คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 55

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1984/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเรียกร้องเงินช่วยเหลือสงคราม: การพิสูจน์ฐานะผู้รับตามเจตนาผู้จ่าย
ผู้ตายจ่ายเงินให้แก่องค์การณ์ซึ่งปฏิบัติหน้าที่สงเคราะห์ชนชาติอังกฤษในไทยในระหว่างสงคราม บัดนี้ชนชาติอังกฤษนำคืนมาเพื่อคืนแก่ผู้ที่ควรได้รับเงิน แต่โจทก์จำเลยต่างโต้เถียงกัน ดังนี้ โจทก์มาฟ้องจำเลยต่อศาลขอให้แสดงว่าตนอยู่ในฐานะที่ควรได้รับเงินตามความประสงค์ของผู้จ่ายได้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 25/2492)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนี้ร่วมสามีภริยาและการบังคับชำระหนี้จากสินบริคณห์ กรณีสามีไม่ได้ยินยอมและบอกล้าง
ที่จะถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาได้นั้นโจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นว่า เป็นหนี้ที่ต้องด้วยลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ตาม มาตรา 1482
หากเป็นหนี้ที่ภริยาไปทำขึ้นโดยสามีมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาต และสามีได้บอกล้างแล้ว เจ้าหนี้จะยึดสินบริคณห์ทั้งหมดมาชำระหนี้มิได้ เจ้าหนี้ต้องขอแบ่งแยกสินบริคณห์ส่วนของภริยาออกชำระหนี้ทางศาล ตามมาตรา 1483ถ้าเจ้าหนี้มิได้ขอแบ่งสินบริคณห์ ศาลจะสั่งแยกไปทีเดียวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนี้ร่วมสามีภริยาและการบังคับชำระหนี้จากสินบริคณห์
ที่จะถือว่าเป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาได้นั้น โจทก์จะต้องนำสืบให้เห็นว่า เป็นหนี้ที่ต้องด้วยลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ตาม ม.1482
หากเป็นหนี้ที่ภริยาไปทำขึ้นโดยสามีมิได้รู้เห็นยินยอมอนุญาต และสามีได้บอกล้างแล้ว เจ้าหนี้จะยึดสินบริคณห์ทั้งหมดมาชำระหนี้มิได้ เจ้าหนี้ต้องขอแบ่งแยกสินบริคณห์ส่วนของภริยาออกชำระหนี้ทางศาล ตาม ม.1483 ถ้าเจ้าหนี้มิได้ขอแบ่งสินบริคณห์ ศาลจะสั่งแยกไปทีเดียวไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเจ้าของที่ดินฟ้องแสดงกรรมสิทธิ์ - การนำเสนอคดีไม่มีข้อพิพาท - หลักฐานการอุทิศทางสาธารณะ
การที่โจทก์จะมาขอให้ศาลสั่งแสดงว่า ที่ดินแปลงใดเป็นกรรมสิทธิของโจทก์เด็ดขาดทั้งสิ้นโดยปราศจากทางเดินสาธารณนั้น โจทก์ย่อมทำได้ แม้แต่จะเสนอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทเมื่อโจทก์จะต้องใช้สิทธิทางศาลตาม ป.ม.วิแพ่งมาตรา 55 แต่โจทก์ก็จะต้องนำพะยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลให้เพียงพอแก่การที่จะสั่งตามคำขอของโจทก์นั้นได้
จำเลยเคยไปร้องต่อตำรวจว่า ทางในที่ดินของโจทก์เป็นทางสาธารณะ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยขอให้แสดงว่าที่ของโจทก์ไม่มีทางสาธารณะได้
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 24/2492

