พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 615/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความรุนแรงของการทำร้ายร่างกาย: ระยะเวลาทนทุกข์เวทนาเกิน 20 วัน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำร้ายเขาถึงสาหัสโดยทนทุกข์เวทนาเกินกว่า 20 วัน ดั่งนี้ ศาลไม่พิจารณาว่าไม่สามารถประกอบอาชีพเกินกว่า 20 วันหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 615/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาความรุนแรงของการทำร้ายร่างกายและการพิสูจน์ระยะเวลาบาดเจ็บเพื่อประกอบการลงโทษ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำร้ายเขาถึงสาหัสโดยทนทุกข์เวทนาเกินกว่า 20 วัน ดั่งนี้ ศาลไม่พิจารณาว่าไม่สามารถประกอบอาชีพเกินกว่า 20 วันหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความฟ้อง, การแก้ฟ้อง, และผลกระทบต่อจำเลยอื่นในคดีอาญา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำผิดวันที่ 27 เวลากลางคืนถึงวันที่ 28 เดือนเดียวกัน ไม่ได้บอกว่าเวลาไหน ดังนี้ควรฟังว่าโจทก์หมายถึงเวลากลางคืนเริ่มต้นของวันที่ 28 ต่อจากวันที่ 27 ทางพิจารณาได้ความว่า ทำผิดวันที่ 28 เวลากลางวัน ต้องยกฟ้อง
คำร้องขอแก้ฟ้องต้องมีเหตุอันควร เมื่อโจทก์ไม่ได้แสดงเหตุอันควรที่ขอแก้ ศาลไม่อนุญาตให้แก้
จำเลยสองคนรับของโจรต่อทอดจากกัน ทางพิจารณาปรากฏว่า เวลาเกิดเหตุสำหรับจำเลยคนหลังต่างกับที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ต้องยกฟ้องโจทก์ ดังนี้ เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดถึงจำเลยคนแรกที่มิได้อุทธรณ์ด้วยได้
คำร้องขอแก้ฟ้องต้องมีเหตุอันควร เมื่อโจทก์ไม่ได้แสดงเหตุอันควรที่ขอแก้ ศาลไม่อนุญาตให้แก้
จำเลยสองคนรับของโจรต่อทอดจากกัน ทางพิจารณาปรากฏว่า เวลาเกิดเหตุสำหรับจำเลยคนหลังต่างกับที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ต้องยกฟ้องโจทก์ ดังนี้ เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดถึงจำเลยคนแรกที่มิได้อุทธรณ์ด้วยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 565/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องอาญาที่ระบุเวลาเกิดเหตุไม่ชัดเจน การแก้ฟ้องต้องมีเหตุผล และผลกระทบต่อจำเลยอื่น
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทำผิดวันที่ 27 เวลากลางคืนถึงวันที่ 28 เดือนเดียวกัน ไม่ได้บอกว่าเวลาไหน ดังนี้ควรฟังว่าโจทก์หมายถึงเวลากลางคืนเริ่มต้นของวันที่ 28 ต่อจากวันที่ 27 ทางพิจารณาได้ความว่า ทำผิดวันที่ 28 เวลากลางวัน ต้องยกฟ้อง
คำร้องขอแก้ฟ้องต้องมีเหตุอันควร เมื่อโจทก์ไม่ได้แสดงเหตุอันควรที่ขอแก้ ศาลไม่อนุญาตให้แก้
จำเลยสองคนรับของโจรต่อทอดจากกัน ทางพิจารณาปรากฏว่าเวลาเกิดเหตุสำหรับจำเลยคนหลังต่างกับที่โจทก์กล่าวในฟ้องต้องยกฟ้องโจทก์ ดังนี้เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดถึงจำเลยคนแรกที่มิได้อุทธรณ์ด้วยได้
คำร้องขอแก้ฟ้องต้องมีเหตุอันควร เมื่อโจทก์ไม่ได้แสดงเหตุอันควรที่ขอแก้ ศาลไม่อนุญาตให้แก้
จำเลยสองคนรับของโจรต่อทอดจากกัน ทางพิจารณาปรากฏว่าเวลาเกิดเหตุสำหรับจำเลยคนหลังต่างกับที่โจทก์กล่าวในฟ้องต้องยกฟ้องโจทก์ ดังนี้เป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องตลอดถึงจำเลยคนแรกที่มิได้อุทธรณ์ด้วยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สถานที่เกิดเหตุในฟ้องอาญา การอ้างอิงข้ามข้อต้องชัดเจน การระบุสถานที่เกิดเหตุเป็นองค์ประกอบสำคัญของฟ้อง
ฟ้องโจทก์ข้อ 1 กล่าวถึงทรัพย์หายและสถานที่ที่ทรัพย์หาย ฟ้องข้อ 2 หาว่าจำเลยรับของโจร อ้างวันเวลาเกิดเหตุในข้อ 1 แต่มิได้อ้างสถานที่เกิดเหตุด้วย ดังนี้จะฟังว่าโจทก์ได้อ้างรวมถึงสถานที่เกิดเหตุด้วยนั้นไม่ได้ ถือว่าฟ้องไม่ระบุที่เกิดเหตุ ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การระบุสถานที่เกิดเหตุในฟ้องอาญา หากฟ้องไม่ชัดเจนถือเป็นฟ้องไม่สมบูรณ์
