พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 734/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นฎีกาต้องยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น การจับกุมและการกักขังโดยไม่มีอำนาจ
ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นฎีกาต่อศาลฎีกาได้นั้น จะต้องเป็นข้อที่ได้ตั้งประเด็นว่ากันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัว: การกระทำเมื่อถูกทำร้ายและไล่แทงจนมุม
มีคนขว้างบ้านจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยจึงถือไฟฉายและขวานออกไปดูพบผู้ตาย ผู้ตายใช้มีดไล่แทงจำเลย จำเลยวิ่งหนีขึ้นเรือนผู้อื่น ไปจนมุมที่หัวบันได ผู้ตายยังตามขึ้นไปจะแทงจำเลยอีก จำเลยจึงใช้ขวานฟันผู้ตายไป 1 ทีแล้วฟันต่อไปอีก 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายณที่นั้นเอง ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและไล่แทงจำเลยก่อน จำเลยหนีไปจนมุมแล้วก็ยังตามจะแทงจำเลยอีก การที่จำเลยฟันครั้งแรกแล้วยังฟันต่อไปอีกนั้นก็เป็นเวลาฉุกละหุกและค่ำคืน ผู้ตายก็ถือมีดอยู่ในมืออาจจะแทงเอาขณะใดก็ได้ จึงถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวและการเกินสมควรแก่เหตุในคดีทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย
มีคนขว้างบ้านจำเลยในเวลาค่ำคืน จำเลยจึงถือไฟฉายและขวานออกไปดูพบผู้ตาย ๆใช้มีดไล่แทงจำเลย ๆวิ่งหนีขึ้นเรือนผู้อื่น ไปจนมุมที่หัวบันได ผู้ตายยังตามขึ้นไปจะแทงจำเลยอีก จำเลยจึงใช้ขวานฟันผู้ตายไป 1 ที แล้วฟันต่อไปอีก 2 ที ผู้ตายถึงแก่ความตายณทีนั้นเอง ,ดังนี้ ถือได้ว่าผู้ตายเป็นผู้ก่อเหตุและไล่แทงจำเลยก่อน จำเลยหนีไปจนมุมแล้ว ก็ยังตามจะแทงจำเลยอีก การที่จำเลยฟันครั้งแรกแล้วยังฟันต่อไปอีกนั้น ก็เป็นเวลาฉุกละหุกและค่ำคืน ผู้ตายก็ถือมีดอยู่ในมืออาจจะแทงเอาขณะใดก็ได้ จึงถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตความรับผิดของตัวการต่อสัญญาที่ตัวแทนทำ แม้ฝ่าฝืนคำสั่ง
การตั้งตัวแทนมอบให้ไปหาช่างมาสร้างโรงเรียนนั้นต้องรวมถึงการตกลงราคาค่าจ้างนั้นด้วย แม้ตัวการจะมิได้สั่งในเรื่องตกลงราคาค่าจ้างไว้แต่ตัวแทนไปตกลงราคาค่าจ้างกับช่างในราคาที่ไม่เกินสมควรแล้วและช่างได้ทำกิจการของตัวการเสร็จสมตามความประสงค์แล้วเช่นนี้ ตัวการต้องรับผิดชำระค่าจ้างให้แก่ช่างตามราคาที่ตัวแทนได้ตกลงไว้
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดชอบแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดชอบแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 644/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมอบอำนาจตกลงราคาค่าจ้าง: ตัวการต้องรับผิดในราคาที่ตัวแทนตกลง หากราคาไม่เกินสมควร
การตั้งตัวแทนมอบให้ไปหาช่างมาสร้างโรงเรียนนั้นต้องรวมถึงการตกลงราคาค่าจ้างนั้นด้วย แม้ตัวการจะมิได้สั่งในเรื่องตกลงราคาค่าจ้างไว้แต่ตัวแทนไปตกลงราคาค่าจ้างกับช่างในราคาที่ไม่เกินสมควรแล้วและช่างได้ทำกิจการของตัวการเสร็จสมตามความประสงค์แล้วเช่นนี้ตัวการต้องรับผิดชำระค่าจ้างให้แก่ช่างตามราคาที่ตัวแทนได้ตกลงไว้
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
ส่วนตัวแทนนั้น เมื่อมีตัวการต้องรับผิดแล้ว ตัวแทนก็ไม่ต้องรับผิดต่อช่างที่จ้างมานั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำสั่งไม่อนุญาตแก้ฟ้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา อุทธรณ์ไม่ได้ เหตุผลตาม ป.วิ.อาญา
คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวนตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 196 จะอุทธรณ์ทันทีไม่ได้และสำหรับกรณีที่นี้จะใช้ ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 24-227-228 มาบังคับก็ไม่ได้
คำสั่งศาลอุทธรณ์+
คำสั่งศาลอุทธรณ์+
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำสั่งไม่อนุญาตแก้ไขฟ้อง: อุทธรณ์ทันทีไม่ได้ และฎีกาได้
คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องนั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196 จะอุทธรณ์ทันทีไม่ได้และสำหรับกรณีนี้จะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 24,227,228 มาบังคับก็ไม่ได้
