พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนคืนการให้หลังให้ทรัพย์แล้ว กรณีหลานแสดงกริยาไม่เคารพต่อผู้ให้
ตายกที่นาให้หลานแล้วไปจำศีลอาศัยอยู่ที่วัดต่อมาร่างกายทรุดโทรมเพราะชรามาก จึงกลับมาขออาศัยหลานอยู่ หลานไม่ยอมให้ตาอาศัยจนตาต้องไปอาศัยอยู่กับบุตรคนหนึ่งต่อมาหลานหนีผัวตามชู้ไป ตาว่ากล่าวสั่งสอน หลานกลับด่าตาด้วยถ้อยคำหยาบช้าลามกต่างๆ ดังนี้ ชอบที่จะถอนคืนการให้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 197/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การถอนคืนการให้ทรัพย์สินเนื่องจากผู้รับบริจาคแสดงกิริยาเนรคุณต่อผู้ให้
ตายกที่นาให้หลานแล้วไปจำศีลอาศัยอยู่ที่วัด ต่อมาร่างกายทรุดโทรมเพราะชรามาก จึงกลับมาขออาศัยหลานอยู่ หลานไม่ยอมให้ตาอาศัยจนตาต้องไปอาศัยอยู่กับบุตรคนหนึ่งต่อมาหลานหนีผัวตามชู้ไป ตาว่ากล่าวสั่งสอน หลานกลับด่าตาด้วยถ้อยคำหยาบช้าลามากต่าง ๆ ดังนี้ ชอบที่จะถอนคืนการให้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารต้องระบุรายละเอียดการกระทำความผิดชัดเจน
ฟ้องหาว่า จำเลยฉ้อโกงและปลอมหนังสือแต่ตามฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยเอาข้อความเท็จมาหลอกลวงเมื่อวันเวลาใด เป็นแต่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมากล่าว แล้วบรรยายต่อไปว่าจำเลยเขียนเช็คฉบับใดลงวันเดือนปี ให้ผู้มีชื่อ ผู้มีชื่อนำเช็คนั้นมามอบให้โจทก์เมื่อวันใดก็ไม่บอกในฟ้อง และทั้งในฟ้องก็ไม่บรรยายว่าจำเลยทำผิดฐานปลอมหนังสือนั้นทำอย่างไร เป็นแต่โจทก์บอกมาในฟ้องว่า โจทก์นำเช็ค 3 ฉบับไปขอรับเงินที่ธนาคาร ธนาคารว่าเงินไม่พอจ่ายจึงคืนเช็คเพียงเท่านี้เป็นฟ้องที่ยังลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสารที่ไม่ชัดเจนถึงองค์ประกอบความผิด ทำให้ศาลยกฟ้อง
ฟ้องหาว่า จำเลยฉ้อโกงและปลอมหนังสือ แต่ตามฟ้องไม่ปรากฎว่าจำเลยเอาข้อความเท็จมาหลอกลวงเมื่อวันเวลาใดเป็นแต่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยใช้อุบายหลอกลวงโดยเอาความเท็จมากล่าว แล้วบรรยายต่อไปว่าจำเลยเขียนเช็คฉบับใด ลงวันเดือนปี ให้ผู้มีชื่อ ๆ นำเช็คนั้นมามอบให้โจทก์เมื่อวันใดก็ไม่บอกในฟ้อง และทั้งในฟ้องก็ไม่บรรยายว่าจำเลยทำผิดฐานปลอมหนังสือนั้นทำอย่างไร เป็นแต่โจทก์บอกมาในฟ้องว่า โจทก์นำเช็ค 3 ฉบับไปขอรับเงินที่ธนาคาร ๆ ว่าเงินไม่พอจ่าย จึงคืนเช็คเพียงเท่านี้ เป็นฟ้องที่ยังลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทมรดกและการครอบครองร่วมกัน ศาลไม่สามารถบังคับขับไล่ได้หากไม่มีการแบ่งมรดก
คู่ความตกลงท้ากันว่า มีประเด็นข้อเดียวคือ ข้อที่ว่าที่พิพาทนี้ฝ่ายใดอาศัยอยู่จากอีกฝ่ายกันแน่ถ้าศาลชี้ขาดว่าโจทก์อาศัยจำเลย โจทก์ก็แพ้ ถ้าจำเลยอาศัยโจทก์ จำเลยก็แพ้ ประเด็นนอกนั้นต่างไม่สืบแต่ทางพิจารณาจะฟังว่าฝ่ายใดอาศัยฝ่ายหนึ่งดังที่ต่างอ้างและต่างท้ากันหาได้ไม่ คงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และจำเลยด้วยกัน และต่างก็ครอบครองที่รายนี้มาด้วยกัน ดังนี้ โจทก์จะบังคับขับไล่จำเลยโดยถือว่าเป็นของโจทก์ทั้งหมดหาได้ไม่ ทั้งคดีของโจทก์ก็มิได้ตั้งประเด็นในเรื่องขอแบ่งแต่อย่างใดจึงยังไม่สมควรแบ่งให้ ต้องยกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันจะฟ้องร้องขอแบ่งกันต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข้อพิพาทเรื่องการครอบครองที่ดินร่วมกันและมรดก ศาลยกฟ้องการขับไล่ แต่เปิดโอกาสให้ฟ้องแบ่งทรัพย์สิน
