คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.อ. ม. 195

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,039 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับวินิจฉัย เหตุฟ้องฎีกาไม่ชัดเจนถึงข้อผิดพลาดของศาลอุทธรณ์
ฟ้องฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการคลาดเคลื่อน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการสอดคล้องต้องด้วยวิธีพิจารณาในทางอาญายิ่งนัก ไม่ได้กล่าวให้ชัดเจนว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร เป็นฟ้องฎีกาที่ไม่ถูกต้องตามมาตรา 195 ป.ม.วิ.อาญา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 942/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาไม่รับวินิจฉัย เหตุฟ้องฎีกาไม่ชัดเจนข้อกฎหมายที่อ้าง
ฟ้องฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นการคลาดเคลื่อนไม่ชอบด้วยกฎหมายคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการสอดคล้องต้องด้วยวิธีพิจารณาในทางอาญายิ่งนักไม่ได้กล่าวให้ชัดเจนว่า ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร เป็นฟ้องฎีกาที่ไม่ถูกต้องตาม มาตรา 195ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย: การกระทำเพื่อป้องกันการประทุษร้ายต่อตนเองบนเรือน
โจทก์ฟ้องฐานฆ่าคนตาย จำเลยต่อสู้ว่า กระทำโดยบรรดาลโทษะตามมาตรา 55 จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า กระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวตามมาตรา 49(2) ได้
พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาสามารถพิจารณาการป้องกันตัวได้
โจทก์ฟ้องฐานฆ่าคนตาย จำเลยต่อสู้ว่ากระทำโดยบันดาลโทสะตามมาตรา 55 จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่ากระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวตามมาตรา 49(2) ได้
ผู้ตายบังอาจขึ้นไปตีจำเลยถึงบนเรือนของจำเลย ตีแล้วยังถือไม้อยู่เมื่อจำเลยถูกทำร้ายและเป็นเวลาปัจจุบันทันด่วนจำเลยจึงหยิบมีดขอฟันผู้ตายไป 1 ที ถูกผู้ตายการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ลักษณะของเหลวเป็นสุราเถื่อน: หลักฐานต้องชัดเจนจากผู้เชี่ยวชาญ
ในคดีที่หาว่าจำเลยมีน้ำข้าวหมักส่าเชื้อสุราเถื่อนมีแอลกอฮอล์สามารถดื่มกินได้เช่นเดียวกับน้ำสุรา ไว้ในครอบครองนั้น โจทก์ไม่นำผู้ตรวจพิสูจน์ของกลางมาสืบแม้แต่รายงานการตรวจและของกลางก็ไม่ได้ส่งศาล คงนำพยานปากหนึ่งซึ่งไม่ใช่เป็นผู้ตรวจของกลางมาสืบว่าอำเภอได้พิสูจน์ของกลางแล้ว มีดีกรีได้เช่นเดียวกับสุรา ดังนี้ ยังไม่พอจะชี้ได้ว่าของกลางเป็นน้ำสุราตามบทวิเคราะห์แห่งกฎหมายคดีจึงลงโทษจำเลยไม่ได้
ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตามฟ้องและริบของกลางศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์สืบไม่ได้ว่าของกลางเป็นน้ำสุราพิพากษายกฟ้อง แต่ของกลางให้ริบดังนี้ แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาในเรื่องริบของกลาง เมื่อคดียังชี้ขาดไม่ได้ว่าของกลางเป็นของผิดกฎหมาย ย่อมสั่งยกเรื่องริบของกลางเสียได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 284/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เทศมนตรีลักทรัพย์ของเทศบาล แม้คืนเงินก็ยังผิดฐานลักทรัพย์ ศาลพิพากษาแก้โทษจากทุจริตเป็นลักทรัพย์
เทศมนตรีไปที่โรงเก็บของของเทศบาลบอกแก่ผู้เก็บรักษาว่าจะเอาไปซ่อม แล้วเอาของนั้นไปโดยเจตนาทุจริตนั้นเป็นผิดฐานลักทรัพย์
เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปขายโดยเจตนาทุจริต แม้จะเอาเงินมาคืนให้เจ้าของบ้าง ก็คงเป็นผิดฐานลักทรัพย์
ฟ้องว่าจำเลยเป็นเทศมนตรีเอาทรัพย์ของเทศบาลไปขายโดยเจตนาทุจริตอันเป็นผิดตามมาตรา 132 นั้น ถ้ามิได้ระบุว่าจำเลยมีหน้าที่เกี่ยวกับของนั้นอย่างไรแล้ว จะลงโทษตาม มาตรา132 ไม่ได้
ในการกระทำอันเดียวกัน โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์และฐานเจ้าพนักงานทุจริตต่อหน้าที่ศาลชั้นต้นยกข้อหาฐานลักทรัพย์แต่ให้ลงโทษฐานทุจริตต่อหน้าที่จำเลยอุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาฝ่ายเดียวเมื่อศาลสูงเห็นว่าการกระทำนั้นไม่เป็นผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ แต่เป็นผิดฐานลักทรัพย์ดังนี้ ก็ย่อมลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยฎีกาในประเด็นที่เคยยอมรับตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ถือเป็นการไม่สิทธิฎีกาในประเด็นนั้นได้
จำเลยต่อสู้ตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อเท็จจริง
โจทก์ฎีกา จำเลยกล่าวในคำแก้อุทธรณ์ว่า ศาลพิพากษาชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว ดังนี้ จำเลยจะยกข้ออายุความขึ้นเป็นข้อฎีกาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 848/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยฎีกาในประเด็นที่เคยยอมรับคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว ศาลฎีกาไม่รับพิจารณา
จำเลยต่อสู้ตัดฟ้องว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อเท็จจริง
โจทก์ฎีกา จำเลยกล่าวในคำแก้อุทธรณ์ว่า ศาลพิพากษาชอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว ดังนี้ จำเลยจะยกข้ออายุความขึ้นเป็นข้อฎีกาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2490 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอนุญาตให้ผู้เสียหายว่าความร่วมกับอัยการโดยไม่เป็นโจทก์ร่วม ไม่เป็นเหตุให้ต้องพิจารณาคดีใหม่
ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอว่าความร่วมกับอัยยการ ศาลอนุญาต แล้วดำเนินการพิจารณาสืบพะยานโจทก์จำเลยเสร็จจนพิพากษาคดี โดยโจทก์มิได้คัดค้านหรือทักท้วงว่าไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เพิ่งจะมาคัดค้านขึ้นชั้นฎีกา และกระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินไปนั้น ศาลอุทธรณ์มิได้ถือเป็นข้อสำคัญในการวินิจฉัยคดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2490

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขอร่วมว่าความของผู้เสียหาย: ศาลไม่ต้องพิจารณาใหม่หากไม่กระทบผลการพิพากษา
ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอว่าความร่วมกับอัยการ ศาลอนุญาตแล้วดำเนินการพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จจนพิพากษาคดี โดยโจทก์มิได้คัดค้านหรือทักท้วงว่าไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา เพิ่งจะมาคัดค้านขึ้นในชั้นฎีกา และกระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินไปนั้นศาลอุทธรณ์มิได้ถือเป็นข้อสำคัญในการวินิจฉัยคดีแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะสั่งให้มีการพิจารณาใหม่
of 104