พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,529 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงแบ่งที่ดินโดยใช้การชี้เขตของเจ้าของที่ดินข้างเคียงมีผลผูกพัน แม้เอกสารหลักฐานไม่ตรงกัน
โจทก์จำเลยพิพาทกันในเรื่องที่ดิน ที่สุดได้ตกลงให้ศาลเรียกเจ้าของที่ดินข้างเคียงมาชี้ว่าเขตของคนข้างเคียงว่าอยู่แค่ไหนแล้วให้จ่าศาลวัดจากที่ของคนข้างเคียงไปจำนวนหนึ่งให้เป็นของโจทก์ที่เหลือเป็นของจำเลย เช่นนี้แสดงว่าคู่ความยอมตกลงรับเอาตามเนื้อที่ที่คนข้างเคียงชี้ให้เป็นสำคัญ ฉะนั้นแม้เอกสารหลักฐานการได้ที่ของคนข้างเคียงจะคลาดเคลื่อนไปจากที่ที่ชี้กันก็ตาม ศาลก็ชอบที่จะบังคับแบ่งไปตามทางที่คู่ความได้ตกลงกันไว้กล่าวคือตามทางที่คนข้างเคียงชี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และผลกระทบต่อการโอนทรัพย์
เกี่ยวกับสิทธิอาศัย,โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้มาโดยทางนิติกรรม(คือหนังสือสัญญาให้อาศัยห้องแถวท้ายฟ้อง) แต่โจทก์รับว่าหนังสือสัญญาให้อาศัยไม่ได้จดทะเบียน ดังนี้หนังสือให้อาศัยที่โจทก์อ้างจึงไม่สมบูรณ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคต้นโจทก์จึงยังไม่มีสิทธิอาศัย แม้ผู้ให้อาศัยจะได้โอนห้องแถวที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิอาศัยไปให้แก่บุคคลภายนอกไปโจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องผู้โอนและผู้รับโอนแต่อย่างใดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยไม่สมบูรณ์หากไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย แม้มีการโอนทรัพย์สินไปแล้ว
เกี่ยวกับสิทธิอาศัยโจทก์อ้างว่าโจทก์ได้มาโดยทางนิติกรรม(คือหนังสือสัญญาให้อาศัยห้องแถวท้ายฟ้อง) แต่โจทก์รับว่าหนังสือสัญญาให้อาศัยไม่ได้จดทะเบียน ดังนี้หนังสือให้อาศัยที่โจทก์อ้างจึงไม่สมบูรณ์ตาม ป.พ.พ.ม. 1299 วรรคต้น โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิอาศัย แม้ผู้ให้อาศัยจะได้โอนห้องแถวที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิอาศัยไปให้แก่บุคคลภายนอกไป โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องผู้โอนและผู้รับโอนแต่อย่างใดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย การโอนทรัพย์สิน และสิทธิในการฟ้องร้อง
เกี่ยวกับสิทธิอาศัย,โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้มาโดยทางนิติกรรม(คือหนังสือสัญญาให้อาศัยห้องแถวท้ายฟ้อง) แต่โจทก์รับว่าหนังสือสัญญาให้อาศัยไม่ได้จดทะเบียน ดังนี้หนังสือให้อาศัยที่โจทก์อ้างจึงไม่สมบูรณ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคต้นโจทก์จึงยังไม่มีสิทธิอาศัย แม้ผู้ให้อาศัยจะได้โอนห้องแถวที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิอาศัยไปให้แก่บุคคลภายนอกไปโจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องผู้โอนและผู้รับโอนแต่อย่างใดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเรียกร้องเงินเกินสัญญาและการคืนเงินวางไว้เมื่อชนะคดี
ตามสัญญาที่ตกลงทำกันไว้ไม่มีข้อความตัดสิทธิจำเลยว่าเมื่อโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยแล้วห้ามจำเลยเรียกเงินนอกจากที่วางไว้กับคนกลาง ภายหลังปรากฎว่าโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยและต้องเสียเงินเกินกว่าจำนวนที่ว่างไว้แล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิบังคับเอาอีกได้
