คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 183

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,529 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแถมบัตรลอตเตอรี่พร้อมยา ถือเป็นการพนันและการเสี่ยงโชค
เมื่อในรายงานปรากฏว่าจำเลยแถลงถึงการกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้อง (ซึ่งในฟ้องก็กล่าวถึงวันที่หาว่ากระทำผิด) และว่าในวันเกิดเหตุจำเลยได้นำยาธาตุห้าของจำเลยไปโฆษณาขายด้วยแม้จะไม่ได้กล่าวให้ชัดว่าในวันนั้นได้มีการแถมบัตรสมณาคุณในการขายยาก็ดี แต่เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วในข้อนี้ระหว่างโจทก์จำเลยตลอดจนศาลชั้นต้นผู้พิจารณาว่าคงเหลือปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยเฉพาะข้อกฎหมายตามที่จำเลยต่อสู้เท่านั้น ดังนี้ตามคำให้การและคำแถลงของจำเลยตามรายงานดังกล่าว ย่อมหมายถึงว่าในวันโจทก์หาจำเลยได้กระทำการตามที่โจทก์ฟ้องนั่นเอง
การที่จำเลยจัดให้มีการแถมบัตรสมณาคุณแก่ผู้ที่ซื้อยาของจำเลยกล่าวคือแจกบัตรดังกล่าวแก่ผู้ซื้อยาธาตุห้าของจำเลย 1 บัตร ยาธาตุ 1 ขวด หากเลขสลากในบัตรนั้นตรงกับเลขสลากลอตเตอรี่ที่ออกผู้ซื้อมีสิทธิได้รับเงิน 1 ใน 20 ส่วนของรางวัลลอตเตอรี่นั้นๆ ดังนี้ถือว่าเป็นการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคเพราะในบัตรมีหมายเลขสลากตรงกับเลขสลากลอตเตอรี่ของรัฐบาล ซึ่งอาจจะถูกรางวัลได้รับเงินตามที่ปรากฏในหลังบัตรนั้นได้ ทำให้ผู้ซื้อยาจากจำเลยมีหวังในการเสี่ยงโชคจำเลยจะขายยานั้นโดยราคาปกติในท้องตลาดหรือไม่ไม่สำคัญ ประกอบกับการกระทำของจำเลยเป็นการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพดังนี้เมื่อจำเลยไม่ได้รับอนุญาตก็มีความผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 753/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแถมบัตรสลากล๊อตเตอรี่กับการประกอบกิจการค้าเข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.การพนัน
เมื่อในรายงาน+ปรากฎว่าจำเลยแถลงถึงการกระทำของจำเลย ตามที่โจทก์ฟ้อง (ซึ่งในฟ้องก็กล่าวถึงวันที่หาว่ากระทำผิด) และว่าในวันเกิดเหตุจำเลยได้นำ+ ของจำเลยไปโฆษณาขายด้วย แม้จะไม่ได้กล่าวให้ชัดว่าในวันนั้นได้มีการแถมบัตรสมณาคุณในการขายยาก็ดี แต่เป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วในข้อนี้ระหว่างโจทก์จำเลยตลอดจนศาลชั้นต้นผู้พิจารณาว่าคงเหลือปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยฉะเพาะ ก.ม. ตามที่จำเลยต่อสู้เท่านั้น ดังนี้ตามคำให้การและคำแถลงของจำเลยตามรายงานดังกล่าว ย่อมหมายถึงว่าในวันโจทก์หา จำเลยได้กระทำการตามที่โจทก์ฟ้องนั่นเอง
การที่จำเลยจัดให้มีการแถมบัตรสมณาคุณแก่ผู้ที่ซื้อยาของจำเลยกล่าวคือ แจกบัตรดังกล่าวแก่ผู้ซื้อยาธาตุห้าของจำเลย 1 บัตร ต่อยาธาตุ 1 ขวด หากเลขสลากในบัตรนั้นตรงกับเลขสลากล๊อตเตอรี่ที่ออกผู้ซื้อมีสิทธิได้รับเงิน 1 ใน 20 ส่วนของรางวัลล๊อตเตอรี่นั้น ๆ ดังนี้ถือว่าเป็นการแถมพกหรือรางวัลด้วยการเสี่ยงโชคเพราะในบัตรมีหมายเลขสลากตรงกับเลขสลากล๊อตเตอรี่ของรัฐบาล ซึ่งอาจจะถูกรางวัลได้รับเงินตามที่ปรากฎในบัตรนั้นได้ ทำให้ผู้ซื้อยาจากจำเลยมีหวังในการเสี่ยงโชค จำเลยจะขายยานั้นโดยราคาปกติ ในท้องตลาดหรือไม่ ๆ สำคัญ ประกอบกับการกระทำของจำเลยเป็นการประกอบกิจการค้าหรืออาชีพ ดังนี้ เมื่อจำเลยไม่รับรับอนุญาตก็มีความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์และอายุความ การยอมสละข้อโต้เถียงในชั้นศาลมีผลอย่างไรต่อการวินิจฉัยคดี
