พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,039 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นฎีกาต้องตั้งในศาลชั้นต้น
ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นฎีกาต่อศาลฎีกาได้นั้น จะต้องเป็นข้อที่ได้ตั้งประเด็นว่ากันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลสูงวินิจฉัยประเด็นที่ไม่ได้อุทธรณ์ในคดีอาญา
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษเลยแล้ว แม้ศาลจะไม่เชื่อพยานโจทก์ตอนหนึ่ง และโจทก์ไม่อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจวินิจฉัยเชื่อคำพยานโจทก์ตอนนั้นได้
ศาลชั้นต้นปรับจำเลยรวมพยานหลักฐานมีฝิ่นผิดพ.ร.บ. เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกา+แก้ไข
ศาลชั้นต้นปรับจำเลยรวมพยานหลักฐานมีฝิ่นผิดพ.ร.บ. เมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกา+แก้ไข
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 718/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลอุทธรณ์วินิจฉัยพยานหลักฐานต่างจากศาลชั้นต้น และการไม่แก้ไขคำพิพากษาเมื่อไม่อุทธรณ์
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว แม้ศาลจะไม่เชื่อคำพยานโจทก์ตอนหนึ่ง และโจทก์ไม่อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์ จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจวินิจฉัยเชื่อคำพยานโจทก์ตอนนั้นได้
ศาลชั้นต้นปรับจำเลยรวมกันฐานมีฝิ่นผิด พระราชบัญญัติเมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาไม่แก้ไข
ศาลชั้นต้นปรับจำเลยรวมกันฐานมีฝิ่นผิด พระราชบัญญัติเมื่อโจทก์ไม่อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาไม่แก้ไข
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลแขวง: คดีนอกฟ้องเกินอำนาจศาลหรือไม่ ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาได้หากบทที่ถูกอ้างถึงเป็นบทนอกฟ้อง
คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 223,304 นั้นอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุตติธรรม แม้หนังสือที่ปลอมจะเป็นหนังสือสำคัญอันจะเป็นความผิดตามมาตรา 224,225 ซึ่งมีอัตราโทษเกินอำนาจศาลแขวงก็ดี ก็เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกความประสงค์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้อยู่นั่นเอง
ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า คดีเกินอำนาจศาลแขวง โจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์ แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวง ขอให้ศาลแขวงพิจารณาต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวงจึงให้ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาต่อไป ดังนี้โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องตามคำวินิจฉัยของศาลแขวงได้
ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า คดีเกินอำนาจศาลแขวง โจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์ แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวง ขอให้ศาลแขวงพิจารณาต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าเป็นคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวงจึงให้ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาต่อไป ดังนี้โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องตามคำวินิจฉัยของศาลแขวงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาล: คดีอาญาที่เกินอำนาจศาลแขวงแต่โจทก์ไม่โต้แย้ง จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์และฎีกา
คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 223,304 นั้นอยู่ในอำนาจศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษาตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม แม้หนังสือที่ปลอมจะเป็นหนังสือสำคัญอันจะเป็นความผิดตามมาตรา 224,225 ซึ่งมีอัตราโทษเกินอำนาจศาลแขวงก็ดีก็เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกความประสงค์ของโจทก์จึงเป็นคดีที่ศาลแขวงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาได้อยู่นั่นเอง
ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า คดีเกินอำนาจศาลแขวงโจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์ แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวงขอให้ศาลแขวงพิจารณาต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวงจึงให้ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาต่อไป ดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องตามคำวินิจฉัยของศาลแขวงได้
ศาลแขวงพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า คดีเกินอำนาจศาลแขวงโจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์ แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวงขอให้ศาลแขวงพิจารณาต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวงจึงให้ศาลแขวงพิจารณาพิพากษาต่อไป ดังนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาขอให้ยกฟ้องตามคำวินิจฉัยของศาลแขวงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาบุกรุกและการกระทำต่อร่างกาย: ความผิดตามมาตรา 327
ความผิดฐานบุกรุกตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327 นั้นผู้กระทำจะต้องมีเจตนากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นด้วยจึงจะเป็นความผิด
จำเลยเข้าไปใต้ถุนเรือนของเจ้าทรัพย์ ใช้มือลอดพื้นฟากเรือนเพื่อถูกต้องเนื้อตัวบุตรสาวเจ้าทรัพย์ด้วยความคะนองพอใจบุตรีเจ้าทรัพย์แต่บุตรีเจ้าทรัพย์ไม่พอใจจึงใช้มีดฟันเอาจำเลยก็หนีไปนั้น จำเลยยังไม่มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 329 ครั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 329 โจทก์ก็ยอม คงฎีกายืนยันขึ้นมาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 327 เท่านั้นในชั้นฎีกาคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 329 อีก (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 4/2494)
