พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับเรียกเงินและการสมรู้ร่วมคิด ตำรวจและราษฎรมีความผิดฐานต่างกัน
ตำรวจกับราษฎรจับคนมีสุราเถื่อนไปบังคับเรียกเอาเงินเขายอมให้เงินโดยถูกบังคับมิใช่ให้โดยสมัครใจ ตำรวจมีผิดตามมาตรา 136 ส่วนราษฎรมีผิดฐานสมรู้
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานตัวการ ได้ความว่าเป็นผิดเพียงฐานสมรู้ลงโทษได้
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานตัวการ ได้ความว่าเป็นผิดเพียงฐานสมรู้ลงโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 620/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับเรียกเงินจากผู้กระทำผิด และความรับผิดฐานสมรู้ร่วมคิด
ตำรวจกับราษฎรจับคนมีสุราเถื่อนไปบังคับเรียกเอาเงินเขายอมให้เงินโดยถูกบังคับมิใช่ให้โดยสมัครใจ ตำรวจมีผิดตามมาตรา 136 ส่วนราษฎรมีผิดฐานสมรู้
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานตัวการ ได้ความว่าเป็นผิดเพียงฐานสมรู้ ลงโทษได้
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานตัวการ ได้ความว่าเป็นผิดเพียงฐานสมรู้ ลงโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 586/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนับวันเวลาทางกฎหมาย: การกำหนดวันและเวลาเกิดเหตุตามประกาศราชการ
การนับวันและเวลาของวันใด ต้องนับตามประกาศเวลาของราชการ พ.ศ.2460 และ 2471
ฟ้องว่าทำผิดวันที่ 1 พฤษภาคม ทางพิจารณาได้ความว่าทำผิดคืนระหว่างวันที่ 30 เมษายน กับวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 2.00 น. ดังนี้ ไม่ถือว่าฟ้องผิดวันประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2490
ฟ้องว่าทำผิดวันที่ 1 พฤษภาคม ทางพิจารณาได้ความว่าทำผิดคืนระหว่างวันที่ 30 เมษายน กับวันที่ 1 พฤษภาคม เวลา 2.00 น. ดังนี้ ไม่ถือว่าฟ้องผิดวันประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2490
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สมคบคิดทำผิด vs. สมรู้ร่วมคิด: ศาลลงโทษได้แม้มิได้อ้างมาตราเฉพาะ
ฟ้องว่าสมคบกันทำผิดร่วมกัน ทางพิจารณาได้ความว่าผิดฐานสมรู้ แม้มิได้อ้างมาตรา 65 ศาลก็ลงโทษฐานสมรู้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงฐานความผิดจากสมคบคิดเป็นสมรู้ร่วมคิด ศาลลงโทษได้ตามฐานที่พิพากษา
ฟ้องว่าสมคบกันทำผิดร่วมกัน ทางพิจารณาได้ความว่าผิดฐานสมรู้แม้มิได้อ้างมาตรา 65 ศาลก็ลงโทษฐานสมรู้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีอาญา แม้ชื่อสกุลไม่ถูกต้อง แต่ไม่ผิดตัวบุคคล ไม่ถือเป็นการฟ้องผิดตัว
ฟ้องของโจทก์กล่าวนามสกุลของจำเลยผิดไป แต่ถ้าไม่ผิดตัวบุคคล ก็มิใช่เป็นการฟ้องผิดตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 503/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
แม้ฟ้องผิดนามสกุล แต่หากไม่ผิดตัวบุคคล ไม่ถือเป็นการฟ้องผิดตัว
ฟ้องของโจทก์กล่าวนามสกุลของจำเลยผิดไปแต่ถ้าไม่ผิดตัวบุคคล ก็มิใช่เป็นการฟ้องผิดตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 497/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์ต่อหน้าบุคคลอื่น: ข้อเท็จจริงต่างจากฟ้องหรือไม่
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักทรัพย์ของผู้มีชื่อ โดยใช้กิริยาฉกฉวยพาหนีไปต่อหน้า ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลย ฉกฉวยทรัพย์นั้นไปจากบุตร์ของเจ้าทรัพย์ ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 494/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงข้อหาจากชิงทรัพย์เป็นทำร้ายร่างกาย ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและขยายผลถึงจำเลยที่ไม่ฎีกา
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันชิงทรัพย์ จำเลยผู้เดียวฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายเท่านั้น ดังนี้เป็นเหตุในลักษณะคดีศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ให้ได้รับผลดีตามคำพิพากษาด้วยได้
ฟ้องว่าชิงทรัพย์พิจารณาว่าทำร้ายร่างกายลงโทษได้
ฟ้องว่าชิงทรัพย์พิจารณาว่าทำร้ายร่างกายลงโทษได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 494/2490
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงข้อหาจากชิงทรัพย์เป็นทำร้ายร่างกาย ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาถึงจำเลยอื่นที่ไม่ฎีกา
ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยฐานสมคบกันชิงทรัพย์ จำเลยผู้เดียวฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยสมคบกันทำร้ายร่างกายเท่านั้นดังนี้เป็นเหตุในลักษณะคดีศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ให้ได้รับผลดีตามคำพิพากษาด้วยได้
ฟ้องว่าชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายบาดเจ็บพิจารณาว่าทำร้ายร่างกาย ลงโทษได้
ฟ้องว่าชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายบาดเจ็บพิจารณาว่าทำร้ายร่างกาย ลงโทษได้