พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินโดยสุจริต: ผู้ซื้อได้สิทธิแม้ผู้ขายมิได้จดทะเบียน
การซื้อขายที่ดินมือเปล่ากันโดยทำหนังสือซื้อขายและจดทะเบียนที่อำเภอนั้นถ้าผู้ซื้อซื้อโดยสุจริตแล้วผู้ซื้อก็ย่อมได้ทรัพย์สิทธิในที่ดินนั้นไปผู้ที่มีทรัพย์สิทธิในที่ดินนั้นมาก่อนแต่มิได้จดทะเบียนไว้จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ซื้อโดยสุจริต ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 326/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินมือเปล่าโดยผู้ซื้อสุจริตและจดทะเบียน สิทธิของผู้มีทรัพย์สิทธิเดิมที่ไม่ได้จดทะเบียน ไม่มีผลผูกพันผู้ซื้อ
การซื้อขายที่ดินมือเปล่ากันโดยทำหนังสือซื้อขายและจดทะเบียนที่อำเภอนั้น ถ้าผู้ซื้อๆโดยสุจริตแล้วผู้ซื้อก็ย่อมได้ทรัพย์สิทธิในที่ดินนั้นไปผู้มีทรัพย์สิทธิในที่ดินนั้นมาก่อยแต่มิได้จดทะเบียนไว้ จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ซื้อโดยสุจริต ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอุทธรณ์คดีอาญา แม้มีการยื่นคำร้องไม่ขออุทธรณ์ และอุทธรณ์เกินกำหนดเวลา
แม้จำเลยในคดีอาญาได้ยื่นคำร้องให้ถ้อยคำไม่ขออุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วกลับยื่นอุทธรณ์ในภายหลังก็ดี ก็หามีกฎหมายใดที่ตัดสิทธิห้ามอุทธรณ์ ศาลจึงรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ตามกฎหมาย
จำเลยในคดีอาญา ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาเห็นมีเหตุผลสมควรที่จะยืดอายุความอุทธรณ์ให้และสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ ก็ย่อมเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยในคดีอาญา ยื่นอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาเห็นมีเหตุผลสมควรที่จะยืดอายุความอุทธรณ์ให้และสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ ก็ย่อมเป็นอุทธรณ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276-277/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทางสาธารณะและการครอบครองที่ดิน: การพิสูจน์สภาพคลองเพื่อใช้เป็นทางสัญจร
แม่น้ำลำคลองนั้น โดยสภาพย่อมถือว่าเป็นทางซึ่งสาธารณะชนใช้สัญจรไปมา อันถือได้ว่าเป็นทางสาธารณะหรือทางหลวงตามกฎหมายเว้นแต่จะได้ความว่า แม่น้ำลำคลองนั้นตื้นเขินจนสาธารณะชนไม่อาจอยู่เป็นทางสัญจรไปมาต่อไปได้
ที่ดินของจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมแต่ด้านหนึ่งติดคลอง ปรากฎว่าคลองนี้เวลาน้ำขึ้นเรือเดินไปมาได้ เวลาน้ไแห้งเรือเดินไม่ได้ และมีน้ำขึ้นลง และมีน้ำขึ้นลงทุกวัน ดังนี้ เมื่อจำเลยผู้มีหน้าที่นำสืบก่อน ไม่ได้สืบให้ได้ความชัดเจนว่า คลองดังกล่าวเป็นคลองตื้นเขินจนสาธารณะชนไม่อาจจะใช้เป็นทางสัญจรไปมาได้ ดังนี้ จะฟังว่า คลองนั้นไม่ใช่ทางสาธารณะไม่ได้ ฉะนั้น จึงถือไม่ได้ว่า ที่ดินจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1349
ที่ดินของจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมแต่ด้านหนึ่งติดคลอง ปรากฎว่าคลองนี้เวลาน้ำขึ้นเรือเดินไปมาได้ เวลาน้ไแห้งเรือเดินไม่ได้ และมีน้ำขึ้นลง และมีน้ำขึ้นลงทุกวัน ดังนี้ เมื่อจำเลยผู้มีหน้าที่นำสืบก่อน ไม่ได้สืบให้ได้ความชัดเจนว่า คลองดังกล่าวเป็นคลองตื้นเขินจนสาธารณะชนไม่อาจจะใช้เป็นทางสัญจรไปมาได้ ดังนี้ จะฟังว่า คลองนั้นไม่ใช่ทางสาธารณะไม่ได้ ฉะนั้น จึงถือไม่ได้ว่า ที่ดินจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1349
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 276-277/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทางสาธารณะ/คลอง: ที่ดินติดคลองยังไม่ถือเป็นที่ดินมีทางเข้าออกยาก หากไม่พิสูจน์คลองตื้นเขิน
แม่น้ำลำคลองนั้นโดยสภาพย่อมถือว่าเป็นทางซึ่งสาธารณะชนใช้สัญจรไปมา อันถือได้ว่าเป็นทางสาธารณะหรือทางหลวงตามกฎหมายเว้นแต่จะได้ความว่าแม่น้ำลำคลองนั้นตื้นเขินจากสาธารณะชนไม่อาจใช้เป็นทางสัญจรไปมาต่อไปได้