จำเลยเข้าไปใต้ถุนเรือนของเจ้าทรัพย์ ใช้มือลอดพื้นฟากเรือนเพื่อถูกต้องเนื้อตัวบุตรสาวเจ้าทรัพย์ด้วยความคะนองพอใจบุตรีเจ้าทรัพย์แต่บุตรีเจ้าทรัพย์ไม่พอใจจึงใช้มีดฟันเอาจำเลยก็หนีไปนั้น จำเลยยังไม่มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 327
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 329 ครั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 329 โจทก์ก็ยอม คงฎีกายืนยันขึ้นมาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา 327 เท่านั้นในชั้นฎีกาคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 329 อีก (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 4/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1549/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบุกรุกตามมาตรา 327 ต้องมีเจตนาเฉพาะเจาะจง การกระทำเพียงล่วงล้ำเข้าไปโดยไม่มีเจตนาไม่ถือเป็นความผิด
ความผิดฐานบุกรุกตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 327 นั้นผู้กระทำจะต้องมีเจตนากระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้นด้วยจึงจะเป็นความผิด
จำเลยเข้าไปใต้ถุนเรือนของเจ้าทรัพยื ใช้มือลอดฟื้นฟากเรือนเพือถูกต้องเนื้อตัวบุตรสาวเจ้าทรัพย์ด้วยความคะนองพอใจบุตรีเจ้าทรัพย์ แต่บุตรีเจ้าทรัพย์ไม่พอใจจึงใช้มีดฟันเอาจำเลยก็หนีไปนั้น จำเลยยังไม่มีความผิดตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 327
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 329 ครั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 329 โจทก์ก็ยอมคงฎีกายืนยันขึ้นมาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 327 เท่านั้น ในชั้นฎีกาคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 329 อีก
จำเลยเข้าไปใต้ถุนเรือนของเจ้าทรัพยื ใช้มือลอดฟื้นฟากเรือนเพือถูกต้องเนื้อตัวบุตรสาวเจ้าทรัพย์ด้วยความคะนองพอใจบุตรีเจ้าทรัพย์ แต่บุตรีเจ้าทรัพย์ไม่พอใจจึงใช้มีดฟันเอาจำเลยก็หนีไปนั้น จำเลยยังไม่มีความผิดตามก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 327
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 329 ครั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยไม่มีความผิดตามมาตรา 329 โจทก์ก็ยอมคงฎีกายืนยันขึ้นมาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 327 เท่านั้น ในชั้นฎีกาคดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยถึงมาตรา 329 อีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจการขอค่าสินบนตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร และการแก้ไขคำพิพากษาโดยศาลอุทธรณ์
เงินสินบนที่จะให้ตามพ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 30 นั้น พนักงานอัยการไม่มีสิทธิที่จะขอแทนผู้รับสินบน
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินบนตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 30 โดยอัยการโจทก์มิได้ขอ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจจะยกขึ้นอ้างและพิพากษาแก้ไขให้เป็นผลดีแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินบนตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร พ.ศ.2490 มาตรา 30 โดยอัยการโจทก์มิได้ขอ แม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ในข้อนี้ ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจจะยกขึ้นอ้างและพิพากษาแก้ไขให้เป็นผลดีแก่จำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ: ศาลฎีกายืนตามอุทธรณ์ หากผู้ถูกทำร้ายถูกรุมทำร้ายและใช้มีดป้องกันตน ถือเป็นการป้องกันตัวพอสมควร
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 251,53 โจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์แต่อย่างใด จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโดยเห็นว่า เป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ดังนี้ โจทก์จะฎีกาว่า การกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการป้องกันเลยไม่ได้ คงฎีกาได้แต่เพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุเท่านั้น
จำเลยถูกคน 2 คนใช้ไม้กลุ้มรุมทำร้าย และคนหนึ่งกอดจำเลยไว้ อีกคนหนึ่งใช้ไม้ตีเช่นนี้ จำเลยใช้มีดพกปลายแหลมยาวเกือบคืบที่แย่งมาได้จากคน 2 คนนั้นแทงคนทั้ง 2 ไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยจะแทงเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกกระทำร้ายเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ
จำเลยถูกคน 2 คนใช้ไม้กลุ้มรุมทำร้าย และคนหนึ่งกอดจำเลยไว้ อีกคนหนึ่งใช้ไม้ตีเช่นนี้ จำเลยใช้มีดพกปลายแหลมยาวเกือบคืบที่แย่งมาได้จากคน 2 คนนั้นแทงคนทั้ง 2 ไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยจะแทงเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกกระทำร้ายเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1413/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตนเกินกว่าเหตุ: ศาลพิจารณาจากสถานการณ์ถูกทำร้ายรุมทำร้าย ไม่มีทางหลบหนี
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 251, 53 โจทก์พอใจมิได้อุทธรณ์หรือแก้อุทธรณ์แต่อย่างใด จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโดยเห็นว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ ดังนี้โจทก์จะฎีกาว่าการกระทำของจำเลยไม่ใช่เป็นการป้องกันเลยไม่ได้ คงฎีกาได้แต่เพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุเท่านั้น
จำเลยถูกคน 2 คนใช้ไม้กลุ้มรุมทำร้าย และคนหนึ่งกอดจำเลยไว้ อีกคนหนึ่งใช้ไม้ตีเช่นนี้จำเลยใช้มีดพกปลายแหลมยาวเกือบคืบที่แย่งมาได้จากคน 2 คนนั้นแทงคนทั้ง 2 ไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยจะแทงเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกกระทำร้ายเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ
จำเลยถูกคน 2 คนใช้ไม้กลุ้มรุมทำร้าย และคนหนึ่งกอดจำเลยไว้ อีกคนหนึ่งใช้ไม้ตีเช่นนี้จำเลยใช้มีดพกปลายแหลมยาวเกือบคืบที่แย่งมาได้จากคน 2 คนนั้นแทงคนทั้ง 2 ไป ย่อมเป็นการแสดงว่าจำเลยจะแทงเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกกระทำร้ายเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันตนพอสมควรแก่เหตุ