พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการใช้น้ำสาธารณะ การปิดกั้นทางน้ำละเมิดต่อผู้อื่น แม้ไม่มีใบอนุญาตใช้ทำเหมือง
ทางน้ำหรือสายน้ำอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน นั้นทุกคนย่อมมีสิทธิใช้ได้ร่วมกันแต่ผู้หนึ่งผู้ใดก็หามีสิทธิที่จะทำทำนบปิดกั้นทางน้ำนั้นเสียไม่ ถ้าไปปิดกั้นเข้าทำให้ผู้ใช้คนอื่นเสียหายก็ย่อมถือว่าเป็นการละเมิด ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายนั้น.
จำเลยทำทำนบปิดกั้นสายน้ำในห้วยสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ชักน้ำมาใช้ในเหมืองของจำเลย เป็นเหตุให้น้ำในห้วยนั้นซึ่งไหลตามธรรมชาติไปสู่เหมืองโจทก์ลดน้อยลง ทำให้โจทก์เสียหาย ทำเหมืองไม่ได้ตามปรกตินั้น จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้โจทก์ และแม้โจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโลหกิจให้ใช้สายน้ำนี้ในการทำเหมืองแร่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.เหมืองแร่ ก็เป็นเรื่องระหว่างโจกท์กับรัฐบาล หาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยผู้ละเมิด ทำให้โจทก์เสียหายไม่.
จำเลยทำทำนบปิดกั้นสายน้ำในห้วยสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ชักน้ำมาใช้ในเหมืองของจำเลย เป็นเหตุให้น้ำในห้วยนั้นซึ่งไหลตามธรรมชาติไปสู่เหมืองโจทก์ลดน้อยลง ทำให้โจทก์เสียหาย ทำเหมืองไม่ได้ตามปรกตินั้น จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้โจทก์ และแม้โจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโลหกิจให้ใช้สายน้ำนี้ในการทำเหมืองแร่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.เหมืองแร่ ก็เป็นเรื่องระหว่างโจกท์กับรัฐบาล หาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยผู้ละเมิด ทำให้โจทก์เสียหายไม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการใช้น้ำสาธารณะ การปิดกั้นทางน้ำถือเป็นการละเมิดต้องชดใช้ค่าเสียหาย แม้ผู้ใช้ยังไม่ได้รับอนุญาต
ทางน้ำหรือสายน้ำอันเป็นสาธารณะสมบัติของแผ่นดินนั้นทุกคนย่อมมีสิทธิใช้ได้ร่วมกันแต่ผู้หนึ่งผู้ใดก็หามีสิทธิที่จะทำทำนบปิดกั้นทางน้ำนั้นเสียไม่ถ้าไปปิดกั้นเข้าทำให้ผู้ใช้คนอื่นเสียหายก็ย่อมถือว่าเป็นการละเมิดต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ผู้เสียหายนั้น
จำเลยทำทำนบปิดกั้นสายน้ำในห้วยสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ชักน้ำมาใช้ในเหมืองของจำเลย เป็นเหตุให้น้ำในห้วยนั้นซึ่งไหลตามธรรมชาติไปสู่เหมืองโจทก์ลดน้อยลงทำให้โจทก์เสียหายทำเหมืองไม่ได้ตามปรกตินั้น จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้โจทก์ และแม้โจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโลหกิจให้ใช้สายน้ำนี้ในการทำเหมืองแร่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติเหมืองแร่ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับรัฐบาลหาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยผู้ละเมิด ทำให้โจทก์เสียหายไม่
จำเลยทำทำนบปิดกั้นสายน้ำในห้วยสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ชักน้ำมาใช้ในเหมืองของจำเลย เป็นเหตุให้น้ำในห้วยนั้นซึ่งไหลตามธรรมชาติไปสู่เหมืองโจทก์ลดน้อยลงทำให้โจทก์เสียหายทำเหมืองไม่ได้ตามปรกตินั้น จำเลยจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นให้โจทก์ และแม้โจทก์จะไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานโลหกิจให้ใช้สายน้ำนี้ในการทำเหมืองแร่อันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติเหมืองแร่ก็เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับรัฐบาลหาเป็นการตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องจำเลยผู้ละเมิด ทำให้โจทก์เสียหายไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิของเจ้าของร่วมในการฟ้องเรียกคืนทรัพย์สินที่ถูกทำลาย และการต่อสู้คดีของผู้ทำลาย
มีผู้ทำลายเรือนอันเป็นของเจ้าของร่วม 2 คน เจ้าของร่วมเพียงคนเดียวก็มีสิทธิฟ้องผู้ทำลายนั้นให้ปลูกเรือนให้ใหม่ตามสภาพเดิม หรือถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ให้ใช้ค่าเสียหายได้
ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุทลุม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทลายเรือนออกจากที่พิพาทไปขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิมจำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาท เรือนนั้นผุพังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้วจำเลยอยู่มาจนบัดนี้ ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่าจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ทลายเรือน
ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุทลุม
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทลายเรือนออกจากที่พิพาทไปขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิมจำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาท เรือนนั้นผุพังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้วจำเลยอยู่มาจนบัดนี้ ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดคำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่าจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ทลายเรือน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิร่วม, การรื้อถอนเรือน, สิทธิของเจ้าของร่วม, การต่อสู้คดี, ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจน
มีผู้ทำลายเรือนอันเป็นของเจ้าของร่วม 2 คน เจ้าของร่วมเพียงคนเดียวก็มีสิทธิฟ้องผู้ทำลายนั้นให้ปลูกเรือนให้ใหม่
ตามสถาพเดิม หรือถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ให้ใช้ค่าเสียหายได้.
ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุหลุม.
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยหลายเรือนออกจากที่พิพาทไป ขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิม จำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาทเรือนนั้นผู้ฟังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้ว
จำเลยอยู่มาจนบัดนี้ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับฟิด คำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่า จำเลยต่อสู้
ว่าไม่ได้หลายเรือน./
ตามสถาพเดิม หรือถ้าไม่สามารถทำได้ ก็ให้ใช้ค่าเสียหายได้.
ลูกสะใภ้มีสิทธิฟ้องบิดาของสามีได้ ไม่เป็นอุหลุม.
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยหลายเรือนออกจากที่พิพาทไป ขอให้จำเลยนำเรือนที่จำเลยรื้อไปมาปลูกใหม่ตามสภาพเดิม จำเลยแก้คดีข้อนี้ ว่าจำเลยอยู่เรือนพิพาทเรือนนั้นผู้ฟังไปจนจำเลยอยู่ไม่ได้ จึงซื้อเรือนอยู่ในบ้านนั้น 1 หลัง แล้ว
จำเลยอยู่มาจนบัดนี้ความเสียหายตามฟ้องจำเลยจึงไม่ต้องรับฟิด คำกล่าวแก้เช่นนี้พอเข้าใจได้แล้วว่า จำเลยต่อสู้
ว่าไม่ได้หลายเรือน./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองที่ดินไม่ผูกพันกับความเป็นทายาท การเพิกถอนคำสั่งศาลเรื่องสถานะบุตร
ผู้ที่อ้างว่าได้ที่ดินของผู้ตายมาโดยทางครอบครอง หาใช้เพราะเป็นทายาทผู้รับมรดกของผู้ตายไม่การที่ผู้ใดจะเป็นทายาทของผู้ตายหรือไม่ ย่อมไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิครอบครองของผู้นั้น ฉะนั้นการที่ศาลสั่งว่าผู้ใดผู้หนึ่งเป็นบุตรของผู้ตาย จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้ที่อ้างว่าครอบครองที่ดินนั้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 55 ผู้นั้นจึงย่อมไม่มีสิทธิจะฟ้องศาลขอให้เพิกถอนคำสั่งที่สั่งว่าผู้ใดเป็นบุตรผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 114/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีที่ดินศาลเจ้า: ผู้มีอำนาจฟ้องต้องได้รับการแต่งตั้งจากข้าหลวงประจำจังหวัด
ตาม พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 123 ก็ดีกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าก็ดีหาได้ให้อำนาจคณะกรรมการอำเภอหรือตัวนายอำเภอที่จะฟ้องร้องคดีเรื่องที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าไม่ฉะนั้นคณะกรรมการอำเภอหรือนายอำเภอจึงไม่มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่บุคคลออกจากที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าแต่ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากข้าหลวงประจำจังหวัดให้เป็นผู้ปกครองศาลเจ้า ย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 39/2496
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดคดีผู้พิทักษ์เนื่องจากผู้เสมือนไร้ความสามารถถึงแก่กรรม ทรัพย์สินตกทอดสู่ทายาท
ร้องขอเป็นผู้พิทักษ์ผู้เสมือนไร้ความสามารถ เมื่อคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ปรากฎว่าผู้เสมือนไร้ความสามารถถึงแก่กรรมลง ก็ย่อมไม่มีประโยชน์อย่างใดที่จะพิจารณากันต่อไปว่าผู้ร้องสมควรจะเป็นผู้พิทักษ์หรือไม่เพราะทรัพย์มรดกของผู้