ส่วนจำนวนเงินที่จำเลยวางไว้กับคนกลาง เผื่อว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีจะได้ชำระแก่โจทก์กับพวก นั้น เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจำเลยก็ย่อมมีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนได้
ส่วนจำนวนเงินที่จำเลยวางไว้กับคนกลาง เผื่อว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีจะได้ชำระแก่โจทก์กับพวก นั้น เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจำเลยก็ย่อมมีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเรียกร้องเงินเกินสัญญา: เมื่อฝ่ายชนะมีสิทธิบังคับหนี้ที่ค้างชำระ และเรียกคืนเงินที่วางไว้เป็นประกัน
ตามสัญญาที่ตกลงทำกันไว้ไม่มีข้อความตัดสิทธิจำเลย เลยว่าเมื่อโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยแล้วห้ามจำเลยเรียกเงินนอกจากที่วางไว้กับคนกลาง ภายหลังปรากฏว่าโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยและต้องเสียเงินเกินกว่าจำนวนที่วางไว้แล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิบังคับเอาอีกได้
ส่วนจำนวนเงินที่จำเลยวางไว้กับคนกลาง เผื่อว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีจะได้ชำระแก่โจทก์กับพวกนั้นเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจำเลยก็ย่อมมีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนได้
ส่วนจำนวนเงินที่จำเลยวางไว้กับคนกลาง เผื่อว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีจะได้ชำระแก่โจทก์กับพวกนั้นเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจำเลยก็ย่อมมีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเรียกร้องเงินเกินสัญญาและการคืนเงินวาง เมื่อผลคดีไม่เป็นไปตามที่ตกลง
ตามสัญญาที่ตกลงทำกันไว้ไม่มีข้อความตัดสิทธิจำเลย เลยว่าเมื่อโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยแล้วห้ามจำเลยเรียกเงินนอกจากที่วางไว้กับคนกลาง ภายหลังปรากฏว่าโจทก์กับพวกแพ้คดีจำเลยและต้องเสียเงินเกินกว่าจำนวนที่วางไว้แล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิบังคับเอาอีกได้
ส่วนจำนวนเงินที่จำเลยวางไว้กับคนกลาง เผื่อว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีจะได้ชำระแก่โจทก์กับพวกนั้นเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจำเลยก็ย่อมมีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนได้
ส่วนจำนวนเงินที่จำเลยวางไว้กับคนกลาง เผื่อว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีจะได้ชำระแก่โจทก์กับพวกนั้นเมื่อจำเลยเป็นฝ่ายชนะจำเลยก็ย่อมมีสิทธิเรียกเงินนั้นคืนได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1012/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการวินิจฉัยคดีตามข้อตกลงร่วม: ศาลต้องพิจารณาเฉพาะประเด็นที่คู่ความตกลงกันเท่านั้น
การที่ "คู่ความตกลงกันสืบข้อเท็จจริงในประเด็นเพียงข้อเดียวว่าโจทก์ได้ชำระเงินค่าไถ่ถอนที่พิพาทให้แก่นายหมาบิดาจำเลยแล้วหรือยังถ้าฟังข้อเท็จจริงว่าชำระแล้วให้โจทก์ชนะคดี ถ้ายังไม่ชำระให้ยกฟ้อง"ดังนี้ก็มีข้อที่พึงวินิจฉัยเฉพาะข้อที่ตกลงกันไว้เพียงข้อเดียวเท่านั้น
ส่วนข้อที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทราบว่าโจทก์รบกวนสิทธิตั้งแต่เดือนกันยายน 2495 แล้วเพิกเฉยไม่จัดการฟ้องร้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี จำเลยย่อมขาดสิทธิในที่พิพาทนั้น เป็นเรื่องที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าอย่างไร หาใช่เป็นข้อกฎหมายดังโจทก์อ้างไม่ และเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ตกลงกันไว้ ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