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการฟ้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินและยืนยันไม่มีทางสาธารณะ แม้เป็นคดีไม่มีข้อพิพาท ต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอ
การที่โจทก์จะมาขอให้ศาลสั่งแสดงว่า ที่ดินแปลงใดเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์เด็ดขาดทั้งสิ้นโดยปราศจากทางเดินสาธารณะนั้น โจทก์ย่อมทำได้ แม้แต่จะเสนอเป็นคดีไม่มีข้อพิพาท เมื่อโจทก์จะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 แต่โจทก์ก็จะต้องนำพยานหลักฐานมาแสดงต่อศาลให้เพียงพอแก่การที่จะสั่งตามคำขอของโจทก์นั้นได้
จำเลยเคยไปร้องต่อตำรวจว่า ทางในที่ดินของโจทก์เป็นทางสาธารณะ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยขอให้แสดงว่าที่ของโจทก์ไม่มีทางสาธารณะได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 24/92)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1444/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ แม้บุกรุกพื้นที่สงวน จำเลยก็ไม่มีสิทธิทำลายพืชผลของผู้อื่น การกระทำถือเป็นการละเมิด
แม้โจทก์จะเป็นผู้บุกรุกปลูกข้าวลงในที่สงวนถ่านศิลา จำเลยก็ไม่สิทธิที่จะปล่อยกระบือฝูงของจำเลยให้กัดกินต้นข้าวของโจทก์เสียได้ จำเลยต้องรับผิดฐานละเมิดต่อโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1425/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การโอนสิทธิฟ้องร้องเป็นโมฆะ: สิทธิเรียกร้องไม่สามารถซื้อขายได้
จำเลยได้ให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เมื่อจำเลยแก้อุทธรณ์ จำเลยก็ยังโต้แย้งความข้อนี้อยู่ ประเด็นนี้ยังไม่ยุติศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้
เจ้าของที่ดินได้โอนการฟ้องร้องขอให้เพิกถอนหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างเจ้าของที่ดินกับจำเลยให้กับโจทก์ ซึ่งไม่ใช่เป็นการโอนสิทธิเรียกร้องจึงเท่ากับขายความเป็นการผิดศีลธรรมอันดี ไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้โอนกันได้และไม่ใช่เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เช่น มอบอำนาจหรือแต่งทนายไว้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในนามตนเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1197/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ในที่ดินสาธารณะต้องได้มาตามกฎหมายที่ดินเท่านั้น การครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ ไม่สามารถใช้ได้
ที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน บุคคลจะได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ได้ก็เฉพาะแต่การกระทำตามกฎหมายที่ดิน ดั่งที่ได้มีบทบังคับไว้ในมาตรา 1334 กฎหมายที่ดินดั่งว่านี้ได้มีปรากฏ เป็นบทบัญญัติใน พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดินเป็นลำดับมาจนถึงฉบับที่ 7 พ.ศ.2486
การร้องขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ ซึ่งผู้ร้องได้ครอบครองมา 20 ปีเศษเป็นของผู้ร้องนั้น ได้มีมาตรา 13,15 แห่ง พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 7)2486บังคับไว้แล้ว ส่วนการได้กรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ตามมาตรา 1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น ต้องเป็นทรัพย์ที่บุคคลมีกรรมสิทธิ์อยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่ที่รกร้างว่างเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญ
หมายเหตุได้ซ้อมความเข้าใจกับเจ้าของแล้วว่าท่านไม่ได้หมายความว่าการได้กรรมสิทธิ์ที่ดินแต่ก่อนๆ นั้นมีได้เฉพาะตามพ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน 2486

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1196/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิไถ่ถอนขายฝาก แม้ฟ้องหลังกำหนด แต่โจทก์ไม่ยอมให้ไถ่ ถือเป็นผิดสัญญา
จำเลยขายฝากที่สวนกับบ้านเรือนไว้กับโจทก์ และทำสัญญาเช่าทรัพย์นั้นจากโจทก์ โจทก์มาฟ้องว่า บัดนี้พ้นกำหนดไถ่ถอนแล้วขอให้ขับไล่จำเลย จำเลยต่อสู้ว่าได้ไปไถ่ถอนแล้วโจทก์ไม่ยอม จึงฟ้องแย้งขอให้โจทก์รับไถ่ถอนศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เมื่อจะครบกำหนดสัญญา จำเลยได้ไปขอไถ่ถอนแต่โจทก์ไม่ยอมให้ไถ่โดยจะขอเงินเพิ่มขึ้น แต่ขณะที่จำเลยฟ้องแย้งขอให้รับไถ่ถอนนี้เกินกำหนดเวลาในสัญญาขายฝากแล้ว ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยผู้ขายฝากได้ไปขอไถ่ตามกำหนดในสัญญาแล้ว โจทก์ต้องยอมให้ไถ่ ถ้าไม่ยอมโจทก์ก็เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยย่อมฟ้องแย้งขอให้บังคับให้รับไถ่ตามสัญญาได้ คดีนี้รูปคดีไม่เหมือนกับฎีกาที่ 185/2491 เพราะคดีนั้น ผู้ขายฝากไปขอไถ่ ผู้ซื้อฝากขอผัด ผู้ขายฝากก็ยอม ซึ่งจะถือเป็นกรณีผู้ซื้อฝากผิดสัญญาไม่ยอมให้ไถ่ไม่ได้ เมื่อผู้ขายฝากยอมให้เวลาใช้สิทธิไถ่ถอนพ้นไปจากกำหนดแล้ว ก็ต้องรับสนองในการนั้น จึงไถ่ไม่ได้จะถือว่า ได้ตกลงยืดเวลาไถ่ถอนกันไปก็ไม่ได้ เพราะขัดกับมาตรา496(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 16/2492)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1186/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าระงับเมื่อผู้เช่าตาย เว้นแต่มีผู้ขอเช่ารายใหม่ตามกฎหมาย การต่อสู้ของจำเลยไม่ได้รับการสนับสนุนด้วยหลักฐาน
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นตามธรรมดาย่อมระงับเมื่อผู้เช่าตาย เว้นแต่กรณีจะเข้ามาตรา 17 แห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ 2489
คำแถลงต่อศาลของบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีฐานะในคดี ศาลจะรับฟังเป็นข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาหาได้ไม่
of 605