คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.อ. ม. 59

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,272 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 902/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาพยายามฆ่าจากการบุกรุกชิงทรัพย์: ศาลฎีกาตัดสินความผิดฐานพยายามฆ่าและชิงทรัพย์
จำเลยลักทรัพย์ เจ้าทรัพย์เข้าจับ จำเลยต่อสู้ใช้มีดปลายแหลมยาวทั้งตัวและด้ามเท่าปากกาหมึกซึมแทงเจ้าทรัพย์ 10 กว่าแผลรักษาเดือนเศษจึงหาย ไม่ใช่เรื่องวิวาทต่อสู้จำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าคนโดยเจตนา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 605/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนายิงเพื่อประทับโทษฐานพยายามฆ่า แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าปืนลั่น
ยิงในระหว่างวิวาท 2 นัด นัดหนึ่งถูกคู่วิวาทที่น่องทะลุ เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าโดยเจตนา
คู่วิวาทฝ่ายหนึ่งใช้หอกแทงฝ่ายหนึ่งใช้ปืนตี ปืนลั่น 2 นัดถูกอีกฝ่ายหนึ่งที่น่องทะลุ แม้จะฟังไม่ได้ว่าได้ยิงโดยอาการอย่างใดก็ยังฟังได้ว่าฝ่ายที่ถือปืนอยู่ในมือตั้งใจยิง ไม่ใช่ลั่นไปเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการโรงงานต่อการใช้แสตมป์ปลอม: ต้องมีเจตนาหรือรู้เห็น
คนงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่ไปซื้อแสตมป์มาปิดขวดน้ำอัดลม กระทำผิด ก.ม.ไปซื้อแสตมป์ปลอมมา
แม้จำเลยเป็นผู้จัดการทำน้ำอัดลม มีหน้าที่จะต้องดูแลความเป็นไปและกิจการของโรงงานให้เป็นที่เรียบร้อย และถูกต้องตาม ก.ม.ถ้ามีสิ่งใดผิดพลาดจำเลยจะต้องรับผิดก็ดี เมื่อคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบในการซื้อแสตมป์นั้น ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้เพราะเป็นการขัดต่อหลักก.ม.ว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางอาญา ดังที่บัญญัติไว้ใน ก.ม.ลักษณะอาญา ม.7 และ 43 และประมวล ก.ม.อาญา ม.2 และ 59 ไม่เหมือนกับความรับผิดในทางแพ่งดังที่บัญญัติไว้ใน ป.พ.พ.ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2500

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางอาญาของผู้จัดการโรงงานต่อการใช้แสตมป์ปลอม: ต้องพิสูจน์เจตนาและรู้เห็น
คนงานของบริษัทซึ่งมีหน้าที่ไปซื้อแสตมป์มาปิดขวดน้ำอัดลม กระทำผิดกฎหมายไปซื้อแสตมป์ปลอมมา
แม้จำเลยเป็นผู้จัดการทำน้ำอัดลม มีหน้าที่จะต้องดูแลความเป็นไปและกิจการของโรงงานให้เป็นที่เรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมาย ถ้ามีสิ่งใดผิดพลาดจำเลยจะต้องรับผิดก็ดีเมื่อคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้สมคบในการซื้อแสตมป์นั้น ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้เพราะเป็นการขัดต่อหลักกฎหมายว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางอาญา ดังที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 7 และ 43 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 และ 59 ไม่เหมือนกับความรับผิดในทางแพ่งดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 425