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่สั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นย่อมฎีกาได้
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่สั่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ที่ไม่รับอุทธรณ์นั้นย่อมฎีกาได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำยินยอมการเข้าอยู่ตามคำสั่ง คณะกรรมการควบคุมค่าเช่า มิถือเป็นการผิดสัญญา หากผู้เช่ายินดีเข้าอยู่ด้วยฐานะเช่า
มติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่ามีว่า "คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านมีความจำเป็นจะต้องเข้าอยู่อาศัยกับทั้งท่านได้ให้คำมั่นว่าจะจัดการให้ผู้เช่าได้เข้าไปอยู่ในเคหะที่บิดามารดาของท่านเช่าอยู่ในปัจจุบันนี้ จึงลงมติให้ความยินยอมแก่ท่านในอันที่จะเข้าอยู่อาศัยในตึกแถวเลขที่ 60-61 ได้ตามขอ" และยังปรากฎในรายงานพิจารณาของศาลอีกว่าโจทก์ได้ยินยอให้จำเลยผู้เช่าอยู่ในบ้านบิดามารดา หากจำเลยไม่ยอมเข้าอยู่เองโดยอ้างว่าจะต้องอยู่ในฐานะเช่าไม่ใช่ฐานะอาศัย ซึ่งโจทก์ได้แถลงต่อไปว่า จะให้เช่าไม่ได้เพราะโจทก์และบิดามารดาไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิสถานที่และโจทก์จะไม่ขับไล่จำเลยเป็นอันขาด เช่นนั้น จะถือว่าโจทก์ปฏิบัติผิดคำสั่งคณะกรรมการมิได้ฉะนั้นโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่าที่กล่าวแล้วได้
จำเลยให้การข้อหนึ่งว่าคำสั่งคณะกรรมการจะควบองค์ประชุมตาม ก.ม.หรือไม่ จำเลยไม่ทราบนั้น ถือว่าเป็นคำสั่งให้การเคลือบคลุม เพราะมิได้แสดงให้ชัดแจ้งชัดว่าจะรับหรือปฏิเสธฉะนั้นศาลจึงไม่ยอมให้จำเลยนำสืบได้
จำเลยให้การข้อหนึ่งว่าคำสั่งคณะกรรมการจะควบองค์ประชุมตาม ก.ม.หรือไม่ จำเลยไม่ทราบนั้น ถือว่าเป็นคำสั่งให้การเคลือบคลุม เพราะมิได้แสดงให้ชัดแจ้งชัดว่าจะรับหรือปฏิเสธฉะนั้นศาลจึงไม่ยอมให้จำเลยนำสืบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยินยอมให้เข้าอยู่อาศัยและสิทธิในการฟ้องขับไล่: คำให้การเคลือบคลุมทำให้จำเลยไม่อาจสืบได้
มติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่ามีว่า 'คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านมีความจำเป็นจะต้องเข้าอยู่อาศัยกับทั้งท่านได้ให้คำมั่นว่าจะจัดการให้ผู้เช่าได้เข้าไปอยู่ในเคหะที่บิดามารดาของท่านเช่าอยู่ในปัจจุบันนี้ จึงลงมติให้ความยินยอมแก่ท่านในอันที่จะเข้าอยู่อาศัยในตึกแถวเลขที่ 60-61 ได้ตามขอ' และยังปรากฏในรายงานพิจารณาของศาลอีกว่า โจทก์ได้ยินยอมให้จำเลย(ผู้เช่า) อยู่ในบ้านบิดามารดาหากจำเลยไม่ยอมเข้าอยู่เองโดยอ้างว่าจะต้องอยู่ในฐานะเช่าไม่ใช่ฐานะอาศัยซึ่งโจทก์ได้แถลงต่อไปว่า จะให้เช่าไม่ได้เพราะโจทก์และบิดามารดาไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์สถานที่ และโจทก์จะไม่ขับไล่จำเลยเป็นอันขาด เช่นนี้จะถือว่าโจทก์ปฏิบัติผิดคำสั่งคณะกรรมการมิได้ ฉะนั้นโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกเช่าที่กล่าวแล้วได้
จำเลยให้การข้อหนึ่งว่าคำสั่งคณะกรรมการจะครบองค์ประชุมตาม กฎหมายหรือไม่ จำเลยไม่ทราบนั้น ถือว่าเป็นคำให้การเคลือบคลุม เพราะมิได้แสดงให้แจ้งชัดว่าจะรับหรือปฏิเสธ ฉะนั้นศาลจึงไม่ยอมให้จำเลยนำสืบได้
จำเลยให้การข้อหนึ่งว่าคำสั่งคณะกรรมการจะครบองค์ประชุมตาม กฎหมายหรือไม่ จำเลยไม่ทราบนั้น ถือว่าเป็นคำให้การเคลือบคลุม เพราะมิได้แสดงให้แจ้งชัดว่าจะรับหรือปฏิเสธ ฉะนั้นศาลจึงไม่ยอมให้จำเลยนำสืบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 545/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลอมหนังสือ vs. จดข้อความเท็จ: การกระทำที่ไม่เข้าข่ายความผิดฐานปลอมหนังสือเมื่อกรอกข้อความในบัญชีพลเอง
ข้าราชการได้รับบัญชีพลเพื่อให้ไปกรอกข้อความเอาเองเมื่อกรอกข้อความเท็จลงไปก็ย่อมไม่เป็นผิดฐานปลอมหนังสือแต่อาจเป็นเรื่องจดข้อความเท็จตามมาตรา 230 หรือยักยอกลายมือชื่อตามมาตรา 315 ได้
การลงนามในหนังสือราชการนั้นเมื่อลงนามแทนผู้อื่นโดยมีอำนาจแล้วแม้จะไม่ระบุข้อความว่าลงนามแทนกัน ก็ย่อมไม่เป็นผิดฐานปลอมหนังสือ
การลงนามในหนังสือราชการนั้นเมื่อลงนามแทนผู้อื่นโดยมีอำนาจแล้วแม้จะไม่ระบุข้อความว่าลงนามแทนกัน ก็ย่อมไม่เป็นผิดฐานปลอมหนังสือ