ได้ความตามฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยอาศัย ที่พิพาทมีโฉนดจำเลยให้การไม่รับรองโฉนด หากมีและโจทก์รับโอนมาก็เป็นสมยอมไม่สุจริตจำเลยไม่ได้อาศัยที่พิพาทนายนวมให้จำเลยๆ ครอบครองมา 15 ปีแล้ว
ชั้นชี้สองสถานจำเลยแถลงว่าแม้ที่จะอยู่ในเขตโฉนดจำเลยก็ได้ครอบครองมา 15 ปีแล้วการรังวัดเพื่อออกโฉนดจะทำกันหรือไม่ไม่ทราบ
ในที่สุดปรากฏในรายงานพิจารณาว่า คู่ความคงโต้เถียงแต่ในเรื่องความสมบูรณ์ของการออกโฉนดกับเหตุแห่งการได้มาซึ่งการครอบครองของฝ่ายจำเลยเท่านั้นได้ความเพียงเท่านี้จะถือว่าจำเลยยอมสละข้อโต้เถียงในคำให้การที่ว่าโจทก์สมยอมโอนกันโดยไม่สุจริตซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการวินิจฉัยคดีไม่ได้เพราะในรายงานพิจารณามิได้ปรากฏให้เห็นเป็นเช่นนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 741/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์และผลของการโต้เถียงเรื่องความสมบูรณ์ของโฉนด การยอมสละข้อโต้เถียง
ได้ความตามฟ้องของโจทก์และคำให้การของจำเลยว่าโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยอาศัยที่พิพาทที่โฉนด จำเลยให้การไม่รับรองโฉนด หากมีและโจทก์รับโอนมาก็เป็นสมยอมไม่สุจริต จำเลยไม่ได้อาศัยที่พิพาทนายนามให้จำเลย ๆ ครอบครองมา 15 ปีแล้ว
ชั้นนี้สองสถานจำเลยแถลงว่าแม้ที่จะอยู่ในเขตโฉนด จำเลยก็ได้ครอบครองมา 15 ปีแล้ว การรังวัดเพื่อออกโฉนดจะทำกันหรือไม่ ไม่ทราบ
ในที่สุดปรากฎในรายงาน+พิจารณาว่า คู่ความคงโต้เถียงแต่ในเรื่องความสมบูรณ์ของการออกโฉนดกันเหตุการได้มาซึ่งการครอบครองของฝ่ายจำเลยเท่านั้นได้ความเพียงเท่านี้จะถือว่าจำเลยยอมสละข้อโต้เถียงในคำให้การที่ว่าโจทก์สมยอมโอนกันโดยไม่สุจริตซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการวินิจฉัยคดีไม่ได้ เพราะในรายงานพิจารณามิได้ปรากฎให้เห็นเป็นเช่นนั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 706/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชี้ขาดคดีตามประเด็นที่ท้ากัน หากผลการตรวจสอบไม่ชัดเจน ศาลต้องพิจารณาตามรูปคดี
เมื่อคู่ความตกลงท้ากันเป็นข้อแพ้ชนะในข้อที่ว่าเมื่อตรวจสอบเขตที่ดินแล้ว ถ้าที่ดินพิพาทตกอยู่ในเขตโฉนดของฝ่ายใด อีกฝ่ายหนึ่งยอมยกให้แก่ฝ่ายนั้น เช่นนี้ศาลต้องวินิจฉัยไปตามประเด็นที่ท้ากันเท่านั้น แต่ถ้าการตรวจสอบเขตที่ดินยังไม่พอจะให้ชี้ขาดไปตามที่คู่ความท้ากันแล้วศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาพิพากษาไปตาม ประเด็นในคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 704/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยข้อพิพาทตามข้อตกลงท้าทายเขตที่ดิน: ศาลต้องพิจารณาตามประเด็นที่ตกลง หรือพิจารณาตามประเด็นในคดี
เมื่อคู่ความตกลงท้ากันเป็นข้อแพ้ชนะในข้อที่ว่าเมื่อตรวจสอบเขตที่ดินแล้วถ้าที่ดินพิพาทตกอยู่ในเขตโฉนดของฝ่ายใด อีกฝ่ายหนึ่งยอมยกให้แก่ฝ่ายนั้นเช่นนี้ศาลต้องวินิจฉัยไปตามประเด็นที่ท้ากันเท่านั้นแต่ถ้าการตรวจสอบเขตที่ดินยังไม่พอจะให้ชี้ขาดไปตามที่คู่ความท้ากันแล้วศาลจะต้องดำเนินการพิจารณาพิพากษาไปตามประเด็นในคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาขายฝากสินบริคณห์ต้องได้รับความยินยอมจากสามี/ภริยา หากไม่ได้รับความยินยอมเป็นโมฆียะกรรม
