คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 183

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,529 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมแก้ไขตกเติม & การสืบพยาน: โจทก์ต้องตั้งประเด็นเรื่องพินัยกรรมปลอมตั้งแต่แรก
ข้อขูดลบแก้ไขตกเติมในพินัยกรรมโดยมิได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามความใน มาตรา 1656 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วรรคสองนั้น ย่อมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้องนั้นเท่านั้น หาทำให้พินัยกรรมที่สมบูรณ์พลอยเสียไปด้วยไม่
เมื่อคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยมีประเด็นโต้เถียงกันในข้อไม่มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมด้วย ดังนี้ตามปกติโจทก์ย่อมนำพยานเข้าสืบแสดงให้เห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมมิได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าพยานผู้นั่งพินัยกรรมได้ แต่เมื่อโจทก์กลับจะขอสืบว่าลายพิมพ์นิ้วมือนั้นจะใช่ของผู้ทำพินัยกรรมหรือไม่ก่อนและจะขอสืบในประเด็นข้อนี้เพียงข้อเดียวเท่านั้น(รายงานพิจารณา 1 พ.ค. 96) ดังนี้ก็เป็นอันว่าโจทก์ไม่ติดใจขอสืบพยานในประเด็นที่ว่าผู้ทำพินัยกรรมจะได้พิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าผู้นั่งพินัยกรรมหรือไม่ แต่จะขอสืบว่าลายพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมมิใช่ของผู้ทำพินัยกรรมซึ่งโจทก์มิได้ตั้งประเด็นไว้ในฟ้องเลยเช่นนี้โจทก์สืบไม่ได้ ฎีกาที่ 1572/2492 ฎีกาที่ 982/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมแก้ไขตกเติมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วน ไม่ทำให้พินัยกรรมทั้งหมดเป็นโมฆะ การสืบพยานต้องสอดคล้องประเด็นฟ้อง
ข้อขูดลบแก้ไขตกเติมในพินัยกรรมโดยมิได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามความใน มาตรา 1656 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วรรคสองนั้น ย่อมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้องนั้นเท่านั้น หาทำให้พินัยกรรมที่สมบูรณ์พลอยเสียไปด้วยไม่
เมื่อคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยมีประเด็นโต้เถียงกันในข้อไม่มีพยานรับรองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมด้วย ดังนี้ตามปกติโจทก์ย่อมนำพยานเข้าสืบแสดงให้เห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมมิได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าพยานผู้นั่งพินัยกรรมได้ แต่เมื่อโจทก์กลับจะขอสืบว่าลายพิมพ์นิ้วมือนั้นจะใช่ของผู้ทำพินัยกรรมหรือไม่ก่อนและจะขอสืบในประเด็นข้อนี้เพียงข้อเดียวเท่านั้น(รายงานพิจารณา 1 พ.ค. 96) ดังนี้ก็เป็นอันว่าโจทก์ไม่ติดใจขอสืบพยานในประเด็นที่ว่าผู้ทำพินัยกรรมจะได้พิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าผู้นั่งพินัยกรรมหรือไม่ แต่จะขอสืบว่าลายพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมมิใช่ของผู้ทำพินัยกรรมซึ่งโจทก์มิได้ตั้งประเด็นไว้ในฟ้องเลยเช่นนี้โจทก์สืบไม่ได้ ฎีกาที่ 1572/2492 ฎีกาที่ 982/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พินัยกรรมแก้ไขตกเติมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วน ไม่ทำให้พินัยกรรมทั้งหมดเป็นโมฆะ โจทก์ขอสืบพยานนอกประเด็นฟ้องไม่ได้
