พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1349/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาคดีมรดกในจังหวัดปัตตานีตามกฎหมายอิสลาม หากไม่มีดะโต๊ะยุติธรรมร่วมพิจารณา ศาลสูงมีอำนาจให้พิจารณาใหม่ได้
คดีแพ่งเกี่ยวด้วยเรื่องมรดกที่โจทก์จำเลยต่างนับถือศาสนาอิสลามและอยู่ในเขตจังหวัดปัตตานี นั้น ตามพระราชบัญัติว่าด้วยการใช้กฎหมายอิสลามในเขตจังหวัดปัตตานีฯ พ.ศ.2489 บัญญัติให้ใช้กฎหมายอิสลามบังคับและในศาลชั้นต้นให้ดะโต๊ะยุติธรรมนั่งพิจารณาพร้อมด้วยผู้พิพากษา แต่ถ้ามีการพิจารณาคดีนั้นไปโดยมิได้มีดะโต๊ะยุติธรรมนั่งพิจารณาร่วมด้วยผู้พิพากษาแล้ว ศาลสูงก็มีอำนาจที่ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาคดีเสียใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมายไม่จำต้องยกฟ้องโดยให้ไปฟ้องใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1348/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าห้องเพื่ออยู่อาศัยและการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
เช่าห้องอยู่อาศัยมาเป็นเวลาช้านาน แม้จะรับรักษาตาด้วยก็ปรากฎว่าทำเพียงเล็กน้อยตามความจำเป็นแก่การครองชีพเท่านั้น แม้ในภายหลังตำบลที่ห้องพิพาทตั้งอยู่จะกลายเป็นทำเลการค้าขึ้น จำเลยก็ยังคงทำการรักษาตาหาเลี้ยงชีพอยู่เพียงเล็กน้อยตามเดิมเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทอยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1348/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเช่าห้องเพื่ออยู่อาศัยระยะยาวได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม
เช่าห้องอยู่อาศัยมาเป็นเวลาช้านาน แม้จะรับรักษาตาด้วยก็ปรากฏว่าทำเพียงเล็กน้อยตามความจำเป็นแก่การครองชีพเท่านั้น แม้ในภายหลังตำบลที่ห้องพิพาทตั้งอยู่จะกลายเป็นทำเลการค้าขึ้น จำเลยก็ยังคงทำการรักษาตาหาเลี้ยงชีพอยู่เพียงเล็กน้อยตามเดิมเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าจำเลยเช่าห้องพิพาทอยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1329/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องลักทรัพย์จากของกลางคดีอื่น: ความชัดเจนของฟ้อง
ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักไม้สักที่เจ้าพนักงานป่าไม้อำเภอเมืองยึดไว้เป็นของกลางในคดีอาญา ซึ่งบุคคลอื่นต้องหาว่าตัดฟันไม้สักรายนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานไป ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์ แม้จะไม่ได้บรรยายว่า จำเลยลักไม้นั้นไปจากใคร ผู้ใดเป็นผู้ควบคุมรักษา และไม่ปรากฏว่าไม้นั้นยึดจากใคร ก็ถือได้ว่าเป็นฟ้องที่มีข้อความบรรยายมาพอสมควรที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับซื้อไม้หวงห้ามโดยไม่รู้ข้อเท็จจริง: ความรับผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้
รับซื้อไม้ฟืน ซึ่งเป็นไม้ประเภทหวงห้ามไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นไม้ประเภทหวงห้ามนั้นยังไม่เป็นผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484
ไม้ชนิดไหนเป็นไม้ประเภทหวงห้ามหรือไม่นั้น ได้มีพระราชกฤษฎีการะบุเป็นกฎหมายไว้ ซึ่งถือว่าทุกคนต้องรู้ แต่ข้อที่ว่าไม้นั้นๆมีชื่อว่าไม้อะไร เข้าประเภทต้องห้ามหรือไม่นั้น เป็นข้อเท็จจริง
ไม้ชนิดไหนเป็นไม้ประเภทหวงห้ามหรือไม่นั้น ได้มีพระราชกฤษฎีการะบุเป็นกฎหมายไว้ ซึ่งถือว่าทุกคนต้องรู้ แต่ข้อที่ว่าไม้นั้นๆมีชื่อว่าไม้อะไร เข้าประเภทต้องห้ามหรือไม่นั้น เป็นข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อไม้ฟืนโดยไม่รู้ว่าเป็นไม้หวงห้าม ไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้
รับซื้อไม้ฟืน ซึ่งเป็นไม้ประเภทหวงห้ามไว้โดยไม่รู้ว่าเป็นไม้ประเภทหวงห้ามนั้นยังไม่เป็นผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484
ไม้ชะนิดไหนเป็นไม้ประเภทหวงห้ามหรือไม่นั้น ได้มีพระราชกฤษฎีการะบุเป็นกฎหมายไว้ ซึ่งถือว่าทุกคนต้องรู้ แต่ข้อที่ว่าไม้นั้น ๆ มีชื่อว่าไม้อะไร เข้าประเภทต้องห้ามหรือไม่นั้น เป็นข้อเท็จจริง
ไม้ชะนิดไหนเป็นไม้ประเภทหวงห้ามหรือไม่นั้น ได้มีพระราชกฤษฎีการะบุเป็นกฎหมายไว้ ซึ่งถือว่าทุกคนต้องรู้ แต่ข้อที่ว่าไม้นั้น ๆ มีชื่อว่าไม้อะไร เข้าประเภทต้องห้ามหรือไม่นั้น เป็นข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่หลังขาดนัด และการไม่ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ
