พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,097 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการนำสืบพยานเมื่อต่อสู้ว่าสัญญาไม่สมบูรณ์เพราะถูกหลอกลวง
โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินกู้ตามสัญญากู้ จำเลยให้การว่าสัญญารายนี้ไม่สมบูรณ์เพราะจำเลยมิได้กู้เอาเงินของโจทก์ไปเลย หากแต่จำเลยถูกหลอกลวงให้พิมพ์ลายมือลงในสัญญา ดังนี้ จำเลยย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลเข้าสืบประกอบข้อต่อสู้ของจำเลยได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 775/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าเคหะอยู่อาศัย: คุ้มครองตามกฎหมาย แม้ไม่มีสัญญาเช่า หลักฐานการชำระเงินใช้ได้
การเช่าเคหะอยู่อาศัยนั้นจะมีหนังสือสัญญาเช่าหรือไม่มีก็ย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯเหมือนกัน
ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งซึ่งแสดงว่าได้ชำระหนี้แล้วมิได้หมายความว่าถ้าไม่มีใบเสร็จรับเงินค่าเช่าแล้ว จะเถียงว่ามีการเช่าไม่ได้
ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งซึ่งแสดงว่าได้ชำระหนี้แล้วมิได้หมายความว่าถ้าไม่มีใบเสร็จรับเงินค่าเช่าแล้ว จะเถียงว่ามีการเช่าไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 775/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าเคหะอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ แม้ไม่มีสัญญาเช่า การไม่มีใบเสร็จไม่กระทบการเช่า
การเช่าเคหะอยู่อาศัยนั้นจะมีหนังสือสัญญาเช่าหรือไม่มี ก็ย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯเหมือนกัน
ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งซึ่งแสดงว่าได้ชำระหนี้แล้ว มิได้หมายความว่าถ้าไม่มีใบเสร็จรับเงินค่าเช่าแล้ว จะเถียงว่ามีการเช่าไม่ได้
ใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งซึ่งแสดงว่าได้ชำระหนี้แล้ว มิได้หมายความว่าถ้าไม่มีใบเสร็จรับเงินค่าเช่าแล้ว จะเถียงว่ามีการเช่าไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับข้อความในสัญญาจะซื้อขายไม่เป็นเหตุต้องห้าม
โจทก์ฟ้องขอให้ทำลายสัญญาจะซื้อขายอ้างว่าจำเลยลวงให้ โจทก์เซ็นสัญญาแม้สัญญาจะซื้อขายที่ดินมีข้อความชัดเจนว่าผู้ขายได้รับเงินราคาที่ดินไปครบถ้วนแล้วก็ดี แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายรับกันว่าความจริงเงินราคาที่ดินยังไม่ถึงมือผู้ขายโดยผู้ซื้อนำไปมอบไว้แก่เจ้าอาวาสวัดหนึ่งไว้โดยผู้ซื้ออ้างว่าผู้ขายตกลงให้ไปมอบ แต่ผู้ขายปฏิเสธว่าไม่ได้ตกลงให้ไปมอบเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องสืบพยานกันว่าความจริงเป็นอย่างไรไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เพราะเป็นการสืบหักล้างข้อความในสัญญาไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแก้ไข
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 763/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์การชำระราคาที่ดินที่แท้จริง แม้สัญญาจะระบุการชำระแล้ว การสืบพยานเพื่อหักล้างข้อความในสัญญาทำได้
แม้สัญญาจะซื้อขายที่ดินมีข้อความชัดเจนว่า ผู้ขายได้รับเงินราคาที่ดินไปครบถ้วนแล้วก็ดี แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายรับกันว่า ความจริงเงินราคาที่ดินยังไม่ถึงมือผู้ขาย โดยผู้ซื้อนำไปมอบไว้แก่เจ้าอาวาสวัดหนึ่งไว้ โดยผู้ซื้ออ้างว่าผู้ขายตกลงให้ไปมอบแต่ผู้ขายปฏิเสธว่าไม่ได้ตกลงให้ไปมอบเช่นนี้ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องสืบพยานกันว่าความจริงเป็นอย่างไร ไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 เพราะเป็นการสืบหักล้างข้อความในสัญญาไม่ใช่เปลี่ยนแปลงแก้ไข
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงที่มิได้รับอนุญาตและข้อตกลงลดค่าเช่าที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ1,500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกันจะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าช่วง & การบอกล้างนิติกรรม: ผู้เช่าช่วงทราบข้อเท็จจริงแต่ยังรับประโยชน์ ไม่อาจอ้างเหตุบอกล้างสัญญาได้
ผู้เช่าเอาโรงแรมมาให้เช่าช่วงโดยไม่รับความยินยอมจากผู้เช่าเดิมทั้งมิได้บอกผู้เช่าช่วงให้รู้ว่าเป็นการเช่าช่วงนั้น เมื่อผู้เช่าช่วงรู้ความจริงภายหลัง แต่ก็มิได้โต้แย้ง หรือบอกล้างแต่อย่างใด คงใช้และรับประโยชน์จากโรงแรมที่เช่านั้นตลอดมา ดังนี้ผู้เช่าช่วงจะไม่ยอมใช้ค่าเช่าแก่ผู้เช่าโดยอ้างเหตุดังกล่าวหาได้ไม่
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้
ตามหนังสือสัญญาเช่า(อสังหาริมทรัพย์) กำหนดค่าเช่าไว้เดือนละ 1500 บาท จะขอสืบพยานบุคคลว่าได้มีการตกลงกันใหม่ ลดค่าเช่าลงนั้น เมื่อไม่ได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือต่อกัน จะมาขอนำสืบพยาน ดังนี้ย่อมไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้เช่า: เช่าเพื่อค้า vs. อยู่อาศัย
สัญญาเช่ามีข้อความว่าเช่าเพื่อการค้า ผู้เช่าก็มีสิทธิจะต่อสู้และนำสืบได้ว่าตนเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการต่อสู้หักล้างข้อตกลงเช่าเพื่อการค้า หากผู้เช่าพิสูจน์ได้ว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย
สัญญาเช่ามีข้อความว่าเช่าเพื่อการค้า ผู้เช่าก็มีสิทธิจะต่อสู้และนำสืบได้ว่าตนเช่าเพื่ออยู่อาศัยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 325/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสืบพยานหักล้างความสมบูรณ์ของสัญญา การข่มขู่เป็นเหตุให้สัญญาเป็นโมฆะ
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามสัญญากู้จากจำเลย ๆ ให้การต่อสู้ว่า สัญญากู้เกิดจากการขมขู่และไม่ได้รับเงินเลย ดังนี้จำเลยย่อมนำสืบตามข้อต่อสู้ได้เพราะเป็นการสืบหักล้างว่าสัญญาหรือหนี้ตามเอกสารนั้นว่าไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย