พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,097 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายที่ดิน: การเปลี่ยนแปลงสัญญาและการรับฟังพยานหลักฐานนอกเอกสาร
จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์และได้มีการวางมัดจำด้วย แต่ความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายมุ่งจะผูกมัดกันโดยหนังสือสัญญานี้ส่วนการวางมัดจำเป็นแต่ข้อสัญญากันข้อหนึ่ง หาใช่ตกลงกันทำสัญญาด้วยการวางมัดจำไม่ กรณีเข้า ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94 คู่ความจะสืบว่าตกลงเป็นพิเศษว่า จำเลยต้องให้ผู้เช่าออกไปจากที่ก่อนโอน โดยไม่ปรากฎในหนังสือสัญญาเช่นนี้ ศาลรับฟังไม่ได้โดยขัดกับมาตรา 94.
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 21/2492
ประชุมใหญ่ครั้งที่ 21/2492
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1545/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อตกลงพิเศษนอกเหนือจากสัญญาซื้อขายและการวางมัดจำ ศาลไม่อาจรับฟังได้หากไม่ปรากฏในสัญญา
จำเลยได้ทำหนังสือสัญญาจะขายที่ดินให้แก่โจทก์และได้มีการวางมัดจำด้วย แต่ความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายมุ่งจะผูกมัดกันโดยหนังสือสัญญานี้ ส่วนการวางมัดจำเป็นแต่ข้อสัญญากันข้อหนึ่ง หาใช่ตกลงกันทำสัญญาด้วยการวางมัดจำไม่ กรณีเข้า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 คู่ความจะสืบว่ามีข้อตกลงเป็นพิเศษว่า จำเลยจะต้องให้ผู้เช่าออกไปจากที่ก่อนโอน โดยไม่ปรากฏในหนังสือสัญญาเช่นนี้ ศาลรับฟังไม่ได้โดยขัดกับมาตรา 94(ประชุมใหญ่ ครั้งที่21/92)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1470/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความสัญญา: ศาลมีหน้าที่ชี้ขาดความหมายตามสัญญา และอาจสืบพยานเพื่อประกอบการตีความได้
เมื่อจำเลยให้การเถียงความหมายในการแปลสัญญา ศาลจึงมีหน้าที่จะต้องชี้ขาดว่าสัญญานั้นมีความหมายว่าอย่างไร ถ้าหากสัญญามีข้อความชัดเจนเห็นความหมายได้แล้ว ศาลก็ย่อมตีความสัญญาไปตามนั้น หากถ้อยคำในสัญญาเป็นที่สงสัยศาลก็อาจดำเนินการสืบพยานถึงพฤติการณ์ต่างๆ ตลอดจนประเพณีเพื่อนำมาใช้ประกอบในการตีความนั้นได้ตามกรณี ดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ตอนท้ายอนุญาตไว้
มาตรา 11 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ย่อมเป็นหลักในการแปลสัญญาจริง แต่มีความหมายเพียงว่าเมื่อศาลได้พิเคราะห์ถึงเหตุผลและพฤติการณ์อันจะนำมาประกอบการแปลหมดแล้ว กรณียังมีข้อสงสัยอยู่ จึงให้ตีความไปตามหลักที่กล่าวในมาตรา11 แต่ไม่ได้หมายความว่า ศาลจะใช้มาตรา 11 แปลสัญญาโดยไม่เหลียวแลถึงเหตุผลและพฤติการณ์ประกอบสัญญานั้นเสียเลย เมื่อถ้อยคำในสัญญายังเป็นที่สงสัย และศาลล่างสั่งงดสืบพยานมา ศาลฎีกามีอำนาจให้ศาลล่างพิจารณาพิพากษาใหม่
มาตรา 11 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ย่อมเป็นหลักในการแปลสัญญาจริง แต่มีความหมายเพียงว่าเมื่อศาลได้พิเคราะห์ถึงเหตุผลและพฤติการณ์อันจะนำมาประกอบการแปลหมดแล้ว กรณียังมีข้อสงสัยอยู่ จึงให้ตีความไปตามหลักที่กล่าวในมาตรา11 แต่ไม่ได้หมายความว่า ศาลจะใช้มาตรา 11 แปลสัญญาโดยไม่เหลียวแลถึงเหตุผลและพฤติการณ์ประกอบสัญญานั้นเสียเลย เมื่อถ้อยคำในสัญญายังเป็นที่สงสัย และศาลล่างสั่งงดสืบพยานมา ศาลฎีกามีอำนาจให้ศาลล่างพิจารณาพิพากษาใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสืบพยานเพื่อแสดงความหมายของเอกสาร และขอบเขตของคำว่า 'บ้านเรือน' ในที่ดิน