ข้อขูดลบแก้ไขตกเติมในพินัยกรรมโดยมิได้ปฏิบัติตามแบบอย่างเดียวกับการทำพินัยกรรมตามความใน ม. 1656 แห่ง ป.พ.พ. วรรค 2 นั้นย่อมไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่ทำไม่ถูกต้องนั้นเท่านั้น หาทำให้พินัยกรรมที่สมบูรณ์พลอยเสียไปด้วยไม่
เมื่อคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยมีประเด็นโต้เถียงกันในข้อไม่มีพยานรับรู้รองลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ทำพินัยกรรมด้วย ดังนี้ตามปกติโจทก์ย่อมนำพยานเข้าสืบแสดงให้เห็นว่าผู้ทำพินัยกรรมมิได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือต่อหน้าพยานผู้นั่งพินัยกรรมได้ แต่เมื่อโจทก์กลับจะขอสืบว่าลายพิมพ์นิ้วมือนั้นจะใช่ของผู้ทำพินัยกรรมหรือไม่ก่อนและจะขอสืบในประเด็นข้อนี้เพียงข้อเดียวเท่านั้น (รายงานพิจารณา 1 พ.ค.96) ดังนี้ก็เป็นอันว่าโจทก์ไม่ติดใจขอสืบพยานในประเด็นที่ว่าผู้ทำพินัยกรรมจะได้พิมพ์ลายนิ้วมือต่อหน้าผู้นั่งพินัยกรรมหรือไม่ แต่จะขอสืบว่าลายพิมพ์นิ้วมือในพินัยกรรมมิใช่ของผู้ทำพินัยกรรมซึ่งโจทก์มิได้ตั้งประเด็นไว้ในฟ้องเลยเช่นนี้โจทก์สืบไม่ได้
ฎีกาที่ 1572/2492
ฎีกาที่ 982/2496

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกเงินค่าเช่านา: ศาลไม่รับฟังฎีกาที่อ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือการแต่งตั้งตัวแทนที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นฟ้อง
โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยเก็บค่าเช่านาแล้วไม่ส่งโจทก์หรือส่งให้ไม่ครบนั้น เนื้อแท้ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเช่านาของโจทก์ที่จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีสิทธิ หาได้เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ของที่ดินหรือการที่จะให้บังคับตามสัญญาเช่าที่ดินซึ่งตัวแทนทำไว้โดยไม่มีอำนาจนั้นแต่ประการใดไม่ จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะเถียงถึงเรื่องกรรมสิทธิ์ของที่ดินหรือการตั้งตัวแทนทำสัญญาเช่าที่ดินโดยไม่มีอำนาจนั้น แต่ประการใดไม่ เมื่อจำเลยฎีกาขึ้นมาก็เป็นนอกประเด็นแห่งคดี ศาลฎีกาย่อมไม่รับฟัง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 995/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกเงินค่าเช่านาที่จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีสิทธิ ไม่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิที่ดินหรือสัญญาเช่าที่ไม่มีอำนาจ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยเก็บค่าเช่านาแล้วไม่ส่งโจทก์หรือส่งให้ไม่ครบนั้นเนื้อแท้ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าเช่านาของโจทก์ที่จำเลยยึดถือไว้โดยไม่มีสิทธิ หาได้เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิของที่ดินหรือการที่จะให้บังคับตามสัญญาเช่าที่ดินซึ่งตัวแทนทำไว้โดยไม่มีอำนาจนั้นแต่ประการใดไม่ จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะเถียงถึงเรื่องกรรมสิทธิของที่ดินหรือการตั้งตัวแทนทำสัญญาเช่าที่ดินโดยไม่มีอำนาจนั้น แต่ประการใดไม่เมื่อจำเลยฎีกาขึ้นมาก็เป็นนอกประเด็นแห่งคดี ศาลฎีกาย่อมไม่รับฟัง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยข้อพิพาทเรื่องทางเดินต้องเป็นไปตามคำท้าของคู่ความ ศาลมิอาจนำเหตุอื่นมาวินิจฉัยได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางเดิน คู่ความท้ากันว่าให้ศาลไปตรวจดูที่พิพาทถ้าเห็นว่าที่พิพาทมีลักษณะและสภาพเป็นทางเดินมาก่อนหรือไม่ ? ถ้าเป็นจำเลยยอมแพ้ ถ้าไม่เป็น โจทก์ยอมแพ้