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1491/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฆ่าโดยพยาบาทจากความสัมพันธ์ชู้สาว ศาลยืนตามคำพิพากษาเดิม
การที่ใช้มีดถางกอหญ้าฟันเขาถึง 3 แผล ๆ ที่คอเป็นแผลฉกรรจ์และถึงแก่ความตายในขณะนั้น อันมีสาเหตุเพราะจำเลยเป็นชู้กับเมียผู้ตายและอยากจะอยู่ด้วยกัน การที่จำเลยขุดินร่วมครึ่งชั่วโมงลอดตัวเข้าไปฆ่าผู้ตายซึ่งนอนอยู่ในโรงไม้ได้สมประสงค์เช่นนี้ย่อมแสดงว่าจำเลยกระทำโดยพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายตาม ม.250
การลดโทษประหารชีวิตตาม ม.59,37 นั้นต้องควบกัน ม.37 เป็นหลักเกณฑ์การลดโทษว่ามากน้อยเพียงไร ม.59 เป็นดุลยพินิจในการลดโทษให้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1484/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ดุลยพินิจศาลในการลดโทษตาม ม.59 อาญา: ไม่เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่รับฎีกา
การลดโทษฐานปราณีแก่จำเลยตาม ก.ม.อาญา ม.59 นั้นเป็นการใช้ดุลยพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริงฉะเพาะเรื่อง มิใช่เป็นข้อ ก.ม.
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยคนละ 6 เดือนฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บตาม ม. 254-63 ลดฐานปราณีตาม ม.59 กึ่งหนึ่งคงจำคุกคนละ 3 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยคนละ 1 ปี 6 เดือน โดยบทมาตราเดียวกันและไม่ลดฐานปราณีให้เพราะถือว่าจำเลยจำนนแก่พยานดังนี้ถือว่าการลดโทษฐานปราณีแก่จำเลยตามม.59 เป็นการใช้ดุลยพินิจซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่อง ไม่ใช่เป็นข้อ ก.ม.จึงฎีกาไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1247/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเพิ่มลดโทษที่กึ่งหนึ่งเท่ากัน ศาลต้องหักกลบลบกันตาม ม.39 และการเพิ่มโทษซ้ำซ้อน
เมื่อโทษที่จะเพิ่มและจะลดมีกำหนด (กึ่งหนึ่ง ) เท่ากัน ศาลต้องให้หักกลบลบกันไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลด
แม้ ม. 293 จะกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงไว้ไม่เกิน 5 ปี แต่เมื่อมีการเพิ่มโทษ ผู้นั้นก็ยังต้องถูกเพิ่มโทษอีกโสดหนึ่งด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 614/2498

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้ดุลยพินิจลดโทษจากประวัติผู้ต้องหาและการพิจารณาเหตุปราณีตามกฎหมาย
เหตุปราณีที่ว่าจำเลยเป็นคนมีความประพฤติเรียบร้อยไม่เคยกระทำผิดมาก่อนก็เป็นเหตุทำนองเดียวกับ ม. 59 บัญญัติว่า "ผู้กระทำผิดเป็นผู้ที่มีความดีมาแต่ก่อน"นั่นเอง
การที่จะปราณีลดโทษแก่ผู้กระทำความผิดหรือไม่เป็นดุลยพินิจของศาล

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 339/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันเกินกว่าเหตุในคดีทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย ศาลอุทธรณ์ลดโทษโดยใช้ดุลยพินิจ
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ม.+,53 ให้จำคุก 20ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ม.249,53 เช่นเดียวกับศาลชั้นต้น แต่แก้อัตราโทษเป็นจำคุกจำเลยไว้เพียง 6ปี และลดตาม ม.59 อีกคงเหลือโทษจำคุกเพียง 4 ปี เช่นนี้เป็นการแก้มาก ฎีกาได้ไม่ต้องห้าม ตาม ป.วิ.อาญา ม. 218.(ประชุมใหญ่)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษจำเลยในคดีอาญาที่มีอัตราโทษสูง แม้รับสารภาพ ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนพอใจและลงโทษตามพฤติการณ์ที่กระทำ
คดีอาญาที่มีอัตราโทษอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่า จำเลยได้กระทำผิดจริง เมื่อศาลฟังพยานโจทก์ได้ความว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกินแก่เหตุ ศาลย่อมลงโทษเท่าที่จำเลยได้กระทำผิดได้
of 128