จำเลยผู้ขาดนัดพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่แต่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องเสียโดยอ้างว่า มิได้บรรยายครบองค์ตาม มาตรา 208 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในวันเดียวกันนั้น จำเลยยื่นคำร้องใหม่ ดังนี้ ศาลต้องไต่สวนและมีคำสั่งไปตามรูปคดี จะถือว่าเป็นเรื่องดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามความหมายแห่งมาตรา 144 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ใช่การดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ แม้คำร้องแรกถูกยกไปแล้ว ศาลต้องไต่สวนคำร้องใหม่
จำเลยผู้ขาดนัดพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ แต่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องเสียโดยอ้างว่า มิได้บรรยายครบองค์ตาม มาตรา 208 แห่ง ป.ม.วิ.แพ่ง ในวันเดียวกันนั้น จำเลยยื่นคำร้องใหม่ ดังนี้ ศาลต้องไต่สวนและมีคำสั่งไปตามรูปคดี จะถือว่าเป็นเรื่องดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำตามความหมายแพ่งมาตรา 144 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272-1273/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจพนักงานสอบสวน: ผู้บังคับการเรือกับการสอบสวนคดีประมง
ผู้บังคับการเรือแห่งราชนาวีไทยผู้กระทำการจับกุม หรือสั่งให้จับกุมคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยนั้น ย่อมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และเป็นพนักงานสอบสวนคดีนั้นตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย 2482
ความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย 2482 ซึ่งฟ้องโจทก์บรรยายไว้ด้วยว่า พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่แห่งหนึ่งและผู้บังคับการเรือซึ่งจับกุมจำเลยเป็นผู้สอบสวนจำเลยแล้ว เมื่อจำเลยมิได้ให้การคัดค้านเรื่องการสอบสวนนี้ หรืออำนาจศาลแต่อย่างใดเลย ดังนี้ เมื่อไม่ปรากฏโดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น ก็ต้องฟังว่าการสอบสวนนั้นได้กระทำโดยชอบถูกต้องตามที่กล่าวในฟ้อง
ความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย 2482 ซึ่งฟ้องโจทก์บรรยายไว้ด้วยว่า พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่แห่งหนึ่งและผู้บังคับการเรือซึ่งจับกุมจำเลยเป็นผู้สอบสวนจำเลยแล้ว เมื่อจำเลยมิได้ให้การคัดค้านเรื่องการสอบสวนนี้ หรืออำนาจศาลแต่อย่างใดเลย ดังนี้ เมื่อไม่ปรากฏโดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น ก็ต้องฟังว่าการสอบสวนนั้นได้กระทำโดยชอบถูกต้องตามที่กล่าวในฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1272-1273/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจสอบสวนของ ผบ.เรือและการฟ้องคดีนอกเขตอำนาจศาล
ผู้บังคับการเรืองแห่งราชนาวีไทยผู้กระทำการจับกุม หรือสั่งให้จับกุมคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำไทยนั้น ย่อมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่และเป็นพนักงานสอบสวนคดีนั้นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย 2482
ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย 2482 ซึ่งฟ้องโจทก์บรรยายไว้ด้วยว่า พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่แห่งหนึ่งและผู้บังคับการเรือซึ่งจับกุมจำเลยเป็นผู้สอบสวนจำเลยแล้วเมื่อจำเลยมิได้ให้การคัดค้านเรื่องการสอบสวนนี้ หรืออำนาจศาลแต่อย่างใดเลย ดังนี้ เมื่อไม่ปรากฎโดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น ก็ต้องฟังว่า การสอบสวนนั้นได้กระทำโดยชอบถูกต้องตามที่กล่าวในฟ้อง
ความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย 2482 ซึ่งฟ้องโจทก์บรรยายไว้ด้วยว่า พนักงานสอบสวนแห่งท้องที่แห่งหนึ่งและผู้บังคับการเรือซึ่งจับกุมจำเลยเป็นผู้สอบสวนจำเลยแล้วเมื่อจำเลยมิได้ให้การคัดค้านเรื่องการสอบสวนนี้ หรืออำนาจศาลแต่อย่างใดเลย ดังนี้ เมื่อไม่ปรากฎโดยชัดแจ้งเป็นอย่างอื่น ก็ต้องฟังว่า การสอบสวนนั้นได้กระทำโดยชอบถูกต้องตามที่กล่าวในฟ้อง