พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวิวาทกลุ่มและการลงโทษตามมาตรา 258 หากฟ้องไม่ชัดเจนถึงการกระทำของจำเลยแต่ละคน
การวิวาทต่อสู้กันระหว่างคนตั้งแต่สามคนขึ้นไปอันเป็นความผิดตามมาตรา 258 นั้น ฝ่ายที่ถูกทำร้ายสาหัสหรือคนที่ถูกทำร้ายสาหัสก็คงมีความผิดตาม มาตรา 258
ในกรณีที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปวิวาทต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัสในที่วิวาทต่อสู้นั้น ถ้าฟ้องมิได้บรรยายให้เป็นกิจลักษณะชัดเจนลงไปว่า จำเลยคนใดทำร้ายคนใดมีบาดเจ็บอย่างไรแล้ว แม้จำเลยจะรับสารภาพว่าได้ทำร้ายคู่ต่อสู้คนใดมีบาดเจ็บหรือบาดเจ็บสาหัส ก็ลงโทษตามมาตรา 254, 256 ไม่ได้ ต้องลงโทษตาม มาตรา 258
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254,256แต่ตามคำบรรยายฟ้องและทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิดตาม มาตรา 258 ศาลลงโทษตาม มาตรา 258 ได้
ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256,254 นั้น หากตามฟ้องลงโทษตาม มาตรา 256,254ไม่ได้ คงลงโทษจำเลยตาม มาตรา 258 ได้เช่นนี้ แม้จำเลยบางคนจะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลสูงก็มีอำนาจที่จะแก้บทลงโทษแก่จำเลยที่มิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาด้วยได้ เพราะเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี
ในกรณีที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปวิวาทต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัสในที่วิวาทต่อสู้นั้น ถ้าฟ้องมิได้บรรยายให้เป็นกิจลักษณะชัดเจนลงไปว่า จำเลยคนใดทำร้ายคนใดมีบาดเจ็บอย่างไรแล้ว แม้จำเลยจะรับสารภาพว่าได้ทำร้ายคู่ต่อสู้คนใดมีบาดเจ็บหรือบาดเจ็บสาหัส ก็ลงโทษตามมาตรา 254, 256 ไม่ได้ ต้องลงโทษตาม มาตรา 258
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254,256แต่ตามคำบรรยายฟ้องและทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิดตาม มาตรา 258 ศาลลงโทษตาม มาตรา 258 ได้
ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256,254 นั้น หากตามฟ้องลงโทษตาม มาตรา 256,254ไม่ได้ คงลงโทษจำเลยตาม มาตรา 258 ได้เช่นนี้ แม้จำเลยบางคนจะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลสูงก็มีอำนาจที่จะแก้บทลงโทษแก่จำเลยที่มิได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาด้วยได้ เพราะเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 852/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดวิวาททำร้ายร่างกายหลายคน: การกำหนดบทลงโทษตามฟ้องที่ไม่ชัดเจน
การวิวาทต่อสู้กันระหว่างคนตั้งแต่สามคนขึ้นไปอันเป็นความผิดตามมาตรา 258 นั้น ฝ่ายที่ถูกทำร้ายสาหัสคือคนที่ถูกทำร้ายสาหัสก็คงมีความผิดตาม ม. 258
ในกรณีที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปวิวาทต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัสในที่วิวาทต่อสู้กัน ถ้าฟ้องมิได้บรรยายให้เป็นกิจลักษณะชัดเจนลงไปว่า จำเลยคนใดทำร้ายคนใดมีบาดเจ็บอย่างไรแล้ว แม้จำเลยจะรับสารภาพว่าได้ทำร้ายคู่ต่อสู้คนใดมีบาดเจ็บหรือบาดเจ็บสาหัส ก็ลงโทษตาม ม. 254, 256 ไม่ได้ ต้องลงโทษตาม ม. 258
ฟ้องข้อให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 254, 256 แต่ตามคำบรรยายฟ้องและทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิด ตาม ม. 258 ศาลลงโทษตาม ม. 258 ได้
ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 256, 254 นั้น หากตามฟ้องลงโทษตาม ม. 256, 254 ไม่ได้ คงลงโทษจำเลยตาม ม.258 ได้ เช่นนี้ แม้จำเลยบางคนจะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลสูงก็มีอำนาจที่จะแก้บทลงโทษแก่จำเลยที่มิได้อุทธรณ์, ฎีกาขึ้นมาด้วยได้ เพราะเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี
ในกรณีที่บุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปวิวาทต่อสู้กันจนบาดเจ็บสาหัสในที่วิวาทต่อสู้กัน ถ้าฟ้องมิได้บรรยายให้เป็นกิจลักษณะชัดเจนลงไปว่า จำเลยคนใดทำร้ายคนใดมีบาดเจ็บอย่างไรแล้ว แม้จำเลยจะรับสารภาพว่าได้ทำร้ายคู่ต่อสู้คนใดมีบาดเจ็บหรือบาดเจ็บสาหัส ก็ลงโทษตาม ม. 254, 256 ไม่ได้ ต้องลงโทษตาม ม. 258
