พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1030-1033/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องของกระทรวงพาณิชย์: พิจารณาจากขอบเขตหน้าที่ ไม่ใช่การค้าหรือหากำไร
อำนาจหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำพิพากษาฎีกาที่ 950/2491 ว่าเป็นหน่วยอยู่ในราชการบริหาร ไม่มีกรมหรือส่วนราชการใดจัดไว้สำหรับทำการค้า หรือหากำไร ฉะนั้นจึงมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องเรียกหนี้สินที่อยู่ในขอบเขตต์อำนาจและหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น
กระทรวงพาณิชย์เป็นโจทก์ฟ้องเรียกหนี้จากจำเลยโดยอ้างว่าสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดเป็นองค์การค้าส่วนหนึ่ง ของกระทรวงพาณิชย์จำเลยเป็นลูกจ้างของสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดตำแหน่งหัวหน้ากองการค้าได้รับเงินไปจากสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดเป็นเงินทดรองค่าใช้จ่ายในการขนน้ำตาลจากต่างจังหวัดมากรุงเทพฯอันเป็นธุระกิจ ของสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดและอยู่ในหน้าที่ของจำเลยเมื่อมีเงินเหลือจำเลยต้องส่งคืนจำเลยมีหน้าที่ต้องส่งเงินที่ขาดอยู่อีกเป็นเงินจำนวนหนึ่งแต่เพิกเฉยเสียจึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ย ดังนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกเงินที่ได้จ่ายทดรองแก่จำเลยผู้เป็นลูกจ้างคืนมิใช่เป็นเรื่องของการค้าหรือหากำไรกับบุคคลภายนอกโจกท์จึงมีอำนาจฟ้องได้ ส่วนเรื่องฟ้องบุคคลภายนอกตามสัญญาการค้าหรือหากำไรแล้วก็ไม่อยู่ในขอบเขตต์อำนาจและหน้าที่ของกระทรวง พาณิชย์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
กระทรวงพาณิชย์เป็นโจทก์ฟ้องเรียกหนี้จากจำเลยโดยอ้างว่าสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดเป็นองค์การค้าส่วนหนึ่ง ของกระทรวงพาณิชย์จำเลยเป็นลูกจ้างของสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดตำแหน่งหัวหน้ากองการค้าได้รับเงินไปจากสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดเป็นเงินทดรองค่าใช้จ่ายในการขนน้ำตาลจากต่างจังหวัดมากรุงเทพฯอันเป็นธุระกิจ ของสำนักงานกลางบริษัทจังหวัดและอยู่ในหน้าที่ของจำเลยเมื่อมีเงินเหลือจำเลยต้องส่งคืนจำเลยมีหน้าที่ต้องส่งเงินที่ขาดอยู่อีกเป็นเงินจำนวนหนึ่งแต่เพิกเฉยเสียจึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้เงินนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ย ดังนี้เป็นเรื่องโจทก์ฟ้องเรียกเงินที่ได้จ่ายทดรองแก่จำเลยผู้เป็นลูกจ้างคืนมิใช่เป็นเรื่องของการค้าหรือหากำไรกับบุคคลภายนอกโจกท์จึงมีอำนาจฟ้องได้ ส่วนเรื่องฟ้องบุคคลภายนอกตามสัญญาการค้าหรือหากำไรแล้วก็ไม่อยู่ในขอบเขตต์อำนาจและหน้าที่ของกระทรวง พาณิชย์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสร้างสะพานบนทางสาธารณะเดิม แม้รุกล้ำที่ดินบ้างเล็กน้อย โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้อง
จำเลยสร้างสะพานข้ามคูสาธารณะขึ้นใหม่แทนสะพานเก่าได้สร้างตามแนวสะพานเก่า ซึ่งสาธารณชนใช้มานมนามหลายสิบปีแล้ว แม้จำเลยจะเพิ่งสร้างขึ้นใหม่เพียง 2-3 ปีเพราะสะพานเก่าชำรุดแล้วและแม้ปรากฏว่าเชิงสะพานล้ำเข้าไปในเขตโฉนดของโจทก์ 2 เมตรเศษ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสร้างสพานรุกล้ำที่ดินสาธารณะ: สิทธิของเจ้าของที่ดิน vs. ประโยชน์สาธารณะ
จำเลยสร้างสพานข้ามคูสาธารณะขึ้นใหม่แทนสพานเก่าได้สร้างตามแนวสพานเก่าซึ่งสาธารณชนใช้มานมนานหลายสิบปีแล้ว แม้จำเลยจะเพิ่งสร้างขึ้นใหม่เพียง 2-3 ปี เพราะสพานเก่าชำรุดแล้วและแม้ปรากฎว่าเชิงสพานล้ำเข้าไปในเขตต์โฉนดของโจทก์ 2 เมตรเศษ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการละเมิด แม้โอนทรัพย์สินไปแล้ว สิทธิยังคงอยู่
มีผู้ทำละเมิดให้เสียหายแก่อสังหาริมทรัพย์ในขณะที่เจ้าของทรัพย์ยังเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นอยู่แม้ภายหลังได้โอนทรัพย์นั้นให้แก่ผู้อื่นไปแล้ว ก็ยังมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายแก่ผู้ทำละเมิดนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจ้าของเดิมมีสิทธิฟ้องค่าเสียหายจากการละเมิดต่ออสังหาริมทรัพย์ แม้จะโอนให้ผู้อื่นไปแล้ว
