พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของร่วมฟ้องเพิกถอนการซื้อขายที่ดินที่ผู้จัดการทำผิดได้ แม้โรงเรียนไม่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
โจทก์และพวกอิสลามิกชนในจังหวัดหนึ่งได้ร่วมกันบริจาคเงินซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง ทำเป็นโรงเรียนสำหรับชาวอิสลามิคชนเข้าเรียน และได้ตั้งผู้จัดการจัดการโรงเรียนสืบต่อกันไป ดังนี้ถือว่าผู้จัดการเหล่านั้นเป็นตัวแทนโจทก์และพวก ฉะนั้นเมื่อผู้จัดการคนหนึ่งทำผิดโดยเอาที่ดินแปลงนี้ไปยกให้แก่บุตร แล้วบุตรโอน+ให้คนภายนอกเสีย เช่นนี้โจทก์แต่ผู้เดียวซึ่งเป็นเจ้าของรวมด้วยย่อมมีอำนาจฟ้องในนามของตนเอง ขอให้เพิกถอนสัญญาขายดังกล่าวเสีย หรือขอให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน เพื่อจะได้จัดซื้อที่ดินจัดตั้งเป็นโรงเรียน+โรงเรียนเดิมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องของเจ้าของร่วมกรณีผู้จัดการทำผิดสัญญาซื้อขายที่ดิน
โจทก์และพวกอิสลามิกชนในจังหวัดหนึ่งได้ร่วมกันบริจาคเงินซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง ทำเป็นโรงเรียนสำหรับชาวอิสลามิกชนเข้าเรียน และได้ตั้งผู้จัดการจัดการโรงเรียนสืบต่อกันไปดังนี้ ถือว่าผู้จัดการเหล่านั้นเป็นตัวแทนโจทก์และพวก ฉะนั้นเมื่อผู้จัดการคนหนึ่งทำผิดโดยเอาที่ดินแปลงนี้ยกให้แก่บุตร แล้วบุตรโอนขายให้คนภายนอกเสีย เช่นนี้ โจทก์แต่ผู้เดียวซึ่งเป็นเจ้าของร่วมด้วยย่อมมีอำนาจฟ้องในนามของตนเอง ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายดังกล่าวเสียหรือขอให้ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน เพื่อจะได้จัดซื้อที่ดินอื่นจัดตั้ง เป็นโรงเรียนแทนโรงเรียนเดิมได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลกระทบการรับโอนกรรมสิทธิที่ดินหลังมีคำพิพากษาต่อสิทธิในสัญญาจำนอง สิทธิในสัญญาจำนองผูกพันเฉพาะกรรมสิทธิ์ที่ดิน
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลยคนหนึ่งรับโอนกรรมสิทธิที่ดินของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย และขอให้เพิกถอนสัญญาที่จำเลยอีกสองคนทำกันไว้เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้น เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคนหนึ่งรับโอนที่ดินแปลงนั้นลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิต่อไปแล้ว สัญญาจำนองจะใช้บังคับแก่ที่ดินนั้นได้หรือไม่ ย่อมเป็นภาระระหว่างจำเลย โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจำนองอีกไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 841/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ผลของคำพิพากษาถึงสัญญาจำนอง: สิทธิจำนองผูกพันระหว่างจำเลย โจทก์ไม่อาจอุทธรณ์เพิกถอนสัญญาจำนองได้
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับจำเลยคนหนึ่งรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินของโจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย และขอให้เพิกถอนสัญญาที่จำเลยอีกสองคนทำกันไว้เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้น เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยคนหนึ่งรับโอนที่ดินแปลงนั้นลงชื่อในโฉนดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ต่อไปแล้ว สัญญาจำนองจะใช้บังคับแก่ที่ดินนั้นได้หรือไม่ ย่อมเป็นภาระระหว่างจำเลย โจทก์จะอุทธรณ์ฎีกาขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาจำนองอีกไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเซ็นฟ้องอุทธรณ์โดยทนายความที่ใบอนุญาตหมดอายุ ไม่ทำให้ฟ้องเสีย
ฟ้องอุทธรณ์ที่โจทก์เซ็นชื่อเองแต่ในช่องผู้เรียงนั้นทนายความเป็นผู้เซ็น แม้จะเป็นเวลาภายหลังที่ทนายผู้นั้นไม่ได้ต่อทะเบียนใบอนุญาตทนายความแล้วก็ดี ก็หาทำให้ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ฉะบับนั้นเสียไปไม่ (ในข้อนี้จำเลยเป็นผู้ฎีกา)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องอุทธรณ์โดยทนายความที่ใบอนุญาตหมดอายุ ไม่ทำให้ฟ้องเสีย
ฟ้องอุทธรณ์ที่โจทก์เซ็นชื่อเอง แต่ในช่องผู้เรียงนั้นทนายความเป็นผู้เซ็น แม้จะเป็นเวลาภายหลังที่ทนายผู้นั้นไม่ได้ต่อทะเบียนใบอนุญาตทนายความแล้วก็ดี ก็หาทำให้ฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ฉบับนั้นเสียไปไม่(ในข้อนี้จำเลยเป็นผู้ฎีกา)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรบกวนสิทธิสัญญาเช่า: สิทธิของโจทก์ผู้เช่ายังคงอยู่ แม้มีการทำสัญญาเช่าใหม่กับผู้อื่น
จำเลยอยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ ภายหลังจำเลยไปบอกเจ้าของห้องเช่าว่า โจทก์โอนการเช่าห้องรายนี้ให้จำเลยแล้วซึ่งไม่ใช่ความจริง เจ้าของห้องจึงบอกเลิกการเช่ากับโจทก์แล้วทำสัญญาให้จำเลยเช่าห้องนั้นต่อไป ดังนี้ ถือว่าเจ้าของห้องเช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์และการกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนรอนสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับให้เจ้าของห้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปเสมือนว่าเจ้าของห้องไม่ได้บอกเลิกสัญญาและฟ้องจำเลยห้ามมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับห้องพิพาท ส่วนสัญญาเช่าห้องระหว่างจำเลยกับเจ้าของห้องนั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนสัญญาเช่าของโจทก์กับเจ้าของห้องจึงไม่มีความจำเป็นจะต้องให้เพิกถอน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่ชอบ และการรบกวนสิทธิของผู้เช่าเดิม
จำเลยอยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ ภายหลังจำเลยไปบอกเจ้าของห้องเช่าว่า โจทก์โอนการเช่าห้องรายนี้ให้จำเลยแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความจริง เจ้าของห้องจึงบอกเลิกการเช่ากับโจทก์ แล้วทำสัญญาให้จำเลยเช่าห้องนั้นต่อไป ดังนี้ ถือว่าเจ้าของห้องเช่าปฏิบัติผิดสัญญาเช่าที่ทำไว้กับโจทก์และการกระทำของจำเลยเป็นการรบกวนรอนสิทธิของโจทก์ ๆจึงมีสิทธิที่จะฟ้องร้องบังคับให้เจ้าของห้องปฏิบัติตามสัญญาต่อไปเสมือนว่าเจ้าของห้องไม่ได้บอกเลิกสัญญา และฟ้องจำเลยห้ามมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับห้องพิพาท ส่วนสัญญาเช่าห้องระหว่างจำเลยกับเจ้าของห้องนั้น ไม่มีผลกระทบกระเทือนสัญญเช่าของโจทก์กับเจ้าของห้อง จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องให้เพิกถอน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการครอบครองห้องเช่า: เกิดขึ้นเมื่อทำสัญญาเช่าเท่านั้น
ผู้เช่าไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในห้องเช่านั้นมาก่อนและไม่ยอมออก เมื่อผู้เช่าได้ทำสัญญาเช่าแล้ว
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนามของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนามของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 661/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการฟ้องขับไล่ของผู้เช่าช่วง: สิทธิเกิดจากการทำสัญญาเช่าเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากการครอบครองก่อน
ผู้เช่าไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ในห้องเช่านั้นมาก่อนและไม่ยอมออก เมื่อผู้เช่าได้ทำสัญญาเช่าแล้ว
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลย ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้ แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนาทของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้
โจทก์อยู่ในห้องเช่าโดยอาศัยอำนาจของพี่ชายจำเลย ซึ่งเป็นผู้เช่าห้องนั้นไว้ก่อนโจทก์ ภายหลังจำเลยเข้ามาอยู่ในห้องรายเดียวกันนี้ แล้ว โจทก์จึงไปขอทำสัญญาเช่ากับเจ้าของห้องในนาทของโจทก์เองดังนี้ สิทธิของโจทก์เพิ่งจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่สัญญาเช่านี้ฉะนั้นโจทก์จะอ้างว่าได้ครอบครองห้องพิพาทมาก่อนจำเลยไม่ได้