พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับบัญชีระบุพยานที่ยื่นหลังนัดสืบพยาน: ศาลใช้ดุลยพินิจเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ในคดีแพ่ง จำเลยเพิ่งขอระบุพยานจำเลยในวันนัดสืบพยานโจทก์ (นัดแรก) โดยอ้างว่าจำเลยป่วยเป็นไข้ไม่สามารถมาระบุพยานตามกำหนดได้ นั้นเมื่อศาลพิจารณาเหตุผลทั่ว ๆ ไปแล้วเห็นว่า มิใช่เรื่องจงใจฝ่าฝืนเพื่อให้โจทก์เสียเปรียบในทางคดี แล้วศาลก็อาศัยอำนาจตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 87 ให้รับบัญชีระบุพยานของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไปได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1017/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดให้มีการเล่นพนันสลากกินรวบโดยอ้างอิงสลากกินแบ่งรัฐบาล ไม่ถือว่าได้รับอนุญาต
ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันสลากกินรวบและจำเลยจัดการจำหน่าย ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยเอาสลากมามอบให้ผู้อื่นจำหน่ายดังนี้ พอถือได้ว่าจำเลยมีส่วนเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันรายนั้นขึ้น โดยจัดการให้จำหน่ายเลขสลากนั้น มีนัยเดียวกับที่กล่าวในฟ้องนั่นเอง จะถือว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้องยังไม่ได้
เล่นสลากกินรวบพนันเอาทรัพย์สินกัน โดยถือเอาเลขท้ายสองตัวของเลขสลากฉะบับที่ได้รับรางวัลที่หนึ่งของสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดหนึ่งนั้น เป็นแต่อาศัยเลขสลากกินแบ่งที่รัฐบาลออกเป็นเครื่องมือแทนการออกสลากกินรวบ ซึ่งเป็นการพนันที่ตนจัดให้มีขึ้น หาใช่เป็นการเล่นสลากกินแบ่งของรัฐบาลไมม่ฉะนั้นถ้าไม่ได้รับอนุญาติ ก็ต้องมีผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน
เล่นสลากกินรวบพนันเอาทรัพย์สินกัน โดยถือเอาเลขท้ายสองตัวของเลขสลากฉะบับที่ได้รับรางวัลที่หนึ่งของสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดหนึ่งนั้น เป็นแต่อาศัยเลขสลากกินแบ่งที่รัฐบาลออกเป็นเครื่องมือแทนการออกสลากกินรวบ ซึ่งเป็นการพนันที่ตนจัดให้มีขึ้น หาใช่เป็นการเล่นสลากกินแบ่งของรัฐบาลไมม่ฉะนั้นถ้าไม่ได้รับอนุญาติ ก็ต้องมีผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1017/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจัดให้มีการเล่นพนันสลากกินรวบโดยอาศัยสลากรัฐบาล
ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันสลากกินรวบและจำเลยจัดการจำหน่าย ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยเอาสลากมามอบให้ผู้อื่นจำหน่าย ดังนี้ พอถือได้ว่าจำเลยมีส่วนเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนันรายนั้นขึ้น โดยจัดการให้จำหน่ายเลขสลากนั้น มีนัยเดียวกับที่กล่าวในฟ้องนั่นเอง จะถือว่าข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาต่างกับฟ้องยังไม่ได้
เล่นสลากกินรวบพนันเอาทรัพย์สินกัน โดยถือเอาเลขท้ายสองตัวของเลขสลากฉบับที่ได้รับรางวัลที่หนึ่งของสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดใดงวดหนึ่งนั้น เป็นแต่อาศัยเลขสลากกินแบ่งที่รัฐบาลออกเป็นเครื่องมือแทนการออกสลากกินรวบ ซึ่งเป็นการพนันที่ตนจัดให้มีขึ้น หาใช่เป็นการเล่นสลากกินแบ่งของรัฐบาลไม่ ฉะนั้นถ้าไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องมีผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน
เล่นสลากกินรวบพนันเอาทรัพย์สินกัน โดยถือเอาเลขท้ายสองตัวของเลขสลากฉบับที่ได้รับรางวัลที่หนึ่งของสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดใดงวดหนึ่งนั้น เป็นแต่อาศัยเลขสลากกินแบ่งที่รัฐบาลออกเป็นเครื่องมือแทนการออกสลากกินรวบ ซึ่งเป็นการพนันที่ตนจัดให้มีขึ้น หาใช่เป็นการเล่นสลากกินแบ่งของรัฐบาลไม่ ฉะนั้นถ้าไม่ได้รับอนุญาต ก็ต้องมีผิดตาม พระราชบัญญัติการพนัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการนำสืบพยานเมื่อต่อสู้ว่าสัญญาไม่สมบูรณ์เพราะถูกหลอกลวง
โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินกู้ตามสัญญากู้ จำเลยให้การว่าสัญญารายนี้ไม่สมบูรณ์เพราะจำเลยมิได้กู้เอาเงินของโจทก์ไปเลย หากแต่จำเลยถูกหลอกลวงให้พิมพ์ลายมือลงในสัญญา ดังนี้ จำเลยย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลเข้าสืบประกอบข้อต่อสู้ของจำเลยได้ ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1000/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการนำสืบพยานบุคคลเพื่อต่อสู้ว่าสัญญาไม่สมบูรณ์เนื่องจากถูกหลอกลวง
โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกเงินกู้ตามสัญญากู้ จำเลยให้การว่าสัญญารายนี้ไม่สมบูรณ์เพราะจำเลยมิได้กู้เงินเอาเงินของโจทก์ไปเลย หากแต่จำเลยถูกหลอกลวงให้พิมพ์ลายมือลงในสัญญา ดังนี้จำเลยย่อมมีสิทธินำพยานบุคคลเข้าสืบประกอบข้อต่อสู้ของจำเลยได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 94
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขฟ้องคดีอาญา: ศาลอนุญาตแก้ฟ้องได้หากไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบและไม่ได้หลงต่อสู้
ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาในวันที่ 23 กันยายน ตรงกับวันแรม 9 ค่ำเดือน 10 พ.ศ.2491 เวลากลางวัน ครั้นสืบพยานโจทก์ไปได้ 2 ปาก โจทก์ขอแก้วันเกิดเหตุเป็นวันที่ 26 กันยายน 2491 ส่วนวันทางจันทรคติตามเดิม ดังนี้ เมื่อจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้ศาลย่อมอนุญาตให้แก้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแก้ไขวันเกิดเหตุในคดีอาญา: ศาลอนุญาตได้หากจำเลยไม่โต้แย้ง
ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาในวันที่ 23กันยายน ตรงกับวันแรม 9 ค่ำเดือน 10 พ.ศ.2491 เวลากลางวัน ครั้นสืบพยานโจทก์ไปได้ 2 ปาก โจทก์ขอแก้วันเกิดเหตุเป็นวันที่ 26 กันยายน2491 ส่วนวันทางจันทรคติตามเดิม ดังนี้ เมื่อจำเลยไม่หลงข้อต่อสู้ศาลย่อมอนุญาตให้แก้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนายิงเพื่อฆ่า แต่ไม่สำเร็จ ศาลลดโทษเป็นทำร้ายร่างกายได้
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายมีบาดแผลถึงบาดเจ็บ โดยจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่ลูกปืนที่ใช้ยิงมีแรงระเบิดไม่แรงพอผู้เสียหายจึงไม่ตาย ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าคนตายตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249,60 ดังนี้ เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254. ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 254 ได้ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย แม้ฟ้องพยายามฆ่า
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายมีบาดแผลถึงบาดเจ็บ โดยจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย แต่ลูกปืนที่ใช้ยิงมีแรงระเบิกไม่แรงพอ ผู้เสียหายจึงไม่ตาย ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าคนตายตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 249,60 ดังนี้ เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยมีผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามมาตรา 254 ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานทำร้าย่างกายตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 254 ได้ ไม่เป็นการเกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 969/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสวมหมวกตำรวจไม่ใช่การปลอมตัวเป็นเจ้าพนักงาน ต้องมีเจตนาและลงมือกระทำการ
เพียงแต่จำเลยสวมหมวกอันเป็นเครื่องแบบตำรวจ จะฟังว่าจำเลยปลอมตนเป็นเจ้าพนักงานเสมอไปหาได้ไม่ คดีจะต้องได้ความว่าการกระทำเช่นนั้นจำเลยจะมีเจตนาปลอมตนเป็นเจ้าพนักงาน ทั้งจะต้องได้ความต่อไปอีกว่าไปกระทำการเป็นเจ้าพนักงานด้วย จึงจะเป็นผิดตามมาตรา 127