ตาย ย่อมตกทอดไปยังทายาทโดยอำนาจแห่งกฎหมายแล้ว ศาลฎีกาจึงต้องสั่งจำหน่ายคดีชั้นฎีกาเสีย
ตาย ย่อมตกทอดไปยังทายาทโดยอำนาจแห่งกฎหมายแล้ว ศาลฎีกาจึงต้องสั่งจำหน่ายคดีชั้นฎีกาเสีย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1559/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อที่ดินโดยใช้ชื่อผู้อื่น การแสดงเจตนาซื้อ และข้อจำกัดสิทธิคนต่างด้าว
คนต่างด้าวฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า ตนเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินเพื่อให้เป็นกรรมสิทธิของบุตรผู้ผู้มีสัญชาติเป็นไทย แต่ลงชื่อผู้อื่นในโฉนดเพื่อความสดวก จึงขอให้เพิกถอนชื่อออกจากโฉนดแล้วลงชื่อบุตรแทนนั้น ศาลก็พิพากษาแสดงว่าคนต่างด้าวผู้ฟ้องเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินได้ ส่วนคำขอตอนหลังนั้น เมื่อไม่ได้ความว่าบุตรมีสัญชาติอะไรแน่นอน และผู้ซื้อที่ดินบางคนก็ยังไม่มีบุตรในเวลาที่ซื้อที่ดิน ดังนี้ จะพิพากษาให้ตามคำขอตอนนี้ยังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1557/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงเจตนาซื้อที่ดินแทนบุตรต่างชาติ และการแก้ไขชื่อในโฉนด
คนต่างด้าวฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า ตนเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินเพื่อให้เป็นกรรมสิทธิ์ของบุตรผู้มีสัญชาติเป็นไทย แต่ลงชื่อผู้อื่นในโฉนดเพื่อความสะดวก จึงขอให้เพิกถอนชื่อออกจากโฉนดแล้วลงชื่อบุตรแทนนั้น ศาลก็พิพากษาแสดงว่าคนต่างด้าวผู้ฟ้องเป็นผู้ออกเงินซื้อที่ดินได้ ส่วนคำขอตอนหลังนั้น เมื่อไม่ได้ความว่าบุตรมีสัญชาติอะไรแน่นอน และผู้ซื้อที่ดินบางคนก็ยังไม่มีบุตรในเวลาที่ซื้อที่ดิน ดังนี้ จะพิพากษาให้ตามคำขอตอนนี้ยังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1525/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิขอคืนที่ดินเวนคืน หากไม่ตกลงค่าทำขวัญภายใน 5 ปี และที่ดินไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์
ที่ดินที่ถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ นั้นเมื่อไม่มีการตกลงเรื่องค่าทำขวัญภายใน 5 ปี โดยมิใช่ความผิดของเจ้าของที่ดิน และทางฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่ได้เคยใช้ หรือกำลังใช้ที่ดินนั้นตามความประสงค์ในการเวนคืนนั้นแล้ว เจ้าของที่ดินนั้นย่อยมีสิทธิได้รับคืนที่ดินนั้น
ที่ดินถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ.เวนคืนอหังหาริมทรัพย์ ฯลฯ หลายเจ้าของด้วยกัน ถ้าที่ดินของใครมิได้ถูกใช้หรือถูกใช้แต่บางส่วน ก็ยังของคืนส่วนที่เหลือได้
การฟ้องนิติบุคคลเป็นจำเลยนั้นโจทก์เพียงแต่ระบุชื่อนิติบุคคลเป็นจำเลย ไม่ระบุชื่อบุคคลผู้แทนนิติบุคคลมาด้วย ก็ย่อมใช้ได้ เพราะนิติบุคคลย่อมมีผู้ดำเนินการอยู่ในตัวตามกฏหมาย
ที่ดินถูกเวนคืนตาม พ.ร.บ.เวนคืนอหังหาริมทรัพย์ ฯลฯ หลายเจ้าของด้วยกัน ถ้าที่ดินของใครมิได้ถูกใช้หรือถูกใช้แต่บางส่วน ก็ยังของคืนส่วนที่เหลือได้
การฟ้องนิติบุคคลเป็นจำเลยนั้นโจทก์เพียงแต่ระบุชื่อนิติบุคคลเป็นจำเลย ไม่ระบุชื่อบุคคลผู้แทนนิติบุคคลมาด้วย ก็ย่อมใช้ได้ เพราะนิติบุคคลย่อมมีผู้ดำเนินการอยู่ในตัวตามกฏหมาย