คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 183

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,529 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 928/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าซื้อผิดสัญญา จำเลยต้องจัดทำถนน-ท่อระบายน้ำ และจ่ายเบี้ยปรับตามสัญญา
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันและแทนกันทำการจัดสรรที่ดินให้โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ แล้วจำเลยทั้งสามประพฤติผิดสัญญาโดยไม่จัดการทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินของโจทก์และที่ดินที่จำเลยร่วมกันจัดสรรทุกแปลง จึงฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดตามสัญญาเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ได้มีการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 2 ขึ้นก่อนต่อมามีความจำเป็นต้องใช้ทุนมากจึงได้จัดตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ขึ้นแต่ก็มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขายที่ดินเช่นเดียวกันจำเลยที่ 1 ได้ออกใบรับเงินค่าเช่าซื้อที่ดินให้โจทก์หลายฉบับ และยังมีหนังสือถึงโจทก์เกี่ยวกับการทำถนนและท่อระบายน้ำชี้แจงให้โจทก์ทราบว่า ได้ว่าจ้างผู้รับเหมาให้ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำแล้ว โดยกรรมการผู้จัดการลงชื่อและประทับตราบริษัทจำเลยที่ 1 ในหนังสือนั้น เห็นได้ว่า จำเลยที่ 1 ยินยอมรับเอากิจการจัดสรรที่ดินของจำเลยที่ 2 มาดำเนินการร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วย และยินยอมที่จะปฏิบัติตามสัญญาเช่าซื้อที่จำเลยที่ 2 ทำไว้กับโจทก์ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ลงนามในสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ 1 ก็ต้องรับผิดร่วมด้วย ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการห้างฯ จำเลยที่ 2 ซึ่งจะต้องร่วมรับผิดในหนี้สินของห้างฯ จำเลยที่ 2 โดยไม่มีจำกัดจำนวนจึงต้องรับผิดเป็นส่วนตัวร่วมกับจำเลยที่ 2 ด้วย ดังนั้น โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ได้
เหตุที่จำเลยจะไม่ต้องรับผิดเป็นประเด็นสำคัญแห่งคดีจำเลยจะต้องให้การโดยชัดแจ้ง เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การไว้ การนำสืบถึงประเด็นนั้นจึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การไว้ รับฟังไม่ได้
นับตั้งแต่จำเลยจัดสรรที่ดินให้เช่าซื้อ และโจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อจนส่งเงินค่าเช่าซื้อครบถ้วนเป็นเวลาหลายปีจำเลยมีโอกาสขวนขวายจัดหาซื้อวัสดุก่อสร้างเตรียมไว้ดำเนินการตามสัญญาเช่าซื้อได้การที่วัสดุก่อสร้างมีราคาแพงขึ้นมิใช่ว่าจะหาซื้อไม่ได้เสียทีเดียว ในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยอันจะทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยและจำเลยหลุดพ้นจากการชำระหนี้เมื่อจำเลยไม่จัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องรับผิดต่อโจทก์
ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ โจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำผ่านหน้าที่ดินจัดสรรของโจทก์ให้เสร็จเรียบร้อยตามสัญญาเช่าซื้อภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันที่ศาลพิพากษา ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 วรรค 2 บัญญัติถึงกรณีที่สภาพแห่งหนี้ไม่เปิดช่องให้บังคับชำระหนี้ได้ ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำการอันใดอันหนึ่ง เจ้าหนี้จะร้องขอต่อศาลให้สั่งบังคับให้บุคคลภายนอกกระทำการอันนั้น โดยให้ลูกหนี้เสียค่าใช้จ่ายก็ได้ แต่โจทก์มิได้มีคำขอให้ศาลพิพากษาว่าหากจำเลยไม่ทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำให้โจทก์จ้างบุคคลภายนอกทำโดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ดังนั้น ที่ศาลพิพากษาว่าหากจำเลยไม่ทำให้โจทก์จ้างบุคคลภายนอกทำโดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 วรรค 2 จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ส่วนที่ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสามจัดทำถนนคอนกรีตและท่อระบายน้ำ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันเสียเบี้ยปรับให้แก่โจทก์ด้วยนั้นตามสัญญาเช่าซื้อมีว่า"หากผู้ให้เช่าซื้อผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดยอมให้ผู้เช่าซื้อฟ้องร้องเรียกเบี้ยปรับ และให้บังคับตามกฎหมายทั้งยอมให้ผู้เช่าซื้อปรับเป็นเงินอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไปแล้วอีกโสดหนึ่งด้วย" สัญญาเช่าซื้อระบุชัดเช่นนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยปฏิบัติตามสัญญาคือทำถนนคอนกรีต ท่อระบายน้ำและเรียกร้องเอาเบี้ยปรับได้ทั้งสองกรณีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 381 วรรคแรก
