คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 94

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,097 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญากู้เป็นนิติกรรมอำพรางเพื่อเปลี่ยนความรับผิดจากค่าเช่านา ความรับผิดจำกัดเฉพาะจำนวนค้างชำระ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์จำเลยเช่านาโจทก์ให้นายตึ๋งทำโดยโจทก์ให้จำเลยทำสัญญากู้ไว้แทนสัญญาเช่านา ดังนี้เมื่อฟังว่าสัญญากู้ที่โจทก์จำเลยกระทำขึ้นก็เพื่อประสงค์จะให้เรียกร้องกันได้เมื่อนายตึ๋งค้างชำระค่าเช่านาเป็นการเปลี่ยนความรับผิดจากการค้ำประกันค่าเช่านามาเป็นการกู้เงินโดยเงื่อนไขที่ว่าหนี้ของลูกหนี้ยังค้างอยู่มิได้ชำระเพียงใด ผู้ค้ำประกันก็รับผิดเพียงนั้น
ฎีกาที่ 799/2493 รูปคดีไม่ตรงกับคดีนี้ เพราะเป็นเรื่องที่นิติกรรมสัญญากู้ที่ทำขึ้นผูกพันคู่กรณีโดยสมบูรณ์แต่คดีนี้ความรับผิดของจำเลยตามกฎหมายมีอยู่สมบูรณ์เพียงจำนวนที่ค้างชำระดังกล่าวมาข้างต้นเท่านั้น หาใช่เป็นการสืบเพิ่มเติมตัดทอนหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขในเอกสารนั้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับสภาพหนี้และการนำสืบเปลี่ยนแปลงเอกสารสัญญา รวมถึงผลของข้อตกลงการชำระหนี้ด้วยทรัพย์สิน
จำเลยรับว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงิน 4,000 บาท และสัญญามีข้อความว่า จำเลยรับเงินไปครบถ้วนแล้ว ดังนี้จำเลยจะขอนำสืบว่าความจริงจำเลยรับเงินไปเพียง 3,850 บาท ไม่ได้ เพราะเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร
สัญญากู้มีข้อความว่า ถ้าเกินกำหนดจำเลยยอมไปโอนกรรมสิทธิที่นาให้แก่โจทก์ แต่โจทก์มิได้ฟ้องขอให้จำเลยโอนชดใช้หนี้โจทก์ โดยมิได้คำนึงถึงราคาตลาด โจทก์ได้ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้คืนด้วย ตาม ม.656 วรรค 2 และ 3 นั้น ข้อตกลงที่เป็นโมฆะก็เฉพาะในเรื่องคิดราคาทรัพย์ที่ชำระหนี้แทนเงิน หาทำให้สัญญากู้เสียไปทั้งฉบับไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 779/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับรองจำนวนเงินกู้ในสัญญากู้ และผลกระทบของการไม่ฟ้องขอให้ชำระหนี้ด้วยทรัพย์สินตามราคาตลาด
จำเลยรับว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงิน 4,000 บาทและสัญญามีข้อความว่า จำเลยรับเงินไปครบถ้วนแล้วดังนี้จำเลยจะขอนำสืบว่าความจริงจำเลยรับเงินไปเพียง 3850บาท ไม่ได้ เพราะเป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร
สัญญากู้มีข้อความว่า ถ้าเกินกำหนดจำเลยยอมไปโอนกรรมสิทธิที่นาให้แก่โจทก์ แต่โจทก์มิได้ฟ้องขอให้จำเลยโอนชดใช้หนี้โจทก์โดยมิได้คำนึงถึงราคาตลาดโจทก์ได้ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้คืนด้วยตามมาตรา 656 วรรคสอง และ สามนั้น ข้อตกลงที่เป็นโมฆะก็เฉพาะในเรื่องคิดราคาทรัพย์ที่ชำระหนี้แทนเงิน หาทำให้สัญญากู้เสียไปทั้งฉบับไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหักล้างเอกสารด้วยการปฏิเสธตามคำให้การ การเบิกความว่าเซ็นเอกสารโดยไม่ทราบข้อความถือเป็นการสืบปฏิเสธ
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ โจทก์อ้างเอกสารว่าจำเลยมอบกรรมสิทธิทรัพย์ที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิและเบิกความว่าได้เซ็นเอกสารนั้น โดยไม่ทราบข้อความ เช่นนี้เท่ากับสืบปฏิเสธดังที่ให้การไว้ จึงสืบหักล้างเอกสารนั้นได้ไม่ต้องห้าม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหักล้างเอกสารโดยการเบิกความต่อศาล และการสืบปฏิเสธตามที่ให้การไว้
