พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยที่ไม่จดทะเบียน & การโอนสมยอม: อำนาจฟ้องขับไล่
สิทธิอาศัยเป็นทรัพย์สิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ถ้าไม่จดทะเบียนตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 ย่อมไม่บริบูรณ์
โจทก์ฟ้องขับไล่ จำเลยว่ามีสิทธิอาศัยตลอดชีวิตตามสัญญาที่ทำไว้กับเจ้าของเดิมและสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้แม้จะปรากฏว่าสิทธิอาศัยที่จำเลยอ้างนั้นไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งเจ้าของเดิมมีสิทธิบอกเลิกการให้อาศัยได้ก็ตาม ก็ยังมีประเด็นที่จะวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์ได้รับโอนมาชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือยังหากจำเลยสืบสมก็เท่ากับว่าโจทก์ยังไม่ใช่เจ้าของซึ่งไม่มีอำนาจฟ้องยังไม่ควรสั่งงดสืบพยานควรจะได้ฟังพยานในประเด็นข้อนี้ต่อไป
โจทก์ฟ้องขับไล่ จำเลยว่ามีสิทธิอาศัยตลอดชีวิตตามสัญญาที่ทำไว้กับเจ้าของเดิมและสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้แม้จะปรากฏว่าสิทธิอาศัยที่จำเลยอ้างนั้นไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งเจ้าของเดิมมีสิทธิบอกเลิกการให้อาศัยได้ก็ตาม ก็ยังมีประเด็นที่จะวินิจฉัยต่อไปว่าโจทก์ได้รับโอนมาชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือยังหากจำเลยสืบสมก็เท่ากับว่าโจทก์ยังไม่ใช่เจ้าของซึ่งไม่มีอำนาจฟ้องยังไม่ควรสั่งงดสืบพยานควรจะได้ฟังพยานในประเด็นข้อนี้ต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีสัญชาติ: การโต้แย้งหน้าที่นายทะเบียนคนต่างด้าวและการฟ้องจำเลยที่ถูกต้อง
ฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นคนไทยถูกจำเลยบังคับให้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ดังนี้หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอคืนสัญชาติไม่ จึงไม่ต้องไปร้องต่อร.ม.ต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 มาตรา 20
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ โจทก์ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าว โจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดยพ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ โจทก์ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าว โจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดยพ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีนายทะเบียนคนต่างด้าวบังคับให้รับใบสำคัญคนต่างด้าว แม้มิได้ขอคืนสัญชาติ
ฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นคนไทยถูกจำเลยบังคับให้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ดังนี้หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอคืนสัญชาติไม่ จึงไม่ต้องไปร้องต่อ ร.ม.ต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย ตาม พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2485 ม.20
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ ๆ ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าวโจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดย พ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 55
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ ๆ ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าวโจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดย พ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 55
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีสัญชาติ: การบังคับรับใบสำคัญคนต่างด้าวและการโต้แย้งหน้าที่ของนายทะเบียน
ฟ้องของโจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นคนไทยถูกจำเลยบังคับให้รับใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว ดังนี้หาใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ร้องขอคืนสัญชาติไม่ จึงไม่ต้องไปร้องต่อร.ม.ต.ว่าการกระทรวงมหาดไทย ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2495 มาตรา 20
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ โจทก์ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าว โจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดยพ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
