คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 94

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,097 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจตัวแทนในการทำสัญญาเช่า และการให้สัตยาบันของตัวการ
บุตรเอาที่ดินของบิดามารดาไปให้ผู้อื่นเช่าโดยทำสัญญาเช่ากันเป็นหนังสือลงชื่อบุตรเป็นผู้ให้เช่าแล้วนำสืบว่าที่ทำสัญญาให้เช่าที่รายนี้ ก็โดยได้อำนาจมาจากบิดามารดาการสืบดังกล่าวนี้มิใช่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความในเอกสารสัญญาเช่าแต่อย่างใด
การที่ตัวการให้สัตยาบันการกระทำของตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 823 นั้น หาจำต้องทำเป็นหนังสือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1963-1965/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สถานที่เช่าต่างจากสัญญาเดิม หากผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง ถือเป็นการยินยอมได้
แม้หนังสือสัญญาเช่าจะมีระบุไว้แล้วว่าผู้เช่าเช่าไปเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม ถ้าหากผู้เช่าใช้สถานที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นโดยฝ่ายผู้ให้เช่ามิได้ทักท้วงว่ากล่าว ก็เป็นการยินยอมให้ใช้สถานที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นได้ ฉะนั้นผู้เช่าย่อมนำสืบข้อเท็จจริงที่ได้ปฏิบัติมาต่อกันได้ ไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร อันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ จำเลยให้การว่าเช่าเป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ตามคำให้การดังกล่าวเป็นคำให้การที่เข้าอยู่ในข่ายพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯแล้ว การนำสืบและคำวินิจฉัยของศาลที่เป็นไปในทางที่ว่า การเช่าของจำเลยอยู่ในความควบคุมตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯหรือไม่ จึงไม่เป็นการนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1963-1965/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้สถานที่เช่าต่างจากที่ระบุในสัญญา สิทธิของผู้เช่าและการยินยอมของผู้ให้เช่า
แม้หนังสือสัญญาเช่าจะมีระบุไว้แล้วว่าผู้เช่าเช่าไปเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ ก็ตาม ถ้าหากผู้เช่าใช้สถานที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นโดยฝ่ายผู้ให้เช่ามิได้ทักท้วงว่ากล่าว ก็เป็นการยินยอมให้ใช้สถานที่เช่าเพื่อการอย่างอื่นได้ ฉะนั้นผู้เช่าย่อมนำสืบข้อเท็จจริงที่ได้ปฏิบัติมาต่อกันได้ ไม่เป็นการสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลงเอกสาร อันต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 94
ฟ้องว่าจำเลยเช่าห้องเพื่อประกอบการค้าเป็นส่วนใหญ่ จำเลยให้การว่าเช่าเป็นที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ ตามคำให้การดังกล่าวเป็นคำให้การที่เข้าอยู่ในข่าย พ.ร.บ.ควบคุมการเช่า ฯ แล้วการนำสืบและคำวินิจฉัยของศาลที่เป็นไปในทางที่ว่า การเช่าของจำเลยอยู่ในความควบคุมตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ หรือไม่ จึงไม่เป็นการนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1594/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำนองเพื่อประกันหนี้บุคคลอื่น: ข้อจำกัดการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาเพื่อใช้บังคับ
สัญญาจำนอง ซึ่งมีข้อความว่าเป็นประกันเงิน ซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้นั้น ถ้าผู้รับจำนองจะขอสืบว่าการรับจำนองนั้นผู้รับจำนองแสดงเจนาไปด้วยสำคัญผิดว่า ผู้จำนองจำนองเพื่อประกันบุคคลอื่น ฉะนั้นที่ทำสัญญาไปเป็นการประกันผู้จำนองเอง จึงเป็นการแสดงเจตนาด้วยสำคัญผิดในสิ่ง ซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมเพื่อต่อสู้ว่า นิติกรรมเป็นโมฆะตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 119 นั้น ผู้รับจำนองอาจนำสืบได้ แต่ถ้าผู้รับจำนองขอสืบว่า ข้อความในสัญญาจำนองที่มีว่า "เป็นประกันเงิน ซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้" เป็นว่าเป็นประกันบุคคลอื่นเพื่อให้สัญญาจำนองมีผลบังคับได้ดั่งข้อความที่ผู้รับจำนองขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ดังนี้ เป็นการต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 (ข)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1594/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สำคัญผิดในสัญญาจำนอง: การนำสืบเพื่อแก้ไขเจตนาและข้อยกเว้นตามวิธีพิจารณาความแพ่ง
