คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 55

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของผู้ซื้อที่ดินแม้สัญญาไม่สมบูรณ์ หากผู้ขายสละการครอบครองและถูกขัดขวางการเข้าใช้
ซื้อขายที่ดินกันโดยทำหนังสือกันเอง ไม่ถูกแบบ ซึ่งไม่สมบูรณ์ตามกฎหมายนั้น เมื่อผู้ขายสละสิทธิครอบครองในที่ดินนั้นให้ผู้ซื้อแล้ว พอผู้ซื้อเข้าไปถากถางที่ ก็มีผู้อื่นเข้ามาขัดขวาง ดังนี้ ผุ้ซื้อย่อมมีอำนาจฟ้องขอให้ห้ามผู้นั้นมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่นั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 826/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเลิกห้างหุ้นส่วนและการกำหนดอำนาจศาล คดีเลิกหุ้นส่วนไม่จำต้องฟ้องทุกหุ้นส่วน ศาลมีอำนาจตามภูมิลำเนาของจำเลยบางส่วน
การที่ผู้เป็นหุ้นส่วนฟ้องเลิกหุ้นส่วนนั้น ไม่จำต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคน เพราะผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นอาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือจำเลยได้ ไม่มีทางเสียเปรียบหรือเสียหายแก่ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่น ทั้งไม่มีบทกฎหมายบัญญัติบังคับให้ต้องฟ้องผู้เป็นหุ้นส่วนทุกคนด้วย
การฟ้องขอเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนนั้น แม้ทรัพย์สินที่พิพาทจะอยู่ที่จังหวัดพังงา และจำเลยคนหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดภูเก็ต แต่เมื่อจำเลยอื่นมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดพระนครแล้ว ศาลก็ย่อมมีอำนาจที่จะใช้ดุลยพินิจอนุญาตให้โจทก์ฟ้องยังศาลในพระนครได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเรียกค่าเสียหายซ้ำจากข้อพิพาทเดิมที่ศาลตัดสินแล้ว ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
โจทก์เคยฟ้องจำเลยขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ศาลก็พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไปแล้วโจทก์มาฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายในระหว่างที่เป็นความกันในคดีก่อนว่า จำเลยได้ครอบครองและเก็บผลประโยชน์จากที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นของโจทก์ไปอีกได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 801/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองและเก็บผลประโยชน์ที่ดินพิพาทช่วงระหว่างเป็นความคดีก่อน ผู้ครอบครองต้องชดใช้ค่าเสียหาย
โจทก์เคยฟ้องจำเลยขอให่ศาลแสดงว่าที่ดินที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิของโจทก์และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไปแล้วโจทก์มาฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายในระหว่างที่เป็นความกันในคดีก่อนว่า จำเลยได้ครอบครองและเก็บผลประโยชน์จากที่ดินพิพาท ซึ่งเป็นของโจทก์ไปอีก ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงหน่วยงานคู่สัญญาและการรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน
จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่กระทรวงศึกษาธิการ ยอมรับผิดใช้เงินจำนวนหนึ่ง ถ้าสมุหบัญชีในโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชทุจริตต่อหน้าที่ ครั้นต่อมาได้มีพระราชบัญญัติครู ตั้งคุรุสภาขึ้นเป็นนิติบุคคลและคณะรัฐมนตรีให้โอนโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชมาขึ้นแก่คุรุสภา และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงพิมพ์คุรุสภา ในตอนหลังนี้ สมุหบัญชีผู้นั้นได้ทุจริตยักยอกเงินในหน้าที่ขึ้น ดังนี้ กระทรวงศึกษาธิการย่อมไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นโจทก์ฟ้องร้องบังคับให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามสัญญาค้ำประกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 771/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเปลี่ยนแปลงเจ้าหนี้จากการโอนโรงเรียน: สัญญาค้ำประกันมีผลผูกพันเฉพาะเจ้าของโรงเรียนเดิม
จำเลยได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่กระทรวงศีกษาธิการ ยอมรับผิดใช้เงินจำนวนหนึ่ง ถ้าสมุหบัญชีในโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชทุจริตต่อหน้าที่ ครั้นต่อมาได้มีหระราชบัญญัติครู ตั้งคุรุสภาขึ้นเป็นนิติบุคคล และคณะรัฐมนตรี ให้โอนโรงเรียนช่างพิมพ์วัดสังเวชมาขึ้นแก่คุรุสภา ในตอนหลังนี้ สมุหบัญชีผู้นั้นได้ทุจริตยักยอกเงินในหน้าที่ขึ้น ดังนี้ กระทรวงศึกษาธิการย่อมไม่อยู่ในฐานะที่จะเป็นโจทก์ฟ้องร้องบังคับให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ตามสัญญาค้ำประกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 666/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถ: ผู้พิทักษ์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถโดยไม่ได้รับมอบหมาย
ผู้เสมือนไร้ความสามารถย่อมประกอบกิจการต่าง ๆ ได้ เว้นแต่ในบางกรณี จึงต้องได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์ก่อนเท่านั้น กฎหมายมิได้ให้อำนาจผู้พิทักษ์มีอำนาจปกครองผู้เสมือนไร้ความสามารถด้วยไม่ ฉะนั้นผู้พิทักษ์จะฟ้องความแทนผู้เสมือนไร้ความสามารถโดยลำพังตนเองโดยมิได้รับมอบอำนาจจากผู้เสมือนไร้ความสามารถไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดต่อค่าเสียหายจากการใช้งานช้างเกินสมควรจนตาย และอำนาจฟ้องของเจ้าของช้าง
ในการขายฝากช้างกันนั้น ถ้าผู้ซื้อฝากใช้ช้างให้ทำการงานเกินสมควร แม้ช้างเจ็บป่วยก็ไม่ให้หยุดพักรักษาช้างสมบูรณ์ดีเสียก่อน กลับใช้งานจนช้างตาย ดังนี้ ผู้ซื้อฝากต้องรบผิดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ขายฝากตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 501.
