พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,039 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาว่าไฟฉายถือเป็นอาวุธในความผิดฐานปล้นทรัพย์หรือไม่ ศาลพิจารณาจากลักษณะของวัตถุ
ไฟฉายชนิดถือเดินทางจะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะว่าจะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา 6 ข้อ 15 แห่ง ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหายปรากฎว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทางเมื่อไม่ปรากฎว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใด ก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่สาสตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่าความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีสาสตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่าจำเลยจะมีความผิดดั่งข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหายปรากฎว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทางเมื่อไม่ปรากฎว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใด ก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่สาสตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาและเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่าความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีสาสตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่าจำเลยจะมีความผิดดั่งข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1311/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาว่าไฟฉายถือเป็นอาวุธในความผิดฐานปล้นทรัพย์หรือไม่ ศาลพิจารณาจากลักษณะของวัตถุ
ไฟฉายชนิดถือเดินทางจะเป็นอาวุธหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ลักษณะว่า จะเป็นเครื่องประหารตามความในมาตรา 6 ข้อ15แห่ง กฎหมายลักษณะอาญาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหาย ปรากฏว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทาง เมื่อไม่ปรากฏว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใดก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่ศาตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา และเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีศาตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่า จำเลยจะมีความผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่
คนร้าย 3 คนขึ้นไปทำการชิงทรัพย์บนเรือนผู้เสียหาย ปรากฏว่าผู้ร้ายไม่มีอาวุธอย่างใดนอกจากไฟฉายสำหรับถือเดินทาง เมื่อไม่ปรากฏว่าไฟฉายนั้นใหญ่และยาวเท่าใดก็จะอนุมานเอาว่าเป็นเครื่องประหารอันสามารถจะใช้กระทำแก่ร่างกายให้แตกหักบุบสลายได้ถึงสาหัสเช่นตระบอง หาได้ไม่ไฟฉายนั้นจึงไม่ใช่ศาตราวุธ คนร้ายนั้นจึงมีความผิดเพียงฐานชิงทรัพย์ไม่ใช่ปล้นทรัพย์
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา และเพิ่งโต้แย้งในชั้นฎีกาว่า ความผิดฐานปล้นทรัพย์จะต้องประกอบด้วยการมีศาตราวุธ ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยให้ได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนว่า จำเลยจะมีความผิดดังข้อที่โจทก์กล่าวหาหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การควบคุมการค้าโคกระบือตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร และการจ่ายเงินสินบนผู้นำจับ
สิ่งของตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควรนั้นหมายถึง โค กระบือด้วย (อ้างฎีกา 2094/2492)
การจ่ายเงินสินบลแก่ผู้นำจับตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร แม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาก็ดี ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอยู่ในลักษณะคดี
โคของกลางที่นำออกนอกเขตโดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการ ริบไม่ได้ต้องคืนเจ้าของ (อ้างฎีกา 202/2493)
การจ่ายเงินสินบลแก่ผู้นำจับตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร แม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาก็ดี ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอยู่ในลักษณะคดี
โคของกลางที่นำออกนอกเขตโดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการ ริบไม่ได้ต้องคืนเจ้าของ (อ้างฎีกา 202/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขต พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควร ครอบคลุมถึงโคกระบือ และอำนาจศาลในการวินิจฉัยเรื่องสินบน
สิ่งของตาม พ.ร.บ.ป้องกันการค้ากำไรเกินควรนั้นหมายถึง โค กระบือด้วย (อ้างฎีกา 2094/2492)
การจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับตาม พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร แม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาก็ดี
ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอยู่ในลักษณะคดี