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ โจทก์อ้างเอกสารว่าจำเลยมอบกรรมสิทธิ์ทรัพย์ที่พิพาทให้โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์และเบิกความว่าได้เซ็นเอกสารนั้น โดยไม่ทราบข้อความเช่นนี้เท่ากับสืบปฏิเสธดังที่ให้การไว้ จึงสืบหักล้างเอกสารนั้นได้ไม่ต้องห้าม (โจทก์เพิ่งส่งเอกสารเวลาโจทก์เข้าเบิกความเป็นพยาน)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อฝากที่ดินและการกู้เงิน: ศาลอนุญาตให้สืบพยานได้หากมูลหนี้เป็นไปได้
โจทย์ฟ้องว่า สามีโจทก์ได้ขายฝากที่นาไว้กับจำเลย แต่มีเงินให้ไม่ครบ จำเลยจึงทำเป็นหนังสือสัญญาขอให้ใช้เงินแก่โจทก์ไว้ ศาลจะสั่งให้งดสืบพยานโจทก์เสียหาชอบไม่ เพราะมูลหนี้ตามฟ้องย่อมเป็นไปได้ ไม่เป็นการฝืนความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 447/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทเรื่องสัญญาซื้อฝากและสัญญากู้เงิน: ศาลอนุญาตให้สืบพยานได้หากมูลหนี้เป็นไปได้
โจทก์ฟ้องว่า สามีโจทก์ได้ขายฝากที่นาไว้กับจำเลยแต่มีเงินให้ไม่ครบ จำเลยจึงทำเป็นหนังสือสัญญากู้เงินให้แก่โจทก์ไว้ขอให้ใช้เงินศาลจะสั่งให้งดสืบพยานโจทก์เสียหาชอบไม่เพราะมูลหนี้ตามฟ้องย่อมเป็นไปได้ไม่เป็นการฝืนความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขเอกสารสัญญาและการใช้เงินนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดในคดีเงินกู้
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสัญญา จำเลยให้การรับว่า ได้กู้เงินโจทก์เป็นจำนวนตามสัญญากู้ที่ฟ้องนั้น จริง แต่ต่อสู้ว่า จำเลยได้รับเงืนไม่เต็มจำนวนเงินในเอกสารนั้น และจำเลยได้ชำระเงินกู้แก่โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว โดยเช็ค แต่โจทก์ไม่คืนเอกสารสัญญากู้ให้ โดยอ้างว่าทำลายหมดแล้วดังนี้ วินิจฉัยว่าจำเลยจะนำสืบแก้ไขเอกสารว่า ไม่ได้รับเงินเต็มตามจำนวนเงินในเอกสารไม่ได้ และจะนำสืบการใช้เงินนอกเหนือไปจากที่ ก.ม.บัญญัติไว้ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 653 วรรค 2 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขเอกสารสัญญากู้ และการนำสืบการใช้เงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสัญญา จำเลยให้การรับว่าได้กู้เงินโจทก์เป็นจำนวนตามสัญญากู้ที่ฟ้องนั้น จริงแต่ต่อสู้ว่า จำเลยได้รับเงินไม่เต็มจำนวนเงินในเอกสารนั้นและจำเลยได้ชำระเงินกู้แก่โจทก์เสร็จสิ้นแล้วโดยเช็คแต่โจทก์ไม่คืนเอกสารสัญญากู้ให้ โดยอ้างว่าทำลายหมดแล้วดังนี้ วินิจฉัยว่า จำเลยจะนำสืบแก้ไขเอกสารว่า ไม่ได้รับเงินเต็มตามจำนวนเงินในเอกสารไม่ได้และจะนำสืบการใช้เงินนอกเหนือไปจากที่ กฎหมายบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสองไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1496/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบข้อเท็จจริงฐานะตัวแทน-ตัวการ ไม่เป็นการแก้ไขเอกสารสัญญาเช่า
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า โดยอ้างว่าจำเลยอาศัย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์จำเลยและทายาทคนอื่นต่างเป็นผู้เช่าด้วยกัน เพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ครั้งบิดาเป็นผู้เช่า ครั้นบิดาตายแล้ว ทายาททุกคนต่างก็แสดงเจตนาขอเช่าทุกคน แต่เพื่อความสะดวกในการทำสัญญาเช่า จึงให้โจทก์ผู้เดียวเป็นผู้เซ็นสัญญาแทน ดังนี้จำเลยย่อมนำสืบความจริงได้เพราะเป็นการสืบความจริงระหว่างตัวแทนกับตัวการ มิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารสัญญาเช่า
of 110