จำเลยเป็นผู้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่กับโจทก์ โจทก์ย่อมต้องฟ้องจำเลย หาใช่จะไปฟ้องกรมตำรวจซึ่งมิได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ไม่
การที่โจทก์ถูกโต้แย้งหน้าที่โดยนายทะเบียนคนต่างด้าว โจทก์ย่อมฟ้องผู้บังคับกองตำรวจผู้เป็นนายทะเบียนคนต่างด้าวโดยพ.ต.ต.สง่า อินทวณิช เป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ให้เช่าในการขอเข้าอยู่อาศัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ศาลไม่บังคับระงับการใช้สิทธิ
ผู้เช่าจะฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ผู้ให้เช่าระงับการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า เพื่อขอเข้าอยู่ในบ้านที่ผู้เช่าได้เช่านั้น ศาลบังคับให้ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯให้สิทธิผู้ให้เช่าที่จะร้องขอเช่นนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ให้เช่าในการขอเข้าอยู่อาศัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าฟ้องบังคับไม่ได้
ผู้เช่าจะฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ผู้ให้เช่าระงับการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า เพื่อขอเข้าอยู่ในบ้านที่ผู้เช่าได้เช่านั้น ศาลบังคับให้ไม่ได้เพราะ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ ให้สิทธิผู้ให้เช่าที่จะร้องขอเช่นนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1117/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ให้เช่าในการขอเข้าอยู่อาศัยตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ผู้เช่าฟ้องบังคับไม่ได้
ผู้เช่าจะฟ้องขอให้ศาลบังคับให้ผู้ให้เช่าระงับการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่า เพื่อขอเข้าอยู่ในบ้านที่ผู้เช่าได้เช่านั้น ศาลบังคับให้ไม่ได้ เพราะพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯให้สิทธิผู้ให้เช่าที่จะร้องขอเช่นนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โจทก์ฟ้องได้ทั้งละเมิดและผิดสัญญา ศาลปรับบทกฎหมายตามข้อเท็จจริง
เมื่อข้อหาของโจทก์อาจเป็นเรื่องละเมิดหรือผิดสัญญากฎหมาย ไม่ได้บังคับว่าโจทก์จะต้องเลือกฟ้องทางใดทางหนึ่ง โจทก์เพียงบรรยายข้อเท็จจริงกับคำขอบังคับมาก็พอแล้ว ศาลก็มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยปรับบทกฎหมายแก่คดีนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โจทก์มีสิทธิฟ้องได้ทั้งละเมิดและผิดสัญญา ศาลมีหน้าที่ปรับบทกฎหมายให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริง
เมื่อข้อหาของโจทก์เป็นเรื่องละเมิดหรือผิดสัญญาก.ม.ไม่ได้บังคับว่าโจทก์จะต้องเลือกฟ้องทางใดทางหนึ่งโจทก์เพียงบรรยายข้อเท็จจริงกับคำขอบังคับมาก็พอแล้ว ศาลก็มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยรับบท ก.ม.แก่คดีนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายตามตัวอย่างและการฟ้องร้องต่อศาล สัญญาไม่ได้บังคับให้ต้องส่งเรื่องให้อนุญาตตุลาการเสมอไป
เมื่อข้อความในสัญญาเป็นแต่กล่าวไว้ว่าถ้าจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายทดแทนอย่างใด ๆ จะต้องกระทำภายใน 3 วันนับจากวันที่สินค้ามาถึง และในการเรียกร้องค่าเสียหายทดแทนนั้นถ้าจำต้องมอบเรื่องให้อนุญาตโดยตุลาการเป็นผู้ชี้ขาด คู่กรณีทั้งสองฝ่ายตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินชี้ขาดอนุญาตตุลาการ และคำชี้ขาดนั้นจะผูกพันธ์คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ดังนี้ ไม่ปรากฎว่ามีข้อความใดบังคับว่าคู่กรณีจำต้องมอบข้อพิพาทให้อนุญาตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาดทุกกรณีไป เพราะข้อสัญญานั้นกล่าวแต่ว่าถ้ามอบเรื่องให้อนุญาตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาดแล้วคู่กรณีจะปฏิบัติตามคำชี้ขาดนั้น ๆ เท่านั้น สัญญาดังกล่าวจึงไม่ตัดสิทธิคู่กรณีที่จะนำคดีมาฟ้องศาล
สัญญาซื้อขายเครื่องขีดไฟรูปเทีนน โจทก์นำสืบพยานบุคคลได้+ เครื่องขีดไฟรูปเทียนนั้น+ตัวอย่าง ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 92
สัญญาซื้อขายเครื่องขีดไฟรูปเทีนน โจทก์นำสืบพยานบุคคลได้+ เครื่องขีดไฟรูปเทียนนั้น+ตัวอย่าง ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม. 92