สัญญาจำนอง ซึ่งมีข้อความว่าเป็นประกันเงิน ซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้ นั้น ถ้าผู้รับจำนองจะขอสืบว่าการรับจำนองนั้นผู้รับจำนองแสดงเจตนาไปด้วยสำคัญผิดว่าผู้จำนองจำนองเพื่อประกันบุคคลอื่น ฉะนั้นที่ทำสัญญาไปเป็นการประกันผู้จำนองเอง จึงเป็นการแสดงเจตนาด้วยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม เพื่อต่อสู้ว่านิติกรรมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 119นั้น ผู้รับจำนองอาจนำสืบได้ แต่ถ้าผู้รับจำนองขอสืบว่าข้อความในสัญญาจำนองที่มีว่า "เป็นประกันเงิน ซึ่งผู้จำนองเป็นหนี้" เป็นว่าเป็นประกันบุคคลอื่นเพื่อให้สัญญาจำนองมีผลบังคับได้ดั่งข้อความที่ผู้รับจำนองขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง ดังนี้ เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้คดีเรื่องหนี้สินต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามฟอร์มสัญญา การนำสืบพยานนอกประเด็นที่ให้การไว้ไม่รับฟัง
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามหนังสือสัญญากู้ จำเลยต่อสู้ไว้เพียงว่าใช้เงินให้บ้างแล้ว และโจทก์รับว่าจะบันทึกการใช้เงินไว้ท้ายสัญญากู้ให้ ดังนี้ ตามคำต่อสู้ของจำเลยไม่ปรากฏว่ามีหลักฐานการใช้เงินเป็นหนังสือแต่อย่างใดจำเลยจะนำพยานมาสืบถึงการใช้เงินไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ส่วนข้อที่จำเลยนำพยานมาสืบว่าโจทก์ได้บันทึกการใช้เงินไว้ท้ายสัญญากู้แล้ว (ถูกฉีกขาดหายไป) นั้น เป็นการนำสืบนอกประเด็นที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้ จึงรับฟังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้เงินกู้และการนำสืบหลักฐานการชำระหนี้ การสืบพยานนอกประเด็นที่ให้การไว้
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามหนังสือสัญญากู้ จำเลยต่อสู้ไว้เพียงว่าใช้เงินให้บ้างแล้วและโจทก์รับว่าจะบันทึกการใช้เงินไว้ท้ายสัญญากู้ให้ ดังนี้ ตามคำต่อสู้ของจำเลยไม่ปรากฎว่ามีหลักฐานใช้เงินเป็นหนังสือแต่อย่างใดจำเลยจะนำพยานมาสืบถึงการใช้เงินไม่ได้ ต้องห้ามตาม ม.653 ป.พ.ม.
ส่วนข้อที่จำเลยนำพยานมาสืบว่าโจทก์ได้บันทึกการใช้เงินไว้ท้ายสัญญากู้แล้ว ( ถูกฉีกาขาดหายไป ) นั้นเป็นการนำสืบนอกประเด็นที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้ จึงรับฟังไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1034/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตั๋วรูปพรรณช้างแสดงความเป็นเจ้าของได้
ตั๋วพิมพ์รูปพรรณช้างมีชื่อ 2 คนเป็นเจ้าของ คนที่มีชื่อนั้นย่อมนำสืบถึงความจริงได้ว่าใครเป็นเจ้าของอันแท้จริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1034/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ตั๋วรูปพรรณช้าง: การมีชื่อในตั๋วเป็นหลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของได้ ไม่ตัดสิทธิ์การนำสืบ
ตั๋วพิมพ์รูปพรรณช้างมีชื่อ 2 คนเป็นเจ้าของ คนที่มีชื่อนั้นย่อมนำสืบถึงความจริงได้ว่าใครเป็นเจ้าของอันแท้จริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการนำสืบพยานบุคคลเพื่อต่อสู้ว่าสัญญาไม่สมบูรณ์เนื่องจากถูกหลอกลวง
โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินกู้ตามสัญญากู้ จำเลยให้การว่าสัญญารายนี้ไม่สมบูรณ์เพราะจำเลยมิได้กู้เงินเอาเงินของโจทก์ไปเลย หากแต่จำเลยถูกหลอกลวงให้พิมพ์ลายมือลงในสัญญา ดังนี้จำเลยย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลเข้าสืบประกอบข้อต่อสู้ของจำเลยได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94
of 110