มีผู้ทำละเมิดให้เสียหายแก่อสังหาริมทรัพย์ในขณะที่เจ้าของเดิมยังเป็นเจ้าของทรัพย์นั้นอยู่ แม้ภายหลังจะได้โอนทรัพย์นั้นให้แก่ผู้อื่นไปแล้วเจ้าของเดิมก็ยังมีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายแก่ผู้ทำละเมิดนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้มาซึ่งที่ดินโดยการครอบครอง แม้ไม่มีสัญญาซื้อขายเป็นหนังสือ เมื่อครอบครองเกิน 10 ปี
การซื้อขายที่ดินมีโฉนดซึ่งแม้จะมิได้ทำเป็นหนังสือซื้อขายกันให้ถูกต้อง แต่เมื่อฝ่ายผู้ซื้อได้ครอบครองมากว่า 10 ปีแล้วก็ย่อมได้ที่เป็นสิทธิในฐานะครอบครอง
ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ใช่คู่ความในคดีที่มีคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลย ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาในเรื่องขัดทรัพย์เป็นอย่างอื่นได้ ไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ความในมาตรานี้หมายเฉพาะบังคับคู่ความให้เป็นไปตามคำพิพากษา
ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ใช่คู่ความในคดีที่มีคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลย ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาในเรื่องขัดทรัพย์เป็นอย่างอื่นได้ ไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 ความในมาตรานี้หมายเฉพาะบังคับคู่ความให้เป็นไปตามคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 470/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครอง แม้ไม่มีหนังสือซื้อขาย และอำนาจศาลในการพิพากษาขัดทรัพย์ของผู้ไม่เป็นคู่ความ
การซื้อขายที่ดินมีโฉนดซึ่งแม้จะมิได้ทำเป็นหนังสือซื้อขายกันให้ถูกต้อง แต่เมื่อฝ่ายผู้ซื้อได้ครอบคอรงมากว่า 10 ปีแล้ว ก็ย่อมได้ที่เป็นสิทธิในฐานะครอบครอง
ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ใช่คู่ความในคดีที่มีคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลย ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาในเรื่องขัดทรัพย์เป็นอย่างอื่นได้ ไม่อยู่ในบังคับของ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 143 ความในมาตรานี้หมายเฉพาะบังคับคู่ความให้เป็นไปตามคำพิพากษา
ผู้ร้องขัดทรัพย์ไม่ใช่คู่ความในคดีที่มีคำพิพากษาตามยอมระหว่างโจทก์จำเลย ศาลจึงมีอำนาจพิพากษาในเรื่องขัดทรัพย์เป็นอย่างอื่นได้ ไม่อยู่ในบังคับของ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 143 ความในมาตรานี้หมายเฉพาะบังคับคู่ความให้เป็นไปตามคำพิพากษา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 268-269/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขอรับมฤดกไม่กระทบสิทธิเจ้าหนี้กองมฤดก โจทก์ไม่มีมูลฟ้องหากจำเลยไม่ได้โต้แย้งสิทธิโดยตรง
การที่มีผู้ไปประกาศขอรับมฤดกของเจ้ามฤดกนั้นไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของเจ้าหนี้กองมฤดกเพราะแม้จะไปรับ มฤดกได้ ก็ต้องเอามาใช้หนี้เจ้าหนี้กองมฤดกและเมื่อในฟ้องไม่ปรากฎว่า ผู้ที่อ้างว่าเป็นทายาทไปประกาศขอรับมฤดกนั้น ได้โดยแย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงยังไม่มีมูลมาฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการพิสูจน์สัญชาติเป็นสิทธิส่วนบุคคล ผู้อื่นไม่อาจร้องขอแทนได้ แม้เป็นผู้เยาว์
การร้องขอพิศูจน์สัญชาติต่อเจ้าพนักงานหรือต่อศาลตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2480 มาตรา 28 นั้น เป็นสิทธิของผู้ที่จะต้องขอพิศูจน์เอง คนอื่นจะต้องขอแทนมิได้ แม้ผู้ที่ร้องขอให้พิศูจน์นั้นเป็นผู้เยาว์ บิดาก็ร้องขอแทนไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิร้องขอพิสูจน์สัญชาติเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้ถูกโต้แย้ง มิใช่ผู้แทน
การร้องขอพิสูจน์สัญชาติต่อเจ้าพนักงาน หรือ ต่อศาลตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ.2480 มาตรา 28 นั้น เป็นสิทธิของผู้ที่จะร้องขอพิสูจน์เอง คนอื่นจะร้องขอแทนมิได้ แม้ผู้ที่ร้องขอให้พิสูจน์นั้นเป็นผู้เยาว์ บิดาก็ร้องขอแทนไม่ได้