พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,529 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 534/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนัดพร้อมกับนัดชี้สองสถาน: การยื่นเพิ่มเติมฟ้องหลังนัดพร้อมยังทันตามกฎหมาย
โจทก์จำเลยพิพาทกันเรื่องมรดก เมื่อจำเลยยื่นคำให้การแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นัดพร้อมครั้นถึงกำหนด คู่ความ ขอเลื่อนไปเนื่องจากมีทางตกลงกันได้ จนถึงกำหนดนัดพร้อมกันครั้งที่ 2 คู่ความก็ยังขอเวลาไปเจรจา เพื่อแบ่ง มรดกกันเองก่อน ขอให้ศาลงดคดีไว้ 1 เดือน ศาลก็อนุญาตดังนี้ การนัดทั้ง 2 ครั้งดังกล่าวย่อมถือว่าเป็นการนัด พร้อม ไม่ใช่นัดชี้สองสถาน และการนัดพร้อมทั้ง 2 ครั้งนั้นคู่ความหรือศาลก็หาได้กระทำอย่างหนึ่งอย่างใด อันจะเป็นการเรียกได้ว่า ได้มีการชี้สองสถาน ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 183 ไม่ จึงเรียกไม่ได้ว่ามีการชี้ สองสถานแล้ว./
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 899/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิไถ่การขายฝากและการฟ้องร้องเมื่อเกินกำหนดสัญญา
คดีที่ศาลนัดชี้สองสถานไว้ แต่ถึงวันนัด โจทก์จำเลยต่างแถลงไม่มีทางปรองดองกัน ขอให้นัดพิจารณาไป โจทก์รับเป็นฝ่ายนำสืบก่อนเพียงเท่านี้ หาใช่เป็นการชี้สองสถานตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183ไม่ ฉะนั้นคู่ความจึงมีสิทธิขอแก้ฟ้องหรือคำให้การได้ก่อนวันสืบพยาน
ขายฝากทรัพย์ไว้แก่เขาแล้วได้ติดต่อขอไถ่ถอนภายในกำหนดเขารับว่าจะรับการไถ่ถอน แต่ถึงกำหนด ก็ไม่มาผู้ขายฝากจึงร้องต่ออำเภอท้องที่ และนำเงินไปเพื่อไถ่ถอนที่อำเภอก่อนครบกำหนดตามสัญญา ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่การขายฝากภายในกำหนดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ผู้รับซื้อฝากรับการไถ่ถอนการขายฝากได้แม้จะฟ้องเมื่อเกินกำหนดสัญญาไปก็ดี
ขายฝากทรัพย์ไว้แก่เขาแล้วได้ติดต่อขอไถ่ถอนภายในกำหนดเขารับว่าจะรับการไถ่ถอน แต่ถึงกำหนด ก็ไม่มาผู้ขายฝากจึงร้องต่ออำเภอท้องที่ และนำเงินไปเพื่อไถ่ถอนที่อำเภอก่อนครบกำหนดตามสัญญา ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ขายฝากได้ใช้สิทธิไถ่การขายฝากภายในกำหนดโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้ผู้รับซื้อฝากรับการไถ่ถอนการขายฝากได้แม้จะฟ้องเมื่อเกินกำหนดสัญญาไปก็ดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องซ้ำ: โจทก์คนละคน แม้ผู้รับมอบอำนาจเป็นคนเดิม ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ
เคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในนามตนเอง ศาลพิพากษาว่าไม่มีอำนาจฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริง ภายหลังจึงมาฟ้องจำเลยใหม่โดยเป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิฟ้องจำเลย ดังนี้ ต้องถือว่าโจทก์ผู้ฟ้องคดีหลังนี้ เป็นคนละคนกับในคดีก่อน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องและฟ้องซ้ำ: โจทก์คนละคนย่อมไม่เป็นฟ้องซ้ำ แม้เคยฟ้องแล้วยกฟ้อง
เคยเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในนามตนเอง ศาลพิพากษาว่าไม่มีอำนาจฟ้อง จึงพิพากษายกฟ้องโดยมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริง ภายหลังจึงมาฟ้องจำเลยใหม่โดยเป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิฟ้องจำเลย ดังนี้ ต้องถือว่าโจทก์ผู้ฟ้องคดีหลังนี้ เป็นคนละคนกับในคดีก่อน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ การที่คู่ความท้ากันให้ศาลวินิจฉัยประเพณีข้อกฎหมายศาลมีอำนาจตัดสินไปตามนั้นได้ตาม มาตรา 183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งหาใช่กิจการพนันขันต่อไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ผู้ที่อยู่ร่วมกับผู้เช่า: กรณีแม่ของผู้เช่า ศาลยกฟ้องเนื่องจากไม่มีละเมิดสิทธิ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าของโจทก์โดยอ้างว่า จำเลยอยู่โดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมาภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมาภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1076/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการอยู่อาศัยตามสัญญาเช่าเดิมของผู้เช่าเดิมและมารดา การฟ้องละเมิดไม่มีสิทธิ
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเช่าของโจทก์อ้างว่า จำเลยอยู่โดยไม่มีสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นการละเมิดต่อโจทก์
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดกของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมา ภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้ โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
จำเลยต่อสู้ว่า เป็นมารดกของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ในฐานะเป็นบริวารของผู้เช่า ดังนี้ เมื่อโจทก์แถลงรับว่าความจริงจำเลยเป็นมารดาของผู้เช่าบ้านรายนี้และได้อยู่ร่วมกับผู้เช่าในบ้านนี้ตั้งแต่เดิมมา ภายหลังผู้เช่า ไม่มีตัวอยู่ในบ้านนี้ โจทก์จึงบอกเลิกการเช่าแต่ไม่มีผู้ใดรับหนังสือบอกเลิกการเช่าไว้ ดังนี้ คดีย่อมฟังได้ว่าไม่มีการละเมิดสิทธิโจทก์แต่อย่างใด ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องเสียได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จ: การพิสูจน์ว่าเป็นที่บ้านที่สวน และความรับผิดทางละเมิด
ผู้ใดจะอ้างว่าตนมีสิทธิในที่ดินตาม ก.ม.ลักษณะเบ็ดเสร็จบทที่ 42 ผู้นั้นจะต้องพิศูจน์ให้ได้ความชัดเจนว่าที่ดินนั้นเป็นที่บ้านที่สวนตามความหมายแห่งกฎหมายบทนั้นสักแต่ว่าคำเรียกว่าเป็น+วนคำเดียว หาทำให้ผู้นั้นมีสิทธิในที่มือเปล่า (ที่เรียกว่าสวนนั้น) ดีกว่าที่ไร่ที่นาไม่
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ที่พิพาทอยู่ในตำบลหนึ่งอำเภอหนึ่ง แต่นำสืบว่าอยู่อีกตำบล และอีกอำเภอหนึ่ง ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าโจทก์จำเลยต่างแถลงรับแผนที่พิพาทกันแล้วว่าถูกต้อง จึงไม่มีทางที่จะสงสัยว่าพิพาทกันในที่ดินแปลงอื่น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ที่พิพาทอยู่ในตำบลหนึ่งอำเภอหนึ่ง แต่นำสืบว่าอยู่อีกตำบล และอีกอำเภอหนึ่ง ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าโจทก์จำเลยต่างแถลงรับแผนที่พิพาทกันแล้วว่าถูกต้อง จึงไม่มีทางที่จะสงสัยว่าพิพาทกันในที่ดินแปลงอื่น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จฯ ต้องพิสูจน์ว่าเป็นที่บ้านที่สวนจริง และการนำสืบข้อเท็จจริงต้องตรงกับที่แถลงไว้
