พบผลลัพธ์ทั้งหมด 6,044 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 321/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งต้องมีสิทธิเรียกร้องชัดเจน การปฏิเสธภาระจำยอมไม่อาจฟ้องแย้งขอให้หลุดพ้นได้
การฟ้องหรือฟ้องแย้ง ผู้ฟ้องจะต้องแสดงว่า ตนมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิ์หรือหน้าที่หรือมีข้อเท็จจริงที่จะใช้สิทธิ์ทางศาลได้ หากเสนอขึ้นมาโดยกล่าวว่าไม่มีกรณีเช่นว่านั้นและว่าถ้าหากศาลเห็นว่ามี ก็พิพากษาให้ตนชนะดังนี้ ไม่เป็นฟ้องที่ควรรับไว้พิจารณา
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดภาระจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีภาระจำยอม และฟ้องแย้งว่าหากศาลฟังว่ามี ก็ขอให้ปลดภาระจำยอม โดยให้โจทก์ได้ค่าทดแทน ดังนี้ศาลไม่รับฟ้องแย้ง
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดภาระจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีภาระจำยอม และฟ้องแย้งว่าหากศาลฟังว่ามี ก็ขอให้ปลดภาระจำยอม โดยให้โจทก์ได้ค่าทดแทน ดังนี้ศาลไม่รับฟ้องแย้ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 321/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งต้องมีสิทธิเรียกร้องชัดเจน ศาลไม่รับฟ้องแย้งหากยังไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่
การฟ้องหรือฟ้องแย้ง ผู้ฟ้องจะต้องแสดงว่า ตนมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่หรือมีข้อเท็จจริงที่จะใช้สิทธิทางศาลได้ หากเสนอขึ้นมาโดยกล่าวว่าไม่มีกรณีเช่นว่านั้นและว่าถ้าหากศาลเห็นว่ามี ก็พิพากษาให้ตนชนะ ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องที่ควรรับไว้พิจารณา
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดภารจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีภารจำยอมและฟ้องแย้งว่าหากศาลฟังว่ามี ก็ขอให้ปลดภารจำยอม โดยให้โจทก์ได้ค่าทดแทน ดังนี้ ศาลไม่รับฟ้องแย้ง
โจทก์ฟ้องขอให้เปิดภารจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าไม่มีภารจำยอมและฟ้องแย้งว่าหากศาลฟังว่ามี ก็ขอให้ปลดภารจำยอม โดยให้โจทก์ได้ค่าทดแทน ดังนี้ ศาลไม่รับฟ้องแย้ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาชดใช้ค่าเสียหายจากการยักยอกทรัพย์ การฟ้องซ้ำ และการไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
ถอนฟ้องคดีแพ่งแล้วกลับมาฟ้องใหม่ได้ตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม. 176 และไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต รับฝากของที่ขะโมยเขามา มารดาและพี่ของผู้รับฝากทำสัญญายอมใช้ราคาของที่ฝากให้แก่เจ้าของและคนขะโมย เจ้าของย่อมฟ้องเรียกเงินตามสัญญานั้นได้และสัญญาชะนิดนี้ไม่ใช่สัญญาประกันการทำยอมใช้ทรัพย์ยักยอกอันเป็นความผิด ส่วนตัวนั้นไม่นับว่าสัญญาเป็นโมฆะคนที่สามทำสัญญายอมรับใช้ทรัพย์แทนผู้รับฝากนั้นไม่ต้องปิดแสตมป์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยอมใช้ทรัพย์ที่ยักยอก สัญญาไม่เป็นโมฆะ และการฟ้องใหม่ที่ไม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
ถอนฟ้องคดีแพ่งแล้วกลับมาฟ้องใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 176 และไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต
รับฝากของที่ขโมยเขามามารดาและพี่ของผู้รับฝากทำสัญญายอมใช้ราคาของที่ฝากให้แก่เจ้าของและคนขโมย เจ้าของย่อมฟ้องเรียกเงินตามสัญญานั้นได้ และสัญญาชนิดนี้ไม่ใช่สัญญาค้ำประกัน
การทำยอมใช้ทรัพย์ที่ยักยอกอันเป็นความผิดส่วนตัวนั้นไม่นับว่าสัญญาเป็นโมฆะ
คนที่สามทำสัญญายอมรับใช้ทรัพย์แทนผู้รับฝากนั้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
รับฝากของที่ขโมยเขามามารดาและพี่ของผู้รับฝากทำสัญญายอมใช้ราคาของที่ฝากให้แก่เจ้าของและคนขโมย เจ้าของย่อมฟ้องเรียกเงินตามสัญญานั้นได้ และสัญญาชนิดนี้ไม่ใช่สัญญาค้ำประกัน
การทำยอมใช้ทรัพย์ที่ยักยอกอันเป็นความผิดส่วนตัวนั้นไม่นับว่าสัญญาเป็นโมฆะ
คนที่สามทำสัญญายอมรับใช้ทรัพย์แทนผู้รับฝากนั้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิบุตรนอกสมรสขอรับรองสถานะทางกฎหมาย: เงื่อนไขและวิธีการฟ้องร้อง
การขอให้รับรองเด็กเป็นบุตร์นั้น เมื่อมีเหตุตามมาตรา 1529 แล้ว ก็ขอได้.