ที่ดินของจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมแต่ด้านหนึ่งติดคลองปรากฏว่าคลองนี้เวลาน้ำขึ้นเรือเดินไปมาได้ เวลาน้ำแห้งเรือเดินไม่ได้ และมีน้ำขึ้นลงทุกวันดังนี้ เมื่อจำเลยผู้มีหน้าที่นำสืบก่อน ไม่ได้สืบให้ได้ความชัดเจนว่า คลองดังกล่าวเป็นคลองตื้นเขินจนสาธารณะชนไม่อาจจะใช้เป็นทางสัญจรไปมาได้ดังนี้ ก็จะฟังว่า คลองนั้นไม่ใช่ทางสาธารณะไม่ได้ ฉะนั้นจึงถือไม่ได้ว่า ที่ดินจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1349
ที่ดินของจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมแต่ด้านหนึ่งติดคลองปรากฏว่าคลองนี้เวลาน้ำขึ้นเรือเดินไปมาได้ เวลาน้ำแห้งเรือเดินไม่ได้ และมีน้ำขึ้นลงทุกวันดังนี้ เมื่อจำเลยผู้มีหน้าที่นำสืบก่อน ไม่ได้สืบให้ได้ความชัดเจนว่า คลองดังกล่าวเป็นคลองตื้นเขินจนสาธารณะชนไม่อาจจะใช้เป็นทางสัญจรไปมาได้ดังนี้ ก็จะฟังว่า คลองนั้นไม่ใช่ทางสาธารณะไม่ได้ ฉะนั้นจึงถือไม่ได้ว่า ที่ดินจำเลยตกอยู่ในที่ล้อมตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1349
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามคำสั่งศาล ต้องเป็นไปตามระเบียบกฎกระทรวง ไม่ขัดต่อคำสั่งศาล
การขอจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งได้มาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 นั้นจะต้องผ่านศาลทุกเรื่องและเมื่อศาลมีคำสั่งให้ได้กรรมสิทธิ์ที่ตามนั้นแล้ว ก็มีกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความใน พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน(ฉบับที่ 7) พ.ศ.2486 วางวิธีปฏิบัติไว้ในอันที่จะให้เกิดผลตามคำสั่งนั้นโดยรอบคอบ
ศาลมีคำสั่งให้หอทะเบียนออกใบแทนโฉนดให้ใหม่ แล้วแก้ทะเบียนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้รับมรดกนาโฉนดนั้น ถ้าผู้ร้องไม่ได้นำหนังสือสำหรับที่ดินไปแสดงก็จำต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงมหาดไทยที่กล่าวแล้วตามหมวด1ข้อ1(2)คือจะต้องทำการรังวัดใหม่ แล้วออกโฉนดให้ใหม่ ผู้ร้องจะขอให้ศาลบังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้ออกใบแทนโฉนดไปทีเดียวไม่ได้ และการที่เจ้าพนักงานจะต้องปฏิบัติไปตามกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ก็หาเป็นการขัดแย้งต่อคำสั่งศาลที่จะให้ผู้ร้องได้รับกรรมสิทธิ์ในนาแปลงนั้นแต่ประการใดไม่ศาลจึงไม่ควรบังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบตามกฎกระทรวง
ศาลมีคำสั่งให้หอทะเบียนออกใบแทนโฉนดให้ใหม่ แล้วแก้ทะเบียนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้รับมรดกนาโฉนดนั้น ถ้าผู้ร้องไม่ได้นำหนังสือสำหรับที่ดินไปแสดงก็จำต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงมหาดไทยที่กล่าวแล้วตามหมวด1ข้อ1(2)คือจะต้องทำการรังวัดใหม่ แล้วออกโฉนดให้ใหม่ ผู้ร้องจะขอให้ศาลบังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้ออกใบแทนโฉนดไปทีเดียวไม่ได้ และการที่เจ้าพนักงานจะต้องปฏิบัติไปตามกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ก็หาเป็นการขัดแย้งต่อคำสั่งศาลที่จะให้ผู้ร้องได้รับกรรมสิทธิ์ในนาแปลงนั้นแต่ประการใดไม่ศาลจึงไม่ควรบังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบตามกฎกระทรวง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจดทะเบียนกรรมสิทธิที่ดินตามมาตรา 1382 ป.พ.พ. และการปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกโฉนดที่ดิน
การขอจดทะเบียนกรรมสิทธิที่ดิน ซึ่งได้มาตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1382 นั้นจะต้องผ่านศาลทุกเรื่องและเมื่อศาลมีคำสั่งให้ได้กรรมสิทธิที่ดินนั้นแล้ว ก็มีกฎกระทรวงมหาดไทยออกตามความในพ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน(ฉะบับที่ 7) พ.ศ. 2486 วางวิธีปฏิบัติไว้ในอันที่จะให้เกิดผลตามคำสั่งนั้นโดยรอบคอบ
ศาลมีคำสั่งให้หอทะเบียนออกใบแทนโฉนดให้ใหม่ แล้วแก้ทะเบียนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้รับมรดกนาโฉนดนั้นถ้าผู้ร้องไม่ได้นำหนังสือสำหรับที่ดินไปแสดง ก็จำต้องปฎิบัติตามหมวดข้อ 1 (2) คือจะต้องทำการรังวัดใหม่ แล้วออกโฉนดให้ใหม่ ผู้ร้องจะขอให้ศาลบังคับเจ้าพนักงานที่ดินที่ออกใบแทนโฉนดไปทีเดียวไม่ได้ และการที่เจ้าพนักงานจะต้องปฏิบัติไปตามกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ก็หาเป็นการขัดแย้งต่อคำสั่งศาลที่จะให้ผู้ร้องได้รับกรรมสิทธิในนาแปลงนั้นแต่ประใดไม่ ศาลจึงไม่ควรบังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบตามกฎกระทรวง
ศาลมีคำสั่งให้หอทะเบียนออกใบแทนโฉนดให้ใหม่ แล้วแก้ทะเบียนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้รับมรดกนาโฉนดนั้นถ้าผู้ร้องไม่ได้นำหนังสือสำหรับที่ดินไปแสดง ก็จำต้องปฎิบัติตามหมวดข้อ 1 (2) คือจะต้องทำการรังวัดใหม่ แล้วออกโฉนดให้ใหม่ ผู้ร้องจะขอให้ศาลบังคับเจ้าพนักงานที่ดินที่ออกใบแทนโฉนดไปทีเดียวไม่ได้ และการที่เจ้าพนักงานจะต้องปฏิบัติไปตามกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว ก็หาเป็นการขัดแย้งต่อคำสั่งศาลที่จะให้ผู้ร้องได้รับกรรมสิทธิในนาแปลงนั้นแต่ประใดไม่ ศาลจึงไม่ควรบังคับเจ้าพนักงานที่ดินให้ปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบตามกฎกระทรวง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2495
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเท็จจะเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 230 หรือไม่นั้น อยู่ที่ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะหรือไม่ ถ้ามีหน้าที่ก็เป็นความผิดตามมาตรา 230
พระราชบัญญัติปกครองท้องที่(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ ฉะนั้นเมื่อทางราชการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่จะทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะก็ย่อมต้องถือว่า การทำบัญชีลูกคอกสัตว์เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน
พระราชบัญญัติปกครองท้องที่(ฉบับที่ 2)พ.ศ.2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ ฉะนั้นเมื่อทางราชการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่จะทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะก็ย่อมต้องถือว่า การทำบัญชีลูกคอกสัตว์เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญาหรือไม่ พิจารณาจาก พ.ร.บ.ปกครองท้องที่
ผู้ใหญ่บ้านทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะเท็จ จะเป็นผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 230 หรือไม่ นั้น อยู่ที่ว่าผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะหรือไม่ ถ้ามีหน้าที่ ก็เป็นความผิดตามมาตรา 230
พ.ร.บ.ปกครองท้องที่(ฉะบับที่ 2) พ.ศ. 2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่า ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ ฉะนั้นเมื่อทางราชการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่จำทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะก็ย่อมต้องถือว่า การทำบัญชีลูกคอกสัตว์เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน
พ.ร.บ.ปกครองท้องที่(ฉะบับที่ 2) พ.ศ. 2486 มาตรา 6 เพิ่มหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเข้าไว้อีกตามข้อ 18 ว่า ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของกำนันหรือทางราชการฯลฯ ฉะนั้นเมื่อทางราชการสั่งให้เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้านที่จำทำบัญชีลูกคอกสัตว์พาหนะก็ย่อมต้องถือว่า การทำบัญชีลูกคอกสัตว์เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 249/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการเช่าเป็นสิทธิร่วมกัน แม้ทำสัญญาในนามฝ่ายเดียว ก่อนหย่าขาด เมื่อยังอยู่ร่วมกันและไม่ได้ตกลงเรื่องสิทธิเช่า
ภรรยาเกิดระหองระแหงกับสามี จึงแยกไปทำสัสญญาเช่าตึกในนามของภรรยา และอยู่ในตึกรายนี้ แต่ต่อมาได้คืนดีกัน และสามีได้มาอยู่รวมในตึกรายนี้ด้วย ภายหลังจึงได้ตกลงทำหนังสือหย่าขาดจากกัน แต่สามีก็ยังคงอยู่ในตึกรายนี้ด้วยตลอดมา ดังนี้ แม้สัญญาจะทำในนามของภรรยา แต่ขณะนั้นยังมิได้หย่าขาดจากัน และการทำสัญญาเช่าก็ไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินส่วนตัวของภรรยา ฉะนั้นสิทธิตามสัญาเช่านี้ จึงเป็นสิทธิร่วมกันระหว่างสามีภรรยา เมื่อตกลงทำสัญญาหย่ากัน มิได้ตกลงในเรื่องสิทธิการเช่ารายนี้ประการแล้ว และทั้งสองฝ่ายยังครอบครองอยู่ด้วยตลอดมา จึงยังเป็นสิทธิร่วมกันอยู่ ภรรยาจะมาฟ้องขับไล่สามีให้ออกไปจากตึกเช่า ยังไม่ได้