ฟ้องข้อให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 254, 256 แต่ตามคำบรรยายฟ้องและทางพิจารณาได้ความว่าเป็นความผิด ตาม ม. 258 ศาลลงโทษตาม ม. 258 ได้
ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญา ม. 256, 254 นั้น หากตามฟ้องลงโทษตาม ม. 256, 254 ไม่ได้ คงลงโทษจำเลยตาม ม.258 ได้ เช่นนี้ แม้จำเลยบางคนจะมิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลสูงก็มีอำนาจที่จะแก้บทลงโทษแก่จำเลยที่มิได้อุทธรณ์, ฎีกาขึ้นมาด้วยได้ เพราะเป็นเหตุในส่วนลักษณะคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน แม้เป็นคำให้การก็ถือเป็นการแจ้งความได้
การให้การหรือให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะผู้เสียหายนั้นอยู่ในลักษณะที่เรียกว่าเป็นการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานเหมือนกัน ถ้าเป็นเท็จก็ผิดตาม กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 118
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกับถ้อยคำในวันที่ 13ดังนี้ ลงโทษได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกับถ้อยคำในวันที่ 13ดังนี้ ลงโทษได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 851/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน แม้เป็นคำให้การในฐานะผู้เสียหาย ก็ถือเป็นการแจ้งความเท็จได้
การให้การหรือให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวนในฐานะผู้เสียหายนั้น อยู่ในลักษณะที่เรียกว่าเป็นการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานเหมือนกัน ถ้าเป็นเท็จก็ผิดตาม ก.ม.อาญา ม. 118
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จ ในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกัน ถ้อยคำในวันที่ 13 ดังนี้ ลงโทษได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยแจ้งความเท็จ ในวันที่ 15 ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยนำความไปแจ้งในวันที่ 13 ส่วนวันที่ 15 เจ้าพนักงานเรียกตัวไปสอบสวน จำเลยให้ถ้อยคำเท็จอย่างเดียวกัน ถ้อยคำในวันที่ 13 ดังนี้ ลงโทษได้ ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การส่งออกน้ำมันพืชโดยไม่แสดงรายการและการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ศาลฎีกาพิพากษายึดของกลางไว้จนกว่าจะถูกต้องตามกฎหมาย
การส่งของชะนิดที่ไม่ต้องห้ามและไม่ต้องเสียภาษีออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้แสดงรายการของที่ส่งและไม่หยุดให้เจ้าพนักงานตรวจ เป็นผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร 2480 ม. 8 และ ม. 11 แต่ไม่เป็นผิด พ.ร.บ.ศุลกากร 2469 ม. 27 ของเช่นนี้ศาลให้ยึดไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามกฎหมาย จะริบไม่ได้
เดิมมีพระราชกฤษฎีกาห้ามส่งน้ำมันพืชออกนอกราชอาณาจักรต่อมามีฉะบับใหม่ยกเลิกฉะบับเก่าและไม่มีข้อห้ามส่งน้ำมันพืช ดังนี้ ถือว่ามีกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
เมื่อความผิดที่ศาลลงโทษไม่มีการริบทรัพย์แล้ว ก็จ่ายเงินสินบลหรือรางวัลตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดไม่ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนของกลางให้ผู้ร้อง โจทก์ฎีกาขอให้ริบ แต่ไม่ได้บรรยายข้อที่ควรริบมาในฎีกาเลยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
เดิมมีพระราชกฤษฎีกาห้ามส่งน้ำมันพืชออกนอกราชอาณาจักรต่อมามีฉะบับใหม่ยกเลิกฉะบับเก่าและไม่มีข้อห้ามส่งน้ำมันพืช ดังนี้ ถือว่ามีกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
เมื่อความผิดที่ศาลลงโทษไม่มีการริบทรัพย์แล้ว ก็จ่ายเงินสินบลหรือรางวัลตาม พ.ร.บ.ให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดไม่ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนของกลางให้ผู้ร้อง โจทก์ฎีกาขอให้ริบ แต่ไม่ได้บรรยายข้อที่ควรริบมาในฎีกาเลยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 733/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การส่งออกน้ำมันพืชโดยไม่แสดงรายการและการยึดของกลาง ศาลฎีกาพิพากษายึดของกลางไว้จนกว่าจะถูกต้องตามกฎหมาย