โคของกลางที่นำออกนอกเขตโดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ ริบไม่ได้ต้องคืนเจ้าของ
(อ้างฎีกา 202/2493)
การจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับตาม พระราชบัญญัติป้องกันการค้ากำไรเกินควร แม้ไม่มีฝ่ายใดฎีกาขึ้นมาก็ดี
ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และอยู่ในลักษณะคดี
โคของกลางที่นำออกนอกเขตโดยฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการฯ ริบไม่ได้ต้องคืนเจ้าของ
(อ้างฎีกา 202/2493)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1729/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ธนบัตรปลอม - ความผิดฐานมีและใช้ธนบัตรปลอม - ฟ้องไม่เคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีธนบัตร์ปลอม โดยรู้ว่าเป็นธนบัตร์ปลอมไว้เพื่อจำหน่าย แล้วจำเลยนำธนบัตรไปเที่ยวซื้อโคกระบือจากราษฎร แม้ไม่ระบุชื่อผู้ใดก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1729/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ธนบัตรปลอมจำหน่าย-ซื้อขาย: ฟ้องเคลือบคลุมไม่กระทบองค์ความผิด
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีธนบัตรปลอม โดยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอมไว้เพื่อจำหน่าย แล้วจำเลยนำธนบัตร ไปเที่ยวซื้อโคกระบือจากราษฎร แม้ไม่ระบุชื่อผู้ใดก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714-1715/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตอำนาจคณะกรมการจังหวัดในการออกประกาศห้ามเคลื่อนย้ายโคกระบือตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภค
ประกาศของคณะกรมการจังหวัดมีความว่าห้ามส่ง หรือยักย้ายโคกระบือออกไปนอกเขตต์จังหวัดนั้น ย่อมหมายความถึงห้ามการส่งออกไปนอกท้องที่ตามความหมายในมาตรา 4(6) พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ 2488 ซึ่งบัญญัติให้เป็นอำนาจของ คณะกรรมการ คณะกรมการจังหวัดผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากกรรมการหามีอำนาจออกคำสั่งเช่นนี้ได้ไม่.
ปัญหาว่า ประกาศของคณะกรมการจังหวัดออกโดยอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ยกขึ้นอ้างอิง ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้.
ปัญหาว่า ประกาศของคณะกรมการจังหวัดออกโดยอาศัยอำนาจ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ยกขึ้นอ้างอิง ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714-1715/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจคณะกรรมการจังหวัดในการควบคุมการเคลื่อนย้ายโคกระบือต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ การออกคำสั่งเกินอำนาจเป็นโมฆะ
ประกาศของคณะกรมการจังหวัดมีความว่าห้ามส่ง หรือยักย้ายโคกระบือออกไปนอกเขตจังหวัดนั้น ย่อมหมายความถึงห้ามการส่งออกไปนอกท้องที่ตามความหมายในมาตรา 4(6) พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคฯ 2488 ซึ่งบัญญัติให้เป็นอำนาจของ คณะกรรมการ คณะกรมการจังหวัดผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากกรรมการหามีอำนาจออกคำสั่งเช่นนี้ได้ไม่
ปัญหาว่า ประกาศของคณะกรมการจังหวัดออกโดยอาศัยอำนาจพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ยกขึ้นอ้างอิง ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้
ปัญหาว่า ประกาศของคณะกรมการจังหวัดออกโดยอาศัยอำนาจพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องอุปโภคฯ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ยกขึ้นอ้างอิง ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความหมายของการลักทรัพย์และการระบุเจตนาทุจริตในฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักทรัพย์ไป การลักทรัพย์ย่อมมีความหมายว่า บังอาจเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยการทุจริตอยู่ในตัวแล้ว ดังนี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตหรือโดยการทุจริต
การอุทธรณ์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้น ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้
การอุทธรณ์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้น ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องลักทรัพย์: การระบุเจตนาทุจริตโดยปริยายจากคำว่า 'ลักทรัพย์'
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักทรัพย์ไป การลักทรัพย์ย่อมมีความหมายว่า บังอาจเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยการทุจจริตอยู่ในตัวแล้ว ดังนี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตหรือโดยการทุจจริต
การอุทธรณ์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้น ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้
การอุทธรณ์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้น ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้