โจทก์ที่ 1 ซื้อช้างจากโจทก์ที่ 2 ชำระราคาช้าง และส่งมอบช้างกันเสร็จเด็ดขาดแล้ว แต่ยังมิได้โอนตั๋วพิมพ์รูปพรรณ ต่อมาโจทก์ที่ 1 เอาช้างนั้นไปขายฝากไว้แก่จำเลย แต่ให้โจทก์ที่ 2 เป็นคู่สัญญากับจำเลยในการทำสัญญาขายฝากที่อำเภอ เพราะยังมีชื่อโจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของในตั๋วพิมพ์รูปพรรณอยุ่ ดังนี้ ภายหลังจำเลยทำช้างตายโดยความผิดของจำเลย โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ย่อมมีอำนาจมาเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องอำนาจเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องจำเลยให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของช้างที่แท้จริง ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดในสัญญาขายฝาก: ช้างตายจากการใช้งานเกินสมควร
ในการขายฝากช้างกันนั้นถ้าผู้ซื้อฝากใช้ช้างให้ทำการงานเกินสมควรแม้ช้างเจ็บป่วยก็ไม่ให้หยุดพักรักษาให้ช้างสมบูรณ์ดีเสียก่อน กลับใช้งานจนช้างตายดังนี้ผู้ซื้อฝากต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ขายฝากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 501
โจทก์ที่ 1 ซื้อช้างจากโจทก์ที่2 ชำระราคาช้างและส่งมอบช้างกันเสร็จเด็ดขาดแล้ว แต่ยังมิได้โอนตั๋วพิมพ์รูปพรรณ ต่อมาโจทก์ที่ 1เอาช้างนั้นไปขายฝากไว้แก่จำเลย แต่ให้โจทก์ที่ 2 เป็นคู่สัญญากับจำเลยในการทำสัญญาขายฝากที่อำเภอ เพราะยังมีชื่อโจทก์ที่2 เป็นเจ้าของในตั๋วพิมพ์รูปพรรณอยู่ ดังนี้ ภายหลังจำเลยทำช้างตายโดยความผิดของจำเลย โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ย่อมมีอำนาจมาเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องจำเลยให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของช้างที่แท้จริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 417/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจปกครองบุตรบุญธรรม: สิทธิในการทำนิติกรรมและการผูกพันตามการกระทำของผู้ปกครอง
เมื่อยกบุตรให้เป็นบุตรบุญธรรมแก่เขาแล้ว บิดามารดาโดยกำเนิดก็หมดอำนาจปกครองนับแต่วันเวลาที่เด็กเป็นบุตรบูญธรรมแล้ว และแม้ภายหลังผู้รับบุตรบูญธรรมจะวายชนม์ เด็นนั้นก็ยังคงเป็นบุตรบูญธรรมของผู้วายชนม์นั้นอยู่ ฉะนั้นบิดามารดาเดิมของเด็กนั้น หรือภริยาของผู้รับบุตรบูญธรรมย่อมไม่มีอำนาจปกครองเด็กนั้นตามกฎหมายจึงไม่มีอำนาจทำนิติกรรมแทนเด็กได้ ถ้าขืนทำไป นิติกรรมนั้นๆไม่ผูกพันเด็กให้ต้องรัยผิด
มารดาเดิมของเด็กซึ่งเป็นบุตรบูญธรรมคนอื่นอยู่ได้ตั้งตัวเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็ก ฟ้องเรียกมรดกของผู้รับบุตรบูญธรรม แล้วได้ประนีประนอมยอมความกันต่อศาลให้แบ่งทรัพย์กัน โดยวิธีขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกัน ศาลก็พิพากษาให้เป็นไปตามยอม ต่อมาได้มีการขอตั้งผู้ปกครองเด็กนั้น ซึ่งศาลได้ตั้งผู้อื่นเป็นผู้ปกครองเด็กผู้ปกครองจึงร้องขอต่อศาลในคดีเดิมให้ดำนเนินการขายทอดตลาดทรัพย์มรดกเอาเงินมาแบ่งกันตามคำพิพากษาท้าย ดังนี้ การกระทำของผู้ปกครอง
ดังกล่าวย่อมเป็นการรับรองกิจการที่มารดาเดิมของเด็กได้กระทำไปในเรื่องนั้นการกระทำของผู้ปกครองจึงย่อมผูกพันเด็กเหมือนเด็กได้ - ทำด้วยตนเอง ฉะนั้นเด็กจึงไม่มีสิทธิจะขอให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาท้ายยอมดังกล่าวแล้วได้
of 605