สัญญาเช่าซื้อมีข้อความว่า "ยอมให้ผู้เช่าซื้อปรับเป็นเงินอีกหนึ่งเท่าของจำนวนเงินที่ผู้เช่าซื้อได้ชำระให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไป" หมายความว่า จำเลยยอมให้โจทก์ปรับเงินเท่ากับเงินค่าเช่าซื้อที่โจทก์ชำระให้จำเลยไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความเสียหายต่อทรัพย์สินเช่าหลังสัญญาประนีประนอม ศาลตัดสินได้หากเป็นคนละมูลเหตุ
จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์ เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้วจำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องคดีขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ในการใช้ตึกแถวจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมออกจากตึกแถว และยอมใช้ค่าเสียหาย ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยบรรยายฟ้องว่า ในวันที่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวที่เช่า โจทก์ได้ตรวจดูอาคารปรากฏว่ากระเบื้องกันสาดด้านหน้าถูกรื้อออกหมด กระเบื้องหลังคาถูกรื้อไปบางส่วนประตูเหล็กด้านหน้าชำรุดเสียหาย ซึ่งจำเลยมีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหาย มิใช่ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติดังนี้ คำบรรยายฟ้องดังกล่าวย่อมคลุมถึงความเสียหายทั้งที่เกิดจากสัญญาเช่า ซึ่งจำเลยต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 และเกิดจากการละเมิดตาม มาตรา 420 เมื่อศาลฟังว่าการที่ประตูเหล็กผุกร่อนนั้น มิใช่เพราะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่เป็นเพราะจำเลยไม่สงวนรักษาทรัพย์สินที่เช่าจึงให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องซ่อมแซม จึงตรงตามประเด็นแล้ว ไม่เป็นการนอกฟ้องและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีก่อนเป็นเรื่องจำเลยไม่คืนทรัพย์ที่เช่า อันเป็นค่าเสียหายคนละมูลกรณีกับค่าเสียหายเกี่ยวกับประตูเหล็กในคดีนี้ ค่าเสียหายในคดีนี้จึงไม่ระงับสิ้นไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 819/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความเสียหายจากการเช่าทรัพย์สิน: การรับผิดชอบความเสียหายเกินกว่าการเสื่อมสภาพตามปกติ และผลของสัญญาประนีประนอม
จำเลยเช่าตึกแถวของโจทก์ เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้วจำเลยไม่ออก โจทก์จึงฟ้องคดีขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ในการใช้ตึกแถวจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมออกจากตึกแถว และยอมใช้ค่าเสียหาย ศาลพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ฟ้องคดีนี้โดยบรรยายฟ้องว่า ในวันที่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวที่เช่า โจทก์ได้ตรวจดูอาคารปรากฏว่ากระเบื้องกันสาดด้านหน้าถูกรื้อออกหมดกระเบื้องหลังคาถูกรื้อไปบางส่วน ประตูเหล็กด้านหน้าชำรุดเสียหาย ซึ่งจำเลยมีเจตนาก่อให้เกิดความเสียหาย มิใช่ความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติดังนี้ คำบรรยายฟ้องดังกล่าวย่อมคลุมถึงความเสียหายทั้งที่เกิดจากสัญญาเช่า ซึ่งจำเลยต้องรับผิดชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 562 และเกิดจากการละเมิดตาม มาตรา 420 เมื่อศาลฟังว่าการที่ประตูเหล็กผุกร่อนนั้น มิใช่เพราะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่เป็นเพราะจำเลยไม่สงวนรักษาทรัพย์สินที่เช่าจึงให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ต้องซ่อมแซม จึงตรงตามประเด็นแล้ว ไม่เป็นการนอกฟ้องและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีก่อนเป็นเรื่องจำเลยไม่คืนทรัพย์ที่เช่า อันเป็นค่าเสียหายคนละมูลกรณีกับค่าเสียหายเกี่ยวกับประตูเหล็กในคดีนี้ ค่าเสียหายในคดีนี้จึงไม่ระงับสิ้นไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงให้เจ้าพนักงานรังวัดเป็นข้อวินิจฉัยเด็ดขาด: การยอมรับผลการรังวัดที่ดินเพื่อใช้เป็นข้อพิสูจน์ในคดี