จำเลยจะขอสืบพยานถึงคำ 'บ้านเรือนของนางสนิทไม่เกี่ยวข้องในที่ดินรายนี้' ว่ารวมถึงที่ดินที่ปลูกอยู่ด้วยนั้นเป็นการสืบแสดงความหมายของข้อความแห่งเอกสารว่า ข้อความนั้นหมายถึงที่ดินด้วย ซึ่งเป็นการสืบแสดงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตีความหมายผิด ดังข้อความวรรคท้ายของมาตรา 94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง จำเลยมีสิทธินำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรานี้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2494)
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2494)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 762/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ให้เช่ามีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ในกรณีที่ผู้ให้เช่าเดิมฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วง ซึ่งได้เช่าช่วงไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเดิมนั้นผู้เช่าช่วงโดยมิชอบนี้จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ให้เช่าเดิมว่า ผู้ให้เช่าเดิมไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงว่ามีการเช่าช่วงจึงจะนำสืบพยานบุคคลไม่ได้ ดังนี้ หามีสิทธิยกขึ้นต่อสู้ได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สำเนาพินัยกรรมที่ทนายความเบิกความยืนยันความถูกต้อง ใช้แทนต้นฉบับที่สูญหายได้
เคยพิพาทกันเรื่องพินัยกรรม์และได้ส่งต้นฉะบับพินัยกรรมต่อศาล คู่ความในคดีนั้นได้ขอคืนไปจากศาลแล้วตัวก็มาตาย เป็นอันเรียกมาเป็นพะยานในคดีใหม่ไม่ได้ แต่คงมีสำเนาอยู่ในสำนวนแม้ในสำเนาฉะบับนั้น จะมิได้มีลายเซ็นชื่อรับรองไว้ก็ดี ทนายความผู้คัดสำเนาพินัยกรรม์ฉะบับนั้น ก็ได้มาเบิกความยืนยันว่าพะยานได้คัดถูกต้องตรงกับต้นฉะบับแล้ว ดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าสำเนาพินัยกรรม์นั้นเป็นสำเนาอันถูกต้อง ตรงกับต้นฉะบับแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับรองสำเนาพินัยกรรมโดยทนายความผู้คัดสำเนา ย่อมถือเป็นหลักฐานรับรองความถูกต้องของสำเนาได้
เคยพิพาทกันเรื่องพินัยกรรมและได้ส่งต้นฉบับพินัยกรรมต่อศาลคู่ความในคดีนั้นได้ขอคืนไปจากศาลแล้วตัวก็มาตาย เป็นอันเรียกมาเป็นพยานในคดีใหม่ไม่ได้ แต่คงมีสำเนาอยู่ในสำนวน แม้ในสำเนาฉบับนั้น จะมิได้มีลายเซ็นชื่อรับรองไว้ก็ดี ทนายความผู้คัดสำเนาพินัยกรรมฉบับนั้น ก็ได้มาเบิกความยืนยันว่าพยานได้คัดถูกต้องตรงกับต้นฉบับแล้วดังนี้ ย่อมฟังได้ว่าสำเนาพินัยกรรมนั้นเป็นสำเนาอันถูกต้อง ตรงกับต้นฉบับแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 122/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสละสิทธิครอบครองที่ดินไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ สิทธิครอบครองอาจเกิดขึ้นได้จากการตกลงและครอบครองปรปักษ์
การสละสิทธิครอบครองที่ดิน ไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือจึงไม่ใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงฉะนั้นสืบแต่พยานบุคคล ก็ย่อมรับฟังได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2492
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้คดีโดยอ้างเอกสารปลอมและการสืบพยานนอกประเด็น
จำเลยให้การว่า สัญญาเช่า หากจะมีก็เป็นเอกสารปลอมซึ่งโจทก์กระทำขึ้นด้วยความไม่สุจริต ดังนี้ จำเลยย่อมสืบได้ว่า สัญญาเกิดขึ้นด้วยความไม่สุจริตได้มิใช่เป็นการสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้แต่อย่างใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับฟังพยานหลักฐานจากบัญชีของจำเลย โดยไม่ต้องนำบัญชีมาแสดงต่อศาล
พยานโจทก์เป็นผู้ได้ตรวจดูบัญชีชื่อฝิ่น และบัญชีร้านฝิ่นของจำเลยแล้วบันทึกไว้ ขณะเป็นพยาน ๆ ยังได้รับรองต่อหน้าศาล ดังนี้ โจทก์ไม่จำต้องอ้างบัญชีดังกล่าวมาแสดงต่อศาลอีกก็รับฟังเป็นความจริงได้