พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,272 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1354-1355/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาและความผิดฐานก่อความวุ่นวายในที่ประชุมศาสนิกชน
จำเลยยิง พ. ตายในบริเวณวัดและไล่ยิง ว. ไปจนถึงโรงธรรมในเวลาที่ยังไม่มีการประชุมศาสนิกชนหรือกระทำพิธีกรรมทางศาสนาถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาก่อให้เกิดความวุ่นวายในที่ประชุมศาสนิกชนการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 207
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1232/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประมาทขับรถบนถนนชำรุดทำให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต ความรับผิดชอบและเหตุบรรเทาโทษ
จำเลยขับรถยนต์ไปตามถนนหลวงที่เป็นหลุมเป็นบ่อด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้รถเกิดการกระแทกโดยแรง ทำให้เสื้อเพลารถซึ่งแตกร้าวอยู่ก่อนแล้วขาด ล้อหลังข้างซ้ายของรถจึงหลุดกลิ้งออกไปชนกระแทก ส. โดยแรงถึงแก่ความตาย นับว่าผลที่เกิดขึ้นจากความประมาทของจำเลย และเหตุที่ทำให้ ส. ตาย เป็นเรื่องที่ถึงคราวจะเกิดขึ้นในเวลาและสถานที่ที่พอดีกัน สภาพความผิดในคดีนี้ไม่เป็นความผิดประมาทอย่างร้ายแรง ทั้งคดีมีเหตุบรรเทาโทษโดยจำเลยให้การรับสารภาพและได้ช่วยเหลือจัดการศพผู้ตายสมควรให้รอการลงโทษจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษทางอาญา: ดุลพินิจศาล, การประมาทเลินเล่อ, การชดใช้ค่าเสียหาย และการปราบปรามอาชญากรรม
การลงโทษแก่ผู้กระทำผิดมิใช่คำนึงแต่เพียงในแง่ส่วนตัวของผู้กระทำผิดเท่านั้นแต่เพื่อปราบปรามให้เกรงขามและรักษาความสงบเรียบร้อยโดยทั่ว ๆ ไปด้วย การที่จำเลยกระทำโดยประมาทอย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้คนตายนั้น แม้จำเลยได้ยอมชดใช้เงินค่าเสียหายให้แก่เจ้าทุกข์และบิดาผู้ตายก่อนโดยดีมาตั้งแต่ต้นก็ตาม ก็เป็นข้อที่ศาลได้มีดุลพินิจกำหนดโทษให้เบาลงมากอยู่แล้ว ฉะนั้นจึงยังไม่มีเหตุสมควรที่จะรอการลงโทษให้จำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าจากการทำร้ายด้วยอาวุธอันตราย: การป้องกันตัวที่ไม่สมเหตุสมผล
การที่จำเลยใช้มีดพับตัวมีดยาวราว 6 นิ้ว แทงผู้ตายที่หน้าอกอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญ แผลลึกถึง 5 นิ้วตัดหัวใจแสดงว่าตั้งใจแทงโดยแรง และผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะแผลนี้ฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1224/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่า vs. ทำร้ายร่างกาย: การพิจารณาจากบาดแผลและพฤติการณ์
จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาวทั้งด้ามและใบมีดประมาณ 1 คืบเฉพาะตัวมีดยาวประมาณครึ่งคืบแทงผู้เสียหายที่หน้าอกอันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญเพียงทีเดียวเป็นบาดแผลขนาด 1.5X1/2X1.5 เซนติเมตร แพทย์ลงความเห็นว่า แผลไม่ร้ายแรงที่จะทำให้ถึงแก่ความตายได้รักษาประมาณ 12 วันหาย ถ้าไม่มีโรคแทรก ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1224/2515 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่า: การพิจารณาจากบาดแผล, พฤติการณ์ และอาการเมาสุราของผู้กระทำ