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด)ทำไว้กับโจทก์จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย)ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายจำเลยทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสอดและไม่ได้ให้สัตยาบันจึงบอกล้างโมฆียะกรรมเมื่อโจทก์กล่าวแก้แต่เพียงว่าผู้ร้องสอดมิได้เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายดังนี้ประเด็นคงมีว่าผู้ร้องสอดกับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เท่านั้นไม่มีประเด็นไปถึงเรื่องภริยาร้างในระหว่างภริยาทำนิติกรรมขายฝากให้แก่โจทก์แล้วหรือไม่
เมื่อภริยาทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากสามีและสามีไม่ได้ให้สัตยาบัน สามีจึงบอกล้างนิติกรรมนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นิติกรรมขายฝากสินสมรสต้องได้รับความยินยอมจากสามี หากไม่ได้รับความยินยอมและสามีบอกล้างได้ โมฆียะ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด) ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสอดและไม่ได้ให้สัตยาบันจึงบอกล้างโมฆียะกรรมเมื่อโจทก์กล่าวแก้แต่เพียงว่าผู้ร้องสอดมิได้เป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนี้ประเด็นคงมีว่าผู้ร้องสอดกับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นไปถึงเรื่องภริยาร้างในระหว่างภริยาทำนิติกรรมขายฝากให้แก่โจทก์แล้วหรือไม่
เมื่อภริยาทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากสามีและสามีไม่ได้ให้สัตยาบันสามีจึงบอกล้างนิติกรรมนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ โมฆียะกรรมสัญญาขายฝากสินบริคณห์: สามีต้องยินยอมหรือสัตยาบัน หากภริยาทำนิติกรรมผูกพันสินสมรสโดยลำพัง
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด)ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฏหาย จำเลยทำนิติกรรรมผูกพันสินบริคณหโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสดและไม่ได้ให้สัตยาบันจึงบอกล้างโมฆียะกรรม เมื่อโจทก์กล่าวแก้แต่เพียงว่าผู้ร้องสอดมิได้เป็นสามีโดยชอบด้วยกฏหมายดังนี้ประเด็นคงมีว่าผู้ร้องสอดกับจำเลย
เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฏหมายหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นไปถึงเรื่องภริยาร้างในระหว่างภริยาทำนิติกรรมขายฝากให้แก่โจทก์แล้วหรือไม่,
เมื่อภริยาทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากสามีและสามีไม่ได้ให้สัดยาบันสามีจึงบอกล้าง
นิติกรรมนั้นได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2108/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภารจำยอมโดยอายุความ: การฟ้องรอนสิทธิและการพิสูจน์ความสุจริตของผู้รับโอน
เมื่อโจทก์ใช้สิทธิทางเดินผ่านที่ดินของจำเลยมากว่า30 ปี โจทก์ย่อมได้ทรัพยสิทธิอย่างหนึ่งเรียกว่า"ภาระจำยอม" บนที่ดินของจำเลยโดยทางอายุความ เมื่อยังไม่จดทะเบียนจึงเข้าข่ายบังคับของ มาตรา 1299 วรรคสองเมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ทรงทรัพยสิทธิภาระจำยอมและถูกจำเลยรอนสิทธิ เพียงเท่านี้ก็เป็นฟ้องที่ครบบริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา172แล้ว ข้อจำเลยได้รับโอนมาโดยสุจริตหรือไม่ไม่จำเป็นต้องกล่าวเพราะเป็นประเด็นอีกข้อหนึ่งเพิ่มเติมจากข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าว ต่อเมื่อจำเลยกล่าวอ้างขึ้นก็เป็นประเด็นที่จะต้องนำสืบกันต่อไป
of 253