นโมฆะนั้น ผู้ขายนำคดีมาฟ้องเกิน 1 ปีได้ไม่ขาดอายุความ
การฟ้องขอให้ทำลายนิติกรรมสัญญาซื้อขายที่ตกเป็นโมฆะนั้น ผู้ขายนำคดีมาฟ้องเกิน 1 ปีได้ไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาต่างตอบแทนการช่วยเหลือค่าก่อสร้างและสิทธิเช่า: สัญญาบังคับได้แม้ไม่ทำเป็นหนังสือ
โจทก์ออกเงินช่วยค่าก่อสร้างตึกให้จำเลย และจำเลยตกลงจะให้โจทก์เช่าตึกที่ก่อสร้างขึ้นใหม่สัญญาเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ โจทก์ก็ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้เมื่อจำเลยผิดสัญญา เพราะเป็นสัญญาต่าตอบแทนชนิดหนึ่ง มิใช่สัญญาเช่าธรรมดา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 791/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาต่างตอบแทนช่วยค่าก่อสร้าง-เช่าตึก ไม่ต้องทำเป็นหนังสือ มีผลผูกพันบังคับได้
โจทก์ออกเงินช่วยค่าก่อสร้างตึกให้จำเลย และจำเลยตกลงจะให้โจทก์เช่าตึกที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ สัญญาเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ โจทก์ก็ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้เมื่อจำเลยผิดสัญญา เพราะเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่ง มิใช่สัญญาเช่าธรรมดา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681-686/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการเช่าหลังสัญญายอม: โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ แม้สัญญาเช่ากับเทศบาลยังไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
เดิมโจทก์เช่าที่ดินจากเทศบาลปลูกตึกพิพาท และจำเลยเป็นผู้เช่าตึกพิพาทจากโจทก์ ต่อมาเทศบาลได้ฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อตึกพิพาท ในคดีนั้นศาลพิพากษาตามยอม คือโจทก์ยอมยกตึกพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเทศบาลและทางเทศบาลยอมให้โจทก์เช่าตึกพิพาทต่อไปอีก 1 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าให้โจทก์ไปทำสัญญาเช่าหนังสือต่อเทศบาลภายในวันที่ 1 เม.ย.98 แต่แล้วโจทก์ก็มิได้ไปทำสัญญาเช่ากับเทศบาลเลยเช่นนี้ คำพิพากษาตามยอมนั้นแสดงว่าเทศบาลยอมให้โจทก์เช่าตึกพิพาทนี้แล้วด้วย ส่วนเงื่อนไขที่ว่าต้องไปทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือนั้น เป็นแต่เพียงพิธีการ ภายหลังจากที่โจทก์ยกตึกพิพาทให้เทศบาลนั้นแล้วเทศบาลไม่ได้เปลี่ยนแปลงฐานะที่จะให้เช่าโจทก์จึงมีสิทธ์ให้จำเลยเช่าตึกพิพาทและมีสิทธิฟ้องจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 681-686/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิให้เช่าหลังยกตึกให้เทศบาล: คำพิพากษาตามยอมสร้างสิทธิได้ แม้ไม่มีสัญญาเช่าเป็นลายลักษณ์อักษร
เดิมโจทก์เช่าที่ดินจากเทศบาลปลูกตึกพิพาท และจำเลยเป็นผู้เช่าตึกพิพาทจากโจทก์ ต่อมาเทศบาลได้ฟ้องขับไล่โจทก์ให้รื้อตึกพิพาท ในคดีนั้นศาลพิพากษาตามยอม คือโจทก์ยอมยกตึกพิพาทให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเทศบาลและทางเทศบาลยอมให้โจทก์เช่าตึกพิพาทต่อไปอีก 1 ปี โดยมีเงื่อนไขว่าให้โจทก์ไปทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือต่อเทศบาลภายในวันที่ 1 เม.ย.98 แต่แล้วโจทก์ก็มิได้ไปทำสัญญาเช่ากับเทศบาลเลยเช่นนี้ คำพิพากษาตามยอมนั้นแสดงว่าเทศบาลยอมให้โจทก์เช่าตึกพิพาทนี้แล้วด้วย ส่วนเงื่อนไขที่ว่าต้องไปทำสัญญาเช่าเป็นหนังสือนั้น เป็นแต่เพียงพิธีการ ภายหลังจากที่โจทก์ยกตึกพิพาทให้เทศบาลนั้นแล้ว เทศบาลไม่ได้เปลี่ยนแปลงฐานะที่จะให้เช่าโจทก์จึงมีสิทธิให้จำเลยเช่าตึกพิพาทและมีสิทธิฟ้องจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน: สิทธิการครอบครอง การเช่า และการฟ้องขับไล่
คูที่ใช้เป็นที่จอดเรืออันเป็นประโยชน์ของประชาชนใช้กันมาเป็นเวลานานนั้น แม้จะตื้นเขินไม่มีสภาพเป็นคูต่อไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา
การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว
สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา
การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สาธารณสมบัติของแผ่นดิน: สิทธิเหนือที่ดินและผลของการเช่าจากหน่วยงานรัฐ
คูที่ใช้เป็นที่จอดเรืออันเป็นประโยชน์ของประชาชนใช้กันมาเป็นเวลานานนั้น แม้จะตื้นเขินไม่มีสภาพเป็นคูต่อไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา
การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว
สาธารณสมบัติของแผ่นดินจะโอนแก่กันมิได้ เว้นแต่อาศัยอำนาจแห่งบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือพระราชกฤษฎีกา
การที่เอาที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไปให้เช่านั้น ผู้ให้เช่าย่อมหมดสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าหรือฟ้องเรียกค่าเช่าจากผู้เช่า นับแต่ผู้เช่าได้ไปทำสัญญาเช่ากับอำเภอแล้ว