ฟ้องโจทก์ข้อ 1 กล่าวถึงทรัพย์หายและสถานที่ที่ทรัพย์หายฟ้องข้อ 2 หาว่าจำเลยรับของโจร อ้างวันเวลาเกิดเหตุในข้อ 1 แต่มิได้อ้างสถานที่เกิดเหตุด้วยดังนี้จะฟังว่าโจทก์ได้อ้างรวมถึงสถานที่เกิดเหตุด้วยนั้นไม่ได้ ถือว่าฟ้องไม่ระบุที่เกิดเหตุ ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 522/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสมรู้ร่วมคิดรับสินบน เจ้าพนักงานออกบัตรโดยมิชอบ และความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 2 สมคบกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ออกบัตรให้กรรมกรหยุดงานได้โดยมิได้กล่าวในฟ้องด้วยว่า จำเลยที่ 2 มีอำนาจออกบัตรนั้นด้วย ดังนี้ศาลก็คงลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานสมรู้กับจำเลยที่ 1 ได้
ฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยรับเงินไว้เป็นสินน้ำใจตอนหลังว่าเป็นสินบน ดังนี้ไม่ใช่ฟ้องเคลือบคลุม
เมื่อได้ความว่า จำเลยมีอำนาจออกบัตรให้กรรมกรหยุดงานเพราะป่วยได้แล้ว แม้ปรากฏว่าจำเลยได้ทำเตรียมบัตรนั้นไว้ก่อนได้รับมอบตัวกรรมกรก็ตาม จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานปลอมหนังสือในตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้ง แต่มิได้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนี้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
ฟ้องตอนแรกบรรยายว่าจำเลยรับเงินไว้เป็นสินน้ำใจตอนหลังว่าเป็นสินบน ดังนี้ไม่ใช่ฟ้องเคลือบคลุม
เมื่อได้ความว่า จำเลยมีอำนาจออกบัตรให้กรรมกรหยุดงานเพราะป่วยได้แล้ว แม้ปรากฏว่าจำเลยได้ทำเตรียมบัตรนั้นไว้ก่อนได้รับมอบตัวกรรมกรก็ตาม จำเลยก็ต้องมีความผิดฐานปลอมหนังสือในตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ศาลอุทธรณ์มีความเห็นแย้ง แต่มิได้อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนี้จำเลยฎีกาข้อเท็จจริงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
วิวาททำร้ายร่างกายไม่ถึงบาดเจ็บ และการฟ้องที่ไม่ระบุสถานที่เกิดเหตุ
ทำร้ายเขาไม่ถึงบาดเจ็บในกรณีวิวาทต่อสู้กัน ไม่มีผิดตาม ม.338 (3)
เมื่อฟ้องมิได้ระบุว่าวิวาทต่อสู้กันในถนนหลวงจะลงโทษจำเลยตาม ม.335 (6) ไม่ได้
เมื่อฟ้องมิได้ระบุว่าวิวาทต่อสู้กันในถนนหลวงจะลงโทษจำเลยตาม ม.335 (6) ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 518/2489
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
วิวาททำร้ายร่างกายไม่ถึงบาดเจ็บ และการฟ้องที่ไม่ระบุสถานที่เกิดเหตุ
ทำร้ายเขาไม่ถึงบาดเจ็บในกรณีวิวาทต่อสู้กัน ไม่มีผิดตาม มาตรา 338(3)
เมื่อฟ้องมิได้ระบุว่าวิวาทต่อสู้กันในถนนหลวงจะลงโทษจำเลยตาม มาตรา 335(6) ไม่ได้
เมื่อฟ้องมิได้ระบุว่าวิวาทต่อสู้กันในถนนหลวงจะลงโทษจำเลยตาม มาตรา 335(6) ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2489 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบของกลางในความผิดส่งออกข้าวสารโดยไม่ได้รับอนุญาต: หลักเกณฑ์การพิจารณาความเชื่อมโยงของสิ่งของกับความผิด
กระสอบใส่ข้าวส่งออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นของเนื่องด้วยความผิดต้องริบ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เรือแจวเป็นพาหนะขนของออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ไม่ระบุขนาดเรือนั้น จะริบเรือไม่ได้ และจะริบแจวซึ่งเป็นอุปกรณ์การเดินเรือไม่ได้ด้วย
ของที่จับได้ในเรือขนของออกนอกราชอาณาจักร์อันเป็นความผิดนั้น เมื่อไม่ปรากฎว่าเนื่องด้วยความผิดอย่างไรแล้ว ริบไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้เรือแจวเป็นพาหนะขนของออกนอกราชอาณาจักร์โดยไม่ได้รับอนุญาตแต่ไม่ระบุขนาดเรือนั้น จะริบเรือไม่ได้ และจะริบแจวซึ่งเป็นอุปกรณ์การเดินเรือไม่ได้ด้วย
ของที่จับได้ในเรือขนของออกนอกราชอาณาจักร์อันเป็นความผิดนั้น เมื่อไม่ปรากฎว่าเนื่องด้วยความผิดอย่างไรแล้ว ริบไม่ได้