พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเผาอ้อยใกล้เคียง การประมาทเลินเล่อ และความรับผิดทางอาญา: การพิจารณาองค์ประกอบความผิดตาม ม.187 และ ม.201
เอาไฟจุดเผาใบอ้อยในสวนของตนซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับสวนของคนอื่น เขาห้ามแล้วยังไม่ฟัง แต่การเผานั้นไม่มีลักษณอันน่ากลัวจะเกิดอันตราย ถ้าไฟนั้นลุกลามไปไหม้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายมีผิดตาม ม.201 ไม่ใช่ม.187 ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.192-156 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม ม.187-201 แต่บรรยายฟ้องเกี่ยวกับความผิดตาม ม.201 ดังนี้ ต้องถือว่าโจทก์ไม่มีความประสงค์จะให้ลงโทษตาม ม.187 ศาลจะลงโทษตามมาตรานี้ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 885/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำความผิดต่อเจ้าพนักงาน: ศาลลงโทษตามฐานทำร้ายร่างกาย แม้ไม่ได้อ้างบทมาตราในฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำร้ายเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ ขอให้ลงโทษตาม ม.120 ทางพิจารณาได้ความว่าการจับกุมไม่ใช่การกระทำตามหน้าที่ ๆ ระบุไว้ตามกฎหมายดังนี้ ศาลลงโทษจำเลยตาม ม.254 แม้โจทก์จะมิได้อ้างบทมาด้วยก็ตาม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855-856/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้กฎหมายเดิมในคดีที่ฟ้องก่อนมีกฎหมายใหม่ และคดียังค้างอยู่
คดีอาญาซึ่งโจทก์ฟ้องจำเลยก่อนวันใช้ประมวลวิธีพิจารณาอาญา แลค้างชำระอยู่ต้องบังคับตามกฎหมายซึ่งใช้อยู่ในเวลานั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 693/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดสมคบปล้นทรัพย์: การแยกสำนวน การพิสูจน์ความผิด และขอบเขตการลงโทษ
โจทก์ฟ้องแยกกันเป็น 2 สำนวน สำนวนหนึ่งว่าจำเลยสมคบกับพวกอีก 2 คนปล้นทรัพย์อีกสำนวนหนึ่งว่าจำเลยในสำนวนที่ 2 สมคบกับสำนวนแรกและพวกอีกคนหนึ่งปล้นทรัพย์รายเดียวกันทางพิจารณาปรากฎว่าจำเลยในสำนวนแรกทำผิดจริง แต่จำเลยในสำนวนหลังมิได้ทำผิดเช่นนี้ ลงโทษจำเลยในสำนวนแรกได้คดีไม่เข้า ม.192 ฎีกาอุทธรณ์ ฎีกาที่ระบุข้อเท็จจริงแต่เพียงย่อ ๆ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 683/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกล่าวข้อความใส่ความผู้อื่นในการคัดค้านการเลือกตั้ง ต้องเป็นความจริงและเพื่อสาธารณประโยชน์จึงจะได้รับการยกเว้น
การกล่าวข้อความในลักษณคัดค้านการเลือกตั้งตามกฎหมาย แต่เป็นการใส่ความผู้อื่นถือว่ากล่าวเพื่อสาธารณประโยชน์ตาม ม.284 (1) ซึ่งจำเลยขอสืบความจริงได้ แต่ถ้าหากสืบไม่สมต้องมีความผิดประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.156, 292 ฟ้อง,ตัดสิน จำเลยในคดีหมิ่นประมาทซึ่งขอสืบความจริงตาม ม.284 หากสืบไม่ได้แม้โจทก์อ้าง ม.282 เป็นบทลงโทษจำเลยก็ต้องรับโทษดังที่กำหนดไว้ในมาตรา 284 อ้างฎีกาที่ 935/2478
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 651/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษฐานทำให้เสื่อมเสียอิศรภาพ ต้องพิจารณาตามวรรคของมาตรา 268 ที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง หากไม่เข้าข่ายวรรคอื่น ต้องลงโทษตามวรรค 1 เท่านั้น
การที่จะวางอัตราโทษจำเลยตามมาตรา 268 นั้น ถ้าหากข้อเท็จจริงไม่ปรากฎว่าความผิดของจำเลยต้องด้วยวรรค 2 - 3 หรือ 4 แห่ง ม.268 แล้ว ก็ต้องลงโทษจำเลยได้แต่เพียงตามอัตราโทษที่วางไว้ในวรรค 1 เท่านั้น จำเลยจับตัวเจ้าทุกข์ไปแล้วขู่ให้ส่งเงินให้จำเลยมีผิดฐานทำให้เสื่อมเสียอิศรภาพ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 650/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความอุทธรณ์และการลงโทษนอกฟ้อง: คดีลักทรัพย์และรับของโจร
ฟ้องโจทก์บรรยายข้อความว่าจำเลยลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษแลอ้างมาตราฐานรับของโจรมาด้วย แม้ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยรับของโจร+ตามลงโทษจำเลยมิได้ อายุความอุทธรณ์เริ่มนับ 1 แต่วันรุ่งขึ้นจากวันที่ได้อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 539/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใส่ความเท็จเพื่อทำให้ผู้อื่นถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย ถือเป็นความผิดฐานใส่ความเท็จ
จำเลยบังอาจลอบเอาแหวนซุกใส่ในกระเป๋าเจ้าพนักงานซึ่งเข้าไปทำการตรวจค้นที่บ้านจำเลยโดยสงสัยว่าจะมีของต้องห้าม ถือว่าการกระทำของจำเลยเป็นการใส่เท็จทำพะยานเพื่อให้เห็นว่าเจ้าพนักงานลักทรัพย์ดังนี้ จำเลยต้องมีผิดตามม.159 แต่ไม่มีผิดตาม ม.157 ประมวลวิธีพิจารณาอาญา ม.192 วิธีพิจารณาอาญาตัดสินไม่เกินคำขอ เมื่อโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยเพียงฐานพยายาม แม้จะปรากฎว่าเป็นความผิดสำเร็จ ศาลก็ลงโทษได้เพียงเท่าที่โจทก์ขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 537/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
วันเวลาเกิดเหตุสำคัญในฟ้องอาญา หากผิดและไม่ขอแก้ฟ้อง ศาลต้องยกฟ้อง
โจทก็ฟ้องว่าจำเลยทำผิดในวันแรม 9-10 ค่ำเวลากลางคืน ได้ความว่าจำเลยทำผิดในวันแรม 8 ค่ำจวนค่อนรุ่งลงโทษจำเลยไม่ได้ วันเวลาถือว่าเป็นรายละเอียดอันสำคัญที่ต้องแถลงในฟ้อง หากว่าฟ้องนั้นผิดวันและโจทก์มิได้ขอแก้เสียในเวลาสมควรปล่อยล่วงเลยมาศาลต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 477/2479
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงฐานความผิดจากลักทรัพย์เป็นรับของโจร และผลต่อการพิจารณาคดี
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำผิดฐานรับของโจรศาลจะลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไม่ได้