คู่ควางตกลงท้ากันว่า มีประเด็นข้อเดียวคือ ข้อที่ว่าที่พิพาทนี้ฝ่ายใดอาศัยอยู่จากอีกฝ่ายกันแน่ ถ้าศาลชี้ขาดว่าโจทก์อาศัยจำเลย โจทก์ก็แพ้ถ้าจำเลยอาศัยโจทก์ จำเลยก็แพ้ ประเด็นนอกนั้นต่างไม่สืบแต่ทางพิจารณาจะฟังว่าฝ่ายใดอาศัยฝ่ายหนึ่งดังที่ต่างอ้างและต่างท้ากันหาได้ไม่ คงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นมรดกตกได้แก่โจทก์และจำเลยด้วยกัน และต่างก็ครอบครองที่รายนี้มาด้วยกัน ดังนี้ โจทก์จะบังคับขับไล่จำเลยโดยถือว่าเป็นของโจทก์ทั้งหมดหาได้ไม่ ทั้งคดีของโจทก์ก็มิได้ตั้งประเด็นในเรื่องขอแบ่งแต่อย่างใด จึงยังไม่สมควรแบ่งให้ ต้องยกฟ้องแต่ไม่ตัดสิทธิคู่ความในอันจะฟ้องร้องขอแบ่งกันต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงโทษจากลักทรัพย์เป็นรับของโจรในชั้นอุทธรณ์ ทำให้จำกัดสิทธิในการฎีกาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปีฐานลักทรัพย์ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษ 1 เดือนฐานรับของโจร แม้จะเป็นการแก้มาก ก็จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 220
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการแก้ไขโทษในชั้นอุทธรณ์และการห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปีฐานลักทรัพย์ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษ 1 เดือนฐานรับของโจร แม้จะเป็นการแก้มาก ก็จะฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาจะซื้อขายสุรา: โจทก์มีหน้าที่จัดการขออนุญาตก่อน หากไม่จัดการ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าปรับจากจำเลย
จำเลยทำสัญญากับโจทก์รับจะจัดการนำสุราไปขายยัง 4 จังหวัด ซึ่งเป็นเขตต์ที่โจทก์ได้รับอนุญาตมาให้เป็นผู้ขายส่งสุรา แต่โจทก์ไม่จัดการออกใบขนสุราให้จำเลยและไม่จัดการขออนุญาตตั้งร้านค้าช่วงและผู้รับช่วงจำหน่ายในจังหวัดนั้น ๆให้จำเลย ซึ่งโจทก์เท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจขออนุญาต จำเลยจะเป็นผู้ขออนุญาตไม่ได้ จำเลยจึงไม่ได้นำสุราไปขายยังจังหวัดนั้น ๆ เป็นเหตุให้โจทก์ถูกโรงงานปรับดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์มิได้จัดการในกรณีที่อยู่ในอำนาจของตัวเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาโดยชอบโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดสัญญาและเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าปรับที่โจทก์เสียไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 182/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายสุราและการไม่ปฏิบัติตามสัญญาของผู้ขายส่ง
จำเลยทำสัญญากับโจทก์รับจะจัดการนำสุราไปขายยัง 4 จังหวัดซึ่งเป็นเขตที่โจทก์ได้รับอนุญาตมาให้เป็นผู้ขายส่งสุรา แต่โจทก์ไม่จัดการออกใบขนสุราให้จำเลย และไม่จัดการขออนุญาตตั้งร้านค้าช่วงและผู้รับช่วงจำหน่ายในจังหวัดนั้นๆ ให้จำเลย ซึ่งโจทก์เท่านั้นเป็นผู้มีอำนาจขออนุญาต จำเลยจะเป็นผู้ขออนุญาตไม่ได้ จำเลยจึงไม่ได้นำสุราไปขายยังจังหวัดนั้นๆ เป็นเหตุให้โจทก์ถูกโรงงานปรับดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์มิได้จัดการในกรณีที่อยู่ในอำนาจของตัวเพื่อให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาโดยชอบ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องหาว่าจำเลยทำผิดสัญญาและเรียกให้จำเลยชดใช้ค่าปรับที่โจทก์เสียไป