เมื่อศาลไปตรวจและบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่า "แนวทางเดินเท้าจากต้นมะลุมหมายอักษร ล.ในแผนที่กลางก็มาจบกับปลายทางเกวียน หมายอักษร ข." เพียงเท่านี้ไม่ชัดเจนพอจะเข้าใจได้ว่ามีลักษณะและสภาพเป็นทางคนเดินมาแต่ก่อนตรงกับที่คู่ความท้ากันไว้หรือไม่ ข.ฉนั้นการที่ศาลยกเอาเหตุอื่น ๆ (นอกจากเหตุที่ท้ากันไว้)มาวินิจฉัยประกอบ(บันทึกที่ไม่ชัดนั้น) เพื่อให้เห็นว่าคนซึ่งอยู่ในที่ดินของโจทก์ย่อมต้องใช้ทางนี้เป็นทางเข้าออกมาแต่เดิมด้วยแล้วบังคับให้จำเลยเปิดทางคนเดินนั้น เป็นเรื่องนอกคำท้าของคู่ความ เป็นการไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยคดีทางเดินต้องเป็นไปตามคำท้าของคู่ความ ศาลมิอาจใช้เหตุอื่นนอกเหนือจากที่ได้ท้ากันไว้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางเดิน คู่ความท้ากันว่าให้ศาลไปตรวจดูที่พิพาทถ้าเห็นว่าที่พิพาทมีลักษณะและสภาพเป็นทางเดินมาก่อนหรือไม่ ถ้าเป็นจำเลยยอมแพ้ ถ้าไม่เป็นโจทก์ยอมแพ้
เมื่อศาลไปตรวจและบันทึกในรายงานกระบวนพิจารณาว่า"แนวทางเดินเท้าจากต้นมะลุมหมายอักษร ล. ในแผนที่กลางก็มาจบกับปลายทางเกวียนหมายอักษร ข." เพียงเท่านี้ไม่ชัดเจนพอจะเข้าใจได้ว่ามีลักษณะและสภาพเป็นทางคนเดินมาแต่ก่อนตรงกับที่คู่ความท้ากันไว้หรือไม่ ฉะนั้นการที่ศาลยกเอาเหตุอื่นๆ(นอกจากเหตุที่ท้ากันไว้)มาวินิจฉัยประกอบ(บันทึกที่ไม่ชัดนั้น)เพื่อให้เห็นว่าคนซึ่งอยู่ในที่ดินของโจทก์ย่อมต้องใช้ทางนี้เป็นทางเข้าออกมาแต่เดิมด้วยแล้วบังคับให้จำเลยเปิดทางคนเดินนั้น เป็นเรื่องนอกคำท้าของคู่ความ เป็นการไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยอมรับเขตพิพาทจากการทำแผนที่กลาง: การสืบพยานนอกประเด็นหรือไม่
ฟ้องว่าจำเลยรุกที่หมาย 1,2 จำเลยสู้ว่าที่หมาย 1 เป็นของจำเลยหาได้โต้แย้งถึงที่หมาย 2 ด้วยไม่เมื่อทำแผนที่แล้วปรากฏว่าภายในเส้นสีแดงเป็นที่พิพาท (ซึ่งมีเขตพิพาทล้ำเข้ามาในที่หมาย 2) ซึ่งคู่ความก็รับว่าถูกต้องดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าคู่ความยอมรับกันว่าเขตที่พิพาทคือภายในเส้นสีแดงนั่นเองจำเลยนำสืบได้หาใช่เป็นการสืบนอกประเด็นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิเรียกคืนทรัพย์ที่ฝาก แม้ผู้ฝากจะแถลงกรรมสิทธิ์เป็นของผู้อื่น ประเด็นสำคัญอยู่ที่การพิสูจน์สัญญาฝาก
โจทก์ฟ้องว่ามอบฝากเรือมาดไว้ แล้วจำเลยผิดสัญญาขอให้จำเลยคืนเรือหรือใช้ราคาเรือจำเลยสู้ว่าไม่ได้รับฝากแต่เคยซื้อเรือโจทก์เมื่อ พ.ศ.2493 ชำระราคาเสร็จแล้วดังนี้ จึงคงมีประเด็นว่าโจทก์ได้ฝากเรือไว้กับจำเลยแล้วจำเลยผิดสัญญาฝากนั้นจริงหรือไม่เท่านั้น
ในเรื่องสัญญาฝากทรัพย์นั้น ผู้ฝากย่อมมีสิทธิเรียกคืนทรัพย์นั้นจากผู้รับฝากได้เสมอถึงแม้โจทก์จะแถลงรับว่าเรือนั้นเป็นของผู้อื่นก็ไม่มีประเด็นถึงเรื่องโจทก์จะมีกรรมสิทธิในเรือนั้นหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาฝากทรัพย์: สิทธิเรียกคืนทรัพย์ของผู้ฝาก แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมสิทธิ
โจทก์ฟ้องว่ามอบฝากเรือมาดไว้ แล้วจำเลยผิดสัญญาขอให้จำเลยคืนเรือนหรือใช้ราคาเรือ จำเลยสู้ว่าไม่ได้รับฝากแต่เคยซื้อเรือโจทก์เมื่อ พ.ศ. 2493 ชำระราคาเสร็จแล้วดังนี้ จึงคงมีประเด็นว่าโจทก์ได้ฝากเรือไว้กับจำเลยแล้ว จำเลยผิดสัญญาฝากนั้นจริงหรือไม่เท่านั้น
ในเรื่องสัญญาฝากทรัพย์นั้น ผู้ฝากย่อมมีสิทธิเรียกคืนทรัพย์นั้นจากผู้รับฝากได้เสมอถึงแม้โจทก์จะแถลงรับว่าเรือนั้นเป็นของผู้อื่น ก็ไม่มีประเด็นถึงเรื่องโจทก์จะมีกรรมสิทธิในเรือนั้นหรือไม่
of 253