การขอให้รับรองเด็กเป็นบุตร์นั้น ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ต้องฟ้องบิดาเป็นจำเลย ถ้าบิดาตายแล้ว ก็ยื่นเป็นคำร้องอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท
การขอให้รับรองเด็กเป็นบุตร์นั้น ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ต้องฟ้องบิดาเป็นจำเลย ถ้าบิดาตายแล้ว ก็ยื่นเป็นคำร้องอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 213/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับรองบุตรนอกสมรส: สิทธิและวิธีการดำเนินการตามกฎหมาย
การขอให้รับรองเด็กเป็นบุตรนั้น เมื่อมีเหตุตามมาตรา 1529 แล้ว ก็ขอได้
การขอให้รับรองเด็กเป็นบุตรนั้น ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ต้องฟ้องบิดาเป็นจำเลย ถ้าบิดาตายแล้ว ก็ยื่นเป็นคำร้องอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท
การขอให้รับรองเด็กเป็นบุตรนั้น ถ้าบิดายังมีชีวิตอยู่ต้องฟ้องบิดาเป็นจำเลย ถ้าบิดาตายแล้ว ก็ยื่นเป็นคำร้องอย่างคดีไม่มีข้อพิพาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกค่าภาษีที่ประเมินเกิน การฟ้องโดยไม่ระบุจำนวนภาษีที่ต้องจ่ายจริงไม่ถือเป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องเรียกค่าภาษีที่จำเลยคิดเกินไป โดยบรรยายข้อหาชัดแจ้งว่าจำเลยประเมินค่ารายปีผิดความจริงเป็นเหตุให้คิดค่าภาษีเกินไป 1300 บาทขอให้คืนส่วนที่เกิน โดยมิได้ระบุว่าโจทก์จะต้องเสียค่าภาษีจริง ๆ เท่าใด ดังนี้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์มีอำนาจฟ้องนายกเทศมนตรีในฐานะบุคคลธรรมดาให้รับผิดชอบในกิจการของเทศบาลเมืองซึ่งตนดำรงค์ตำแหน่งอยู่ได้
จำเลยคัดค้านข้อเท็จจริงที่ศาลล่างชี้ขาดมา แต่ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างมิได้ชี้ขาดดังฎีกาของจำเลย ดังนี้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อฎีกาข้อนั้น
เมื่อจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์อยู่แล้ว การที่จำเลยคัดค้านไม่ยอมให้สามีโจทก์เป็นคู่ความร่วมด้วยนั้น ย่อมไม่มีผลแก่คดีโจทก์อย่างใด
โจทก์มีอำนาจฟ้องนายกเทศมนตรีในฐานะบุคคลธรรมดาให้รับผิดชอบในกิจการของเทศบาลเมืองซึ่งตนดำรงค์ตำแหน่งอยู่ได้
จำเลยคัดค้านข้อเท็จจริงที่ศาลล่างชี้ขาดมา แต่ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลล่างมิได้ชี้ขาดดังฎีกาของจำเลย ดังนี้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อฎีกาข้อนั้น
เมื่อจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์อยู่แล้ว การที่จำเลยคัดค้านไม่ยอมให้สามีโจทก์เป็นคู่ความร่วมด้วยนั้น ย่อมไม่มีผลแก่คดีโจทก์อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเรียกค่าภาษีเกิน การประเมินค่ารายปี และอำนาจฟ้องนายกเทศมนตรีในฐานะบุคคลธรรมดา
โจทก์ฟ้องเรียกค่าภาษีที่จำเลยคิดเกินไป โดยบรรยายข้อหาชัดแจ้งว่าจำเลยประเมินค่ารายปีผิดความจริงเป็นเหตุให้คิดค่าภาษีเกินไป 1,300 บาท ขอให้คืนส่วนที่เกิน โดยมิได้ระบุว่าโจทก์จะต้องเสียค่าภาษีจริงๆ เท่าใดดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
โจทก์มีอำนาจฟ้องนายกเทศมนตรีในฐานะบุคคลธรรมดาให้รับผิดชอบในกิจการของเทศบาลเมืองซึ่งตนดำรงตำแหน่งอยู่ได้
จำเลยคัดค้านข้อเท็จจริงที่ศาลล่างชี้ขาดมา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างมิได้ชี้ขาดดังฎีกาของจำเลย ดังนี้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อฎีกาข้อนั้น
เมื่อจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์อยู่แล้ว การที่จำเลยคัดค้านไม่ยอมให้สามีโจทก์เป็นคู่ความร่วมด้วยนั้น ย่อมไม่มีผลแก่คดีโจทก์อย่างใด
โจทก์มีอำนาจฟ้องนายกเทศมนตรีในฐานะบุคคลธรรมดาให้รับผิดชอบในกิจการของเทศบาลเมืองซึ่งตนดำรงตำแหน่งอยู่ได้
จำเลยคัดค้านข้อเท็จจริงที่ศาลล่างชี้ขาดมา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างมิได้ชี้ขาดดังฎีกาของจำเลย ดังนี้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อฎีกาข้อนั้น
เมื่อจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์อยู่แล้ว การที่จำเลยคัดค้านไม่ยอมให้สามีโจทก์เป็นคู่ความร่วมด้วยนั้น ย่อมไม่มีผลแก่คดีโจทก์อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวเมื่อเทศบาลเป็นผู้กระทำผิด โจทก์ต้องระบุฐานะให้ชัดเจน
โจทก์ฟ้องเทศบาลเมืองสงขลาให้รับผิด แต่มิได้ระบุเอาเทศบาลเมืองสงขลาเป็นจำเลยรับผิด แม้จะบรรยายไว้ในฟ้องว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรี ก็ถือว่าฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัว ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 392/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องจำเลยในฐานะส่วนตัวเมื่อเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ การฟ้องต้องระบุฐานะให้ชัดเจน
โจทก์ฟ้องเทศบาลเมืองสงขลาให้รับผิด แต่มิได้ระบุเอาเทศบาลเมืองสงขลาเป็นจำเลย แต่ได้ระบุให้จำเลยรับผิดแม้จะบรรยายไว้ในฟ้องว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรี ก็ถือว่าฟ้องจำเลยเป็นส่วนตัวต้องยกฟ้อง