การส่งของชนิดที่ไม่ต้องห้ามและไม่ต้องเสียภาษีออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ได้แสดงรายการของที่ส่งและไม่หยุดให้เจ้าพนักงานตรวจ เป็นผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร 2480 มาตรา 8 และ มาตรา 11 แต่ไม่เป็นผิด พระราชบัญญัติศุลกากร2469 มาตรา 27 ของเช่นนี้ศาลให้ยึดไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามกฎหมาย จะริบไม่ได้
เดิมมีพระราชกฤษฎีกาห้ามส่งน้ำมันพืชออกนอกราชอาณาจักรต่อมามีฉบับใหม่ยกเลิกฉบับเก่าและไม่มีข้อห้ามส่งน้ำมันพืช ดังนี้ ถือว่ามีกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
เมื่อความผิดที่ศาลลงโทษไม่มีการริบทรัพย์แล้ว ก็จ่ายเงินสินบนหรือรางวัลตาม พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดไม่ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนของกลางให้ผู้ร้อง โจทก์ฎีกาขอให้ริบ แต่ไม่ได้บรรยายข้อที่ควรริบมาในฎีกาเลยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
เดิมมีพระราชกฤษฎีกาห้ามส่งน้ำมันพืชออกนอกราชอาณาจักรต่อมามีฉบับใหม่ยกเลิกฉบับเก่าและไม่มีข้อห้ามส่งน้ำมันพืช ดังนี้ ถือว่ามีกฎหมายใหม่ยกเลิกกฎหมายเก่า จึงลงโทษจำเลยไม่ได้
เมื่อความผิดที่ศาลลงโทษไม่มีการริบทรัพย์แล้ว ก็จ่ายเงินสินบนหรือรางวัลตาม พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิดไม่ได้
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนของกลางให้ผู้ร้อง โจทก์ฎีกาขอให้ริบ แต่ไม่ได้บรรยายข้อที่ควรริบมาในฎีกาเลยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองยาสูบไม่ปิดแสตมป์ แม้โจทก์มิได้อ้างบทลงโทษโดยตรง ศาลลงโทษได้ตามบทที่อ้างในฟ้อง
มียาสูบตั้งแต่สองกิโลกรัมไว้ในครอบครอง โดยไม่ปิดแสตมป์ยาสูบเป็นผิดตาม พ.ร.บ.ยาสูบ ม. 36 และ 40
โจทก์ฟ้องบรรยายความผิดอันต้องด้วยบทห้ามตามกฎหมายแม้มิได้อ้างบทห้ามมาในฟ้องแต่อ้างบทกำหนดโทษมา ก็ลงโทษได้
โจทก์หาจำเลยรับบางข้อปฏิเสธบางข้อ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษในความผิด ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธแต่มิได้ขอสืบพะยานดังนี้ ศาลฎีกาย่อมพิจารณาฉะเพาะตามฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องบรรยายความผิดอันต้องด้วยบทห้ามตามกฎหมายแม้มิได้อ้างบทห้ามมาในฟ้องแต่อ้างบทกำหนดโทษมา ก็ลงโทษได้
โจทก์หาจำเลยรับบางข้อปฏิเสธบางข้อ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษในความผิด ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธแต่มิได้ขอสืบพะยานดังนี้ ศาลฎีกาย่อมพิจารณาฉะเพาะตามฟ้องและคำให้การ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองยาสูบไม่ปิดแสตมป์เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ยาสูบ แม้โจทก์มิได้อ้างบทลงโทษในฟ้อง
มียาสูบตั้งแต่สองกิโลกรัมไว้ในครอบครองโดยไม่ปิดแสตมป์ยาสูบเป็นผิดตามพระราชบัญญัติยาสูบ มาตรา 36 และ40
โจทก์ฟ้องบรรยายความผิดอันต้องด้วยบทห้ามตามกฎหมายแม้มิได้อ้างบทห้ามมาในฟ้องเป็นแต่อ้างบทกำหนดโทษมาศาลก็ลงโทษได้
โจทก์กล่าวหาจำเลยรับบางข้อปฏิเสธบางข้อ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษในความผิด ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธแต่มีได้ข้อสืบพยานดังนี้ ศาลฎีกาย่อมพิจารณาเฉพาะตามฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องบรรยายความผิดอันต้องด้วยบทห้ามตามกฎหมายแม้มิได้อ้างบทห้ามมาในฟ้องเป็นแต่อ้างบทกำหนดโทษมาศาลก็ลงโทษได้
โจทก์กล่าวหาจำเลยรับบางข้อปฏิเสธบางข้อ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษในความผิด ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธแต่มีได้ข้อสืบพยานดังนี้ ศาลฎีกาย่อมพิจารณาเฉพาะตามฟ้องและคำให้การ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบคิดฆ่าผู้อื่น แม้ไม่ได้อ้างมาตราเฉพาะ ศาลลงโทษฐานสมคบได้
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันฆ่าคนอ้าง ม. 249 เมื่อได้ความว่าจำเลยสมคบกันฆ่าเขา แม้โจทก์ไม่ได้อ้าง ม. 63 ศาลก็ลงโทษฐานเป็นตัวการฆ่าคนตาย ม. 249 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษฐานสมคบกันกระทำผิด แม้ไม่ได้อ้างมาตรา 63 ศาลยังลงโทษฐานเป็นตัวการได้
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันฆ่าคน อ้าง มาตรา 249 เมื่อได้ความว่าจำเลยสมคบกันฆ่าเขา แม้โจทก์ไม่อ้างมาตรา 63 ศาลก็ลงโทษฐานเป็นตัวการฆ่าคนตามมาตรา 249 ได้