ส่วนข้อที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทราบว่าโจทก์รบกวนสิทธิตั้งแต่เดือนกันยายน 2495 แล้วเพิกเฉยไม่จัดการฟ้องร้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี จำเลยย่อมขาดสิทธิในที่พิพาทนั้น เป็นเรื่องที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าอย่างไร หาใช่เป็นข้อกฎหมายดังโจทก์อ้างไม่ และเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ตกลงกันไว้ ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1012/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงประเด็นข้อเท็จจริงจำกัดขอบเขตการวินิจฉัย ศาลไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นนอกข้อตกลง
การที่ "คู่ความตกลงกันสืบข้อเท็จจริงในประเด็นเพียงข้อเดียวว่าโจทก์ได้ชำระเงินค่าไถ่ถอนที่พิพาทให้แก่นายหมาบิดาจำเลยแล้วหรือยังถ้าฟังข้อเท็จจริงว่าชำระแล้วให้โจทก์ชนะคดี ถ้ายังไม่ชำระให้ยกฟ้อง"ดังนี้ก็มีข้อที่พึงวินิจฉัยเฉพาะข้อที่ตกลงกันไว้เพียงข้อเดียวเท่านั้น
ส่วนข้อที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทราบว่าโจทก์รบกวนสิทธิตั้งแต่เดือนกันยายน 2495 แล้วเพิกเฉยไม่จัดการฟ้องร้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี จำเลยย่อมขาดสิทธิในที่พิพาทนั้น เป็นเรื่องที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าอย่างไร หาใช่เป็นข้อกฎหมายดังโจทก์อ้างไม่ และเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ตกลงกันไว้ ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
ส่วนข้อที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทราบว่าโจทก์รบกวนสิทธิตั้งแต่เดือนกันยายน 2495 แล้วเพิกเฉยไม่จัดการฟ้องร้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี จำเลยย่อมขาดสิทธิในที่พิพาทนั้น เป็นเรื่องที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าอย่างไร หาใช่เป็นข้อกฎหมายดังโจทก์อ้างไม่ และเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ตกลงกันไว้ ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1012/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการวินิจฉัยคดีตามข้อตกลงร่วม: ศาลจำกัดเฉพาะประเด็นที่คู่ความตกลงกันไว้เท่านั้น
การที่ " คู่ความตกลงกันสืบข้อเท็จจริงในประเด็นเพียงข้อเดียวว่า โจทก์ได้ชำระเงินค่าไถ่ถอนที่พิพาทให้แก่นายหมาแดงบิดาจำเลยแล้วหรือยัง ถ้าฟังข้อเท็จจริงว่าชำระแล้ว ให้โจทก์ชนะคดี ถ้ายังไม่ชำระให้ยกฟ้อง " ดังนี้ก็มีข้อที่พึงวินิจฉัยเฉพาะข้อที่ตกลงกันไว้เพียงข้อเดียวเท่านั้น
ส่วนข้อที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทราบว่าโจทก์รบกวนสิทธิตั้งแต่เดือนกันยายน 2495 แล้วเพิกเฉยไม่จัดการฟ้องร้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี จำเลยย่อมขาดสิทธิในที่พิพาทนั้น เป็นเรื่องที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าอย่างไร หาใช่เป็นข้อกฎหมายดังโจทก์อ้างไม่และเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ตกลงกันไว้ ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
ส่วนข้อที่โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยทราบว่าโจทก์รบกวนสิทธิตั้งแต่เดือนกันยายน 2495 แล้วเพิกเฉยไม่จัดการฟ้องร้องเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนภายใน 1 ปี จำเลยย่อมขาดสิทธิในที่พิพาทนั้น เป็นเรื่องที่จะฟังข้อเท็จจริงว่าอย่างไร หาใช่เป็นข้อกฎหมายดังโจทก์อ้างไม่และเป็นเรื่องนอกประเด็นที่ตกลงกันไว้ ศาลไม่จำต้องวินิจฉัย