จำเลยใช้มีดปลายแหลมยาวทั้งด้ามและใบมีดประมาณ 1 คืบเฉพาะตัวมีดยาวประมาณครึ่งคืบ แทงผู้เสียหายที่หน้าอก อันเป็นอวัยวะส่วนสำคัญเพียงทีเดียว เป็นบาดแผลขนาด 1.5X1/2X1.5 เซนติเมตรแพทย์ลงความเห็นว่า แผลไม่ร้ายแรงที่จะทำให้ถึงแก่ความตายได้รักษาประมาณ 12 วันหาย ถ้าไม่มีโรคแทรก ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 531/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าในคดีทำร้ายร่างกาย: ศาลฎีกาตัดสินว่าการทำร้ายโดยไม่มีเหตุโกรธเคืองรุนแรง ไม่ถือเป็นเจตนาฆ่า แม้ใช้มีด
จำเลยกับผู้เสียหายมีปากเสียงกันก่อนด้วยเรื่องผู้เสียหายเลี้ยงสุกร มูลสุกรส่งกลิ่นเหม็นไปถึงห้องที่จำเลยเช่าแล้วจำเลยได้ไปเอามีดปังตอปลายแหลมจากห้องที่จำเลยเช่ามาฟันและแทงผู้เสียหายเป็นบาดแผลที่ขมับ ข้อศอก รักแร้ และคาง ถึงสาหัส ดังนี้เป็นการทำร้ายในปัจจุบันทันทีนั้น เมื่อไม่มีเรื่องอื่นถึงขนาดจะเอาชีวิตกันมาก่อน แม้มีดที่จำเลยใช้ทำร้ายอาจทำให้ถึงตายได้ แต่บาดแผลแต่ละแผลที่ผู้เสียหายได้รับไม่ร้ายแรงแสดงว่าจำเลยฟันและแทงไปตามธรรมดาตามโอกาสอำนวยไม่ได้เลือกหรือตั้งใจทำร้ายที่อวัยวะส่วนสำคัญ เช่นนี้ ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาฆ่า
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในการทำร้ายร่างกาย: ศาลฎีกาชี้ขาดกรณีฟันศีรษะผู้เสียหายไม่ถึงขั้นเจตนาฆ่า
จำเลยใช้มีดโต้ปลายมน มีคมข้างเดียวใช้ฟันได้อย่างเดียว ขนาดตัวมีดยาว 10 นิ้วฟุต ด้ามมีดยาว 4 นิ้วฟุตวิ่งเข้าไปทางด้านหลังฟันถูกศีรษะผู้เสียหาย 1 ทีเกิดบาดแผลยาว 2 เซนติเมตรลึกจดกระโหลกศีรษะ กระโหลกศีรษะไม่ร้าวหรือแตก แสดงว่าฟันไม่เต็มแรงและถูกหน้ามีดเพียงเล็กน้อย ผู้เสียหายรักษาบาดแผล 25 วันหาย แม้จะได้ความว่าฟันแล้วผู้เสียหายวิ่งหนี จำเลยวิ่งไล่ตามไป แต่จำเลยไม่ได้ทำร้ายผู้เสียหายอีก ดังนี้ ยังไม่พอฟังว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 380/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขู่ยิงตำรวจไม่ถึงขั้นพยายามฆ่า หากเจตนาเพียงขัดขวางการจับกุม
ตำรวจในเครื่องแบบขอตรวจค้นจำเลย จำเลยยิงมาทางตำรวจ1 นัด โดยไม่มีเจตนายิงตำรวจ แต่เป็นการขู่ไม่ให้ตำรวจจับจำเลย ไม่เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน หากเป็นความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2515
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประมาทจากการพยายามแย่งปืน และความผิดฐานมีปืนที่ไม่ได้จดทะเบียน
จำเลยเมาสุราอยู่ในร้านขายสุรา ผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนบอกให้จำเลยกลับบ้าน จำเลยว่าไม่เมาจะกลับเอง แต่ลุกไม่ขึ้น ผู้เสียหายจึงพยุงให้จำเลย ลุกขึ้นและผู้เสียหายว่าจำเลยพกปืนอยู่จึงบอกจำเลยว่า ขอ ปืนมาเก็บ จำเลยจะชักปืนออกมาให้ แต่ผู้เสียหายกลับไปกดมือจำเลยไว้ไม่ให้จำเลยดึงปืนออกมา ปืนของจำเลยอยู่ในสภาพลั่นได้ง่ายถ้าใช้ไม่เป็น การปลดปืนออกจากซองต้องใช้นิ้วสอดเข้าไปที่โกร่งไกปืน กดสปริงพร้อมกับดึงปืนขึ้น การที่ผู้เสียหายเสี่ยงภัยกดมือจำเลยไว้ไม่ยอมให้จำเลยดึงปืนออกมา แล้วปืนเกิดลั่นขึ้นถูกขาผู้เสียหายถึงบาดเจ็บสาหัสนั้น ยังถือไม่ได้ว่า จำเลยกระทำโดยประมาทขาดความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์
จำเลยได้ซื้ออาวุธปืนตามแบบ ป.3 แล้ว แต่มิได้นำปืนไปจดทะเบียนรับใบอนุญาต ป.4 ภายในกำหนดเวลา จำเลยจึงมีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาวุธปืนต้องถูกริบ
จำเลยได้ซื้ออาวุธปืนตามแบบ ป.3 แล้ว แต่มิได้นำปืนไปจดทะเบียนรับใบอนุญาต ป.4 ภายในกำหนดเวลา จำเลยจึงมีความผิดฐานมีอาวุธปืนที่ไม่มีเครื่องหมายของเจ้าพนักงานประทับไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาวุธปืนต้องถูกริบ