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อร้านค้าออกจากที่ดินของโจทก์ ฝ่ายจำเลยให้การว่าที่ดินไม่ใช่ของโจทก์ เมื่อคู่ความตกลงท้ากันให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดและเจ้าพนักงานสรรพากรจังหวัดไปตรวจสอบว่าร้านค้าของจำเลยอยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ตามโฉนดที่ 47 หรือไม่ ถ้าอยู่ในเขตโฉนด โฉนดส่วนนี้รุกล้ำที่ดินราชพัสดุหรือไม่ หากปรากฏว่าร้านค้าของจำเลยอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์และไม่ได้รุกล้ำที่ดินราชพัสดุ จำเลยยอมแพ้คดีดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยรับข้อเท็จจริงกันในศาลโดยถือเอาการรังวัดตรวจสอบของเจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าพนักงานสรรพากรเป็นข้อแพ้ชนะระหว่างกันฉะนั้น เมื่อเจ้าพนักงานดังกล่าวทำการรังวัดตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าร้านค้าของจำเลยปลูกในที่ดินเขตโฉนดของโจทก์และไม่ได้รุกล้ำที่ดินราชพัสดุ จำเลยก็ต้องแพ้คดี จะอ้างว่าเจ้าพนักงานสรรพากรจังหวัดไม่มีอำนาจชี้ขาดเขตที่ดินหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อตกลงให้เจ้าพนักงานรังวัดเป็นข้อแพ้ชนะ: ศาลยึดผลรังวัดเป็นเหตุตัดสินคดีขับไล่
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้รื้อร้านค้าออกจากที่ดินของโจทก์ ฝ่ายจำเลยให้การว่าที่ดินไม่ใช่ของโจทก์ เมื่อคู่ความตกลงท้ากันให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดและเจ้าพนักงานสรรพากรจังหวัดไปตรวจสอบว่าร้านค้าของจำเลยอยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ตาโฉนดที่ 47 หรือไม่ ถ้าอยู่ในเขตโฉนด โฉนดส่วนนี้รุกกล้าที่ดินราชพัสดุหรือไม่ หากปรากฏว่าร้านค้าของจำเลยอยู่ในเขตโฉนดของโจกท์และไม่ได้รุกล้ำที่ดินราชพัสดุ จำเลยยอมแพ้คดีดังนี้ถือได้ว่าโจทก์และจำเลยรับข้อเท็จจริงกันในศาลโดยถือเอาการรังวัดตรวจสอบของเจ้าพนักงานที่ดินและเจ้าพนักงานสรรพากรเป็นข้อแพ้ชนะระหว่างกัน ฉะนั้น เมื่อเจ้าพนักงานดังกล่าวการรังวัดตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าร้านค้าของจำเลยปลูกในที่ดินเขตโฉนดของโจทก์และไม่ได้รุกล้ำที่ดินราชพัสดุ จำเลยก็ต้องแพ้คดี จะอ้างว่าเจ้าพนักงานสรรพากรจังหวัดไม่มีอำนาจชี้ขาดเขตที่ดินหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 634/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สถานะภริยาชอบด้วยกฎหมายและสิทธิในสินสมรส: การพิสูจน์การขาดจากความเป็นสามีภริยา
โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบตามข้อต่อสู้ว่าโจทก์ได้ขาดจากการเป็นสามีภริยากับเจ้ามรดกแล้ว เมื่อจำเลยไม่มีพยานหลักฐานว่าเจ้ามรดกขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2478 อันเป็นวันที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง บรรพ 5 และเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง บรรพ 5 แล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์กับเจ้ามรดกทำหนังสือยินยอมหย่ากัน หรือศาลพิพากษาให้หย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1497,1498 จึงต้องถือว่าโจทก์กับเจ้ามรดกยังคงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายตลอดมา
ในการชี้สองสถาน ศาลมิได้กะประเด็นเรื่องภริยาร้างไว้ และจำเลยมิได้โต้แย้งถือได้ว่าจำเลยยินยอมดำเนินกระบวนพิจารณาเท่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นไว้เท่านั้น จำเลยฎีกาว่าโจทก์เป็นภริยาร้างศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 634/2521 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์สถานะภริยาชอบด้วยกฎหมายและสิทธิในสินสมรสเมื่อขาดหลักฐานการขาดจากความเป็นสามีภริยา
โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดก ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบตามข้อต่อสู้ว่าโจทก์ได้ขาดจากการเป็นสามีภริยากับเจ้ามรดกแล้ว เมื่อจำเลยไม่มีพยานหลักฐานว่าเจ้ามรดกขาดจากการเป็นสามีภริยากับโจทก์ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2478 อันเป็นวันที่ใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง บรรพ 5 และเมื่อใช้ประมวลกฎหมายแพ่ง บรรพ 5 แล้ว ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์กับเจ้ามรดกทำหนังสือยินยอมหย่ากัน หรือศาลพิพากษาให้หย่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1497, 1498 จึงต้องถือว่าโจทก์กับเจ้ามรดกยังคงเป็นสามีภริยากันตามกฎหมายตลอดมา
ในการชี้สองสถาน ศาลมิได้กะประเด็นเรื่องภริยาร้างไว้ และจำเลยมิได้โต้แย้ง ถือได้ว่าจำเลยยินยอมดำเนินกระบวนพิจารณาเท่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นไว้เท่านั้น จำเลยฎีกาว่าโจทก์เป็นภริยาร้าง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 530/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบุกรุกที่ดิน: ศาลฎีกายกฟ้องนอกประเด็น แล้วพิพากษาตามข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกตัดฟันต้นไม้และล้อมรั้วในที่ดินโฉนดของโจทก์ ขอให้ห้ามและรื้อรั้ว จำเลยให้การว่าว่าจำเลยทำในที่ดินโฉนดของจำเลย ซึ่งได้กรรมสิทธิ์ด้วยการซื้อโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตโจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาท มิได้ต่อสู้ว่าโฉนดที่ดินของโจทก์ออกทับโฉนดที่ดินของจำเลย ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทไว้เพียงว่าจำเลยได้ล้อมรั้วบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์จริงหรือไม่ส่วนปัญหาเรื่องออกโฉนดทับกันหรือไม่นั้น จำเลยได้ยื่นฟ้องโจทก์และพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องในการออกโฉนดเป็นอีกคดีหนึ่ง และศาลชั้นต้นไม่อนุญาตตามคำร้องของโจทก์ที่ให้รอคดีนี้ไว้ฟังผลคดีดังกล่าวดังนี้ การที่ศาลล่างกลับวินิจฉัยว่าโฉนดที่ดินทั้งแปลงของโจทก์ออกทับส่วนหนึ่งของที่ดินของจำเลย แล้วพิพากษายกฟ้อง จึงเป็นการวินิจฉัยและพิพากษาคดีนอกเหนือประเด็นพิพาท ไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีชอบที่ศาลฎีกาจะยกเสีย แต่เมื่อคู่ความได้นำสืบตามประเด็นแห่งคดีไว้แล้วศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยพิพากษาคดีไปได้ ไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดพิพาทเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทตลอดมา จำเลยบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วในที่พิพาท ศาลฎีกาก็ย่อมพิพาทให้จำเลยรื้อรั้วออกจากที่ดินพิพาทและห้ามเกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 502/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เช็คลงวันที่ไม่สมบูรณ์ ผู้รับมรดกผูกพันตามหนี้เงินกู้ยืม หากมีข้อตกลงเรียกเก็บเงินได้ภายหลัง
ธนาคารไม่จ่ายเงินตามเช็คเพราะไม่ลงวันออกเช็คบัญชีปิดแล้วผู้สั่งจ่ายตาย ผู้ทรงรับเช็คคืนจากธนาคารลงวันที่สั่งจ่ายแล้วฟ้องให้สามีผู้รับมรดกผู้ตายใช้เงินตามเช็คได้
ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นว่าผู้ตายสั่งจ่ายเช็คหรือไม่ย่อมรวมถึงว่ามีมูลหนี้ตามเช็คหรือไม่อยู่ด้วย ไม่ต้องกำหนดประเด็นเพิ่ม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 170/2521

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดินโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ และการฟ้องขับไล่จากที่ดินของผู้อื่น
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่งเนื้อที่ประมาณ 2 งานเมื่อเดือน 3 ปี 2516 จำเลยขอแบ่งซื้อที่ดินแปลงนี้เนื้อที่ 1 งาน ราคา 2,000 บาท กำหนดชำระราคาเมื่อจำเลยปลูกเรือน ลงในที่ดิน แล้วเสร็จแต่เมื่อจำเลยปลูกเรือนและครัวไฟเสร็จกลับ ไม่ชำระราคา ให้โจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจาก ที่ดินโจทก์กับให้ใช้ ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าที่ดินที่จำเลย ปลูกบ้านเป็นที่ดินรัศมีเขา จำเลยไม่เคยขอแบ่งซื้อที่ดินของ โจทก์ จำเลยปลูกบ้านเมื่อ ต้นปี 2514 คดีโจทก์ขาดอายุความ ดังนี้ ตามฟ้องและคำให้การ คดีมีประเด็นข้อพิพาทว่าที่พิพาท เป็นของโจทก์จำเลยปลูกเรือน โดยอาศัยสิทธิโจทก์หรือไม่โจทก์ มีสิทธิฟ้องเรียกการครอบครองคืน จากจำเลยหรือไม่และ ค่าเสียหายของโจทก์ตามประเด็นดังกล่าว จำเป็นต้องฟัง ข้อเท็จจริงจากการสืบพยานของคู่ความเสียก่อน
of 253