ผู้ใดจะอ้างว่าตนมีสิทธิในที่ดินตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ผู้นั้นจะต้องพิสูจน์ให้ได้ความชัดเจนว่าที่ดินนั้นเป็นที่บ้านที่สวนตามความหมายแห่งกฎหมายบทนั้น สักแต่ว่าคำเรียกว่าเป็นสวนคำเดียว หาทำให้ผู้นั้นมีสิทธิในที่มือเปล่า(ที่เรียกว่าสวนนั้น)ดีกว่าที่ไร่ที่นาไม่
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ที่พิพาทอยู่ในตำบลหนึ่งอำเภอหนึ่งแต่นำสืบว่าอยู่อีกตำบล และอีกอำเภอหนึ่ง ดังนี้เมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยต่างแถลงรับแผนที่พิพาทกันแล้วว่าถูกต้อง จึงไม่มีทางที่จะสงสัยว่าพิพาทกันในที่ดินแปลงอื่น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ที่พิพาทอยู่ในตำบลหนึ่งอำเภอหนึ่งแต่นำสืบว่าอยู่อีกตำบล และอีกอำเภอหนึ่ง ดังนี้เมื่อปรากฏว่าโจทก์จำเลยต่างแถลงรับแผนที่พิพาทกันแล้วว่าถูกต้อง จึงไม่มีทางที่จะสงสัยว่าพิพาทกันในที่ดินแปลงอื่น จึงไม่ใช่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทมรดกและการครอบครองร่วมกัน ศาลไม่สามารถบังคับขับไล่ได้หากไม่มีการแบ่งมรดก
คู่ความตกลงท้ากันว่า มีประเด็นข้อเดียวคือ ข้อที่ว่าที่พิพาทนี้ฝ่ายใดอาศัยอยู่จากอีกฝ่ายกันแน่ถ้าศาลชี้ขาดว่าโจทก์อาศัยจำเลย โจทก์ก็แพ้ ถ้าจำเลยอาศัยโจทก์ จำเลยก็แพ้ ประเด็นนอกนั้นต่างไม่สืบแต่ทางพิจารณาจะฟังว่าฝ่ายใดอาศัยฝ่ายหนึ่งดังที่ต่างอ้างและต่างท้ากันหาได้ไม่ คงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และจำเลยด้วยกัน และต่างก็ครอบครองที่รายนี้มาด้วยกัน ดังนี้ โจทก์จะบังคับขับไล่จำเลยโดยถือว่าเป็นของโจทก์ทั้งหมดหาได้ไม่ ทั้งคดีของโจทก์ก็มิได้ตั้งประเด็นในเรื่องขอแบ่งแต่อย่างใดจึงยังไม่สมควรแบ่งให้ ต้องยกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันจะฟ้องร้องขอแบ่งกันต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1670/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตกลงท้ากันในประเด็นเขตที่ดิน: โจทก์เปลี่ยนประเด็นไม่ได้หากการรังวัดเป็นไปตามที่ตกลง
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบุกรุกปลูกต้นกล้วยในที่ดิน อันอยู่ในเขตโฉนดของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า ที่ตรงนั้นเป็นของจำเลยและอยู่นอกเขตโฉนดของโจทก์ โจทก์จำเลยจึงตกลงตั้งประเด็นท้ากันโดยให้เจ้าพนักงานที่ดิน ไปรังวัดสอบเขตถ้าต้นกล้วยอยู่นอกเขตโฉนดของโจทก์ โจทก์ยอมแพ้ ถ้าอยู่ในโฉนด จำเลยยอมแพ้ เจ้าพนักงานไปรังวัดทำแผนที่มาส่งศาล ปรากฏว่าต้นกล้วยอยู่นอกเขตโฉนดของโจทก์ดังนี้ โจทก์จะขอสืบพยานในข้อครอบครองต่อไปไม่ได้ เพราะเป็นการเปลี่ยนประเด็นตามที่ตกลงท้ากัน
ในกรณีข้างต้น โจทก์จะเปลี่ยนประเด็นได้ ก็ต้องได้ความว่า เจ้าพนักงานไม่สามารถรังวัดได้ตามที่ท้ากัน
ในกรณีข้างต้น โจทก์จะเปลี่ยนประเด็นได้ ก็ต้องได้ความว่า เจ้าพนักงานไม่สามารถรังวัดได้ตามที่ท้ากัน