พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ยักยอกทรัพย์โดยตัวแทน: การเบียดบังเงินค่าขายทรัพย์สินที่รับมอบมา
ฟ้องว่า จำเลยได้รับมอบแหวนเพ็ชรของผู้เสียหายไป 1วง โดยจำเลยรับว่าจะเอาไปขายให้ ถ้าขายไม่ได้ก็จะเอามาคืนให้ครั้นแล้วจำเลยได้มีเจตนาทุจริตเบียดบังยักยอกแหวนเพ็ชรหรือเงินค่าแหวนนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสียดังนี้ เป็นฟ้องที่จำเลยสามารถเข้าใจข้อหาได้ดีจำเลยย่อมรู้สึกอยู่แก่ตนว่า ยักยอกแหวนหรือยักยอกเงินค่าแหวนที่ขายได้จึงไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
รับแหวนของเขาไปเพื่อจะนำไปขายตามคำสั่งของผู้มอบหมายนั้น ผู้รับมอบมีฐานะเป็นตัวแทนฉะนั้นเมื่อได้รับเงินค่าขายแหวนไว้ก็หมายความว่ารับไว้ในฐานเป็นตัวแทนเขาด้วย และมีหน้าที่จะต้องนำส่งเงินนี้แก่ผู้มอบหมายถ้ายักยอกเอาเงินนี้ไว้ เสียโดยทุจริต ก็เป็นความผิดฐานยักยอกในทางอาญา
รับแหวนของเขาไปเพื่อจะนำไปขายตามคำสั่งของผู้มอบหมายนั้น ผู้รับมอบมีฐานะเป็นตัวแทนฉะนั้นเมื่อได้รับเงินค่าขายแหวนไว้ก็หมายความว่ารับไว้ในฐานเป็นตัวแทนเขาด้วย และมีหน้าที่จะต้องนำส่งเงินนี้แก่ผู้มอบหมายถ้ายักยอกเอาเงินนี้ไว้ เสียโดยทุจริต ก็เป็นความผิดฐานยักยอกในทางอาญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้กลางคดี ศาลใช้กฎหมายที่เบากว่าลงโทษจำเลย
จำเลยกระทำความผิดในขณะที่ใช้ พระราชบัญญัติภาษีชั้นในจ.ศ.1248
โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติภาษีชั้นในจ.ศ.1248 แต่ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้อง ได้มีกฎหมายใหม่คือพระราชบัญญัติสุราพ.ศ.2493 ซึ่งบัญญัติให้ยกเลิก พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248เสียและได้ประกาศใช้มา 9 วันแล้วดังนี้ เมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติสุรา 2493 ด้วยและมีโทษเบากว่าที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 แล้ว กรณีต้องตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 และศาลอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสี่ ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสุรา 2493ได้
โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติภาษีชั้นในจ.ศ.1248 แต่ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้อง ได้มีกฎหมายใหม่คือพระราชบัญญัติสุราพ.ศ.2493 ซึ่งบัญญัติให้ยกเลิก พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248เสียและได้ประกาศใช้มา 9 วันแล้วดังนี้ เมื่อปรากฏว่าการกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติสุรา 2493 ด้วยและมีโทษเบากว่าที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ.1248 แล้ว กรณีต้องตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 8 และศาลอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192วรรคสี่ ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสุรา 2493ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กฎหมายใหม่ใช้บังคับย้อนหลังได้หรือไม่: เลือกใช้กฎหมายที่มีโทษเบาเมื่อความผิดยังคงอยู่
จำเลยกระทำความผิดในขณะที่ใช้ พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 แต่ในวันที่โจทก์ยื่นฟ้อง ได้มี ก.ม.ใหม่คือ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2493 ซึ่งบัญญัติให้ยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 เสีย และได้ประกาศใช้มา 9 วันแล้ว ดังนี้ เมื่อปรากฎว่าการกระทำของจำเลย ก็เป็นความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.สุรา 2493 ด้วยและมีโทษเบากว่า ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 แล้ว กรณีต้องตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 8 และศาลอาศัยอำนาจตาม ป.ม.วิ.อาญามาตรา 192 วรรค 4 ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.สุรา 2493 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41-42/2494
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การคุ้มครองค่าเช่าเคหะ: จำเลยต้องแสดงเจตนาใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพื่อรับความคุ้มครอง
พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คุ้มครองการเช่าเคหะที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ฉะนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าห้องเช่าอยู่ในเขตเทศบาล จำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ มิได้กล่าวในคำให้การเลยว่าห้องเช่าเป็นเคหะอันใช้เป็นที่อยู่อาศัย อันจะเป็นข้อแสดงว่าการเช่าอยู่ในความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเมื่อคำให้การของจำเลยไม่แสดงให้เห็นว่าการเช่าของจำเลยอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติแล้วคดีก็ไม่มีทางที่จำเลยจะได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่า ฯลฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับรองบุตรโดยการแจ้งเกิดและอุปการะเลี้ยงดู ทำให้บุตรมีสิทธิรับมรดกได้ แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ชายหญิงแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งถือว่าไม่เป็นผัวเมียกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อเกิดบุตรออกมา ชายได้แจ้งทะเบียนการเกิดของเด็กว่า เป็นบุตรของตนและชายได้อุปการะเลี้ยงดูเด็กกับแสดงกับคนอื่นทั่วๆไปว่าเป็นบุตรของตน ดังนี้ ถือว่าเด็กนั้นมีสิทธิรับมรดกของชายนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับรองบุตรโดยการแจ้งเกิดและอุปการะเลี้ยงดู ทำให้บุตรมีสิทธิรับมรดกได้ แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
ชายหญิงแต่งงานกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งถือว่าไม่เป็นผัวเมียกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น เมื่อเกิดบุตรออกมา ชายได้แจ้งทะเบียนการเกิดของเด็กว่าเป็นบุตรของตนและชายได้อุปการะเลี้ยงดูเด็กกับแสดงกับคนอื่นทั่ว ๆ ไปว่าเป็นบุตรของตน ดังนี้ถือว่าเด็กนั้นมีสิทธิรับมรดกของชายนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1865/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ: การทำร้ายต่อเนื่องหลังผู้ถูกทำร้ายหมดสภาพต่อสู้
ผู้ตายใช้มีดฟันจำเลย จำเลยจึงเอาไม้ตี ป้องกันตัว แต่เมื่อผู้ตายล้มลงแล้ว จำเลยยังตีและฟันผู้ตายซ้ำอีก ดังนี้ ถือว่าเป็นการเกินสมควรแก่เหตุไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1865/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ แม้ถูกทำร้ายก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว
ผู้ตายใช้มีดฟันจำเลย ๆ จึงเอาไม้ตีป้องกันตัวแต่เมื่อผู้ตายล้มลงแล้ว จำเลยยังตีและฟันผู้ตายซ้ำอีก ดังนี้ถือว่าเป็นการเกินสมควรแก่เหตุไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1854/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องร่วมของอัยการและสิทธิในทรัพย์สินมรดกหลังการเสียชีวิตของบุตร
ภรรยาเป็นโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กผู้เป็นบุตรเรียกทรัพย์ของสามีผู้เป็นบิดาของบุตร จากปู่ของบุตร ดังนี้แม้การฟ้องในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กจะไม่ชอบเพราะเป็นอุทลุม แต่ที่ฟ้องในฐานะส่วนตัวยังสมบูรณ์อยู่ฉนั้นอัยการในนามของเด็กบุตรโจทก์ก็ย่อมมีสิทธิร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วม เพื่อรักษาผลประโยชน์ของเด็กให้ได้รับความคุ้มครองได้
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลยโดยอ้างว่าเป็นของผู้ตายและโจทก์เป็นทายาท เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเป็นทรัพย์ของผู้ตายกับจำเลยคนละครึ่งและจำเลยก็เป็นทายาทผู้หนึ่งด้วยเหมือนกัน ดังนี้ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งทรัพย์รายนั้นออกเป็น 2 ส่วนก่อนแล้วให้แบ่งส่วนของผู้ตายให้แก่โจทก์จำเลยผู้เป็นทายาทตามส่วนที่ตนมีสิทธิได้
อัยการในนามของเด็กฟ้องเรียกมรดกของบิดาเด็กจากปู่ของเด็ก เมื่อเด็กบางคนตายในระหว่างคดีอัยการก็ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์สำหรับเด็กคนที่ตายนั้นต่อไป แต่ศาลก็พิพากษาให้เด็กที่ยังอยู่ได้รับส่วนแบ่งตามส่วนของตนที่มีอยู่เดิม ส่วนของเด็กที่ตายซึ่งเหลือจากแบ่งให้เด็กที่ยังอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่จะเรียกร้องกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
ฟ้องเรียกเงินทั้งหมดได้ความว่าเป็นขอโจทก์จำเลยร่วมกัน ศาลพิพากษาให้แบ่งไปเลยแต่โจทก์ไม่สมควรได้ดอกเบี้ย
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลยโดยอ้างว่าเป็นของผู้ตายและโจทก์เป็นทายาท เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าเป็นทรัพย์ของผู้ตายกับจำเลยคนละครึ่งและจำเลยก็เป็นทายาทผู้หนึ่งด้วยเหมือนกัน ดังนี้ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งทรัพย์รายนั้นออกเป็น 2 ส่วนก่อนแล้วให้แบ่งส่วนของผู้ตายให้แก่โจทก์จำเลยผู้เป็นทายาทตามส่วนที่ตนมีสิทธิได้
อัยการในนามของเด็กฟ้องเรียกมรดกของบิดาเด็กจากปู่ของเด็ก เมื่อเด็กบางคนตายในระหว่างคดีอัยการก็ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์สำหรับเด็กคนที่ตายนั้นต่อไป แต่ศาลก็พิพากษาให้เด็กที่ยังอยู่ได้รับส่วนแบ่งตามส่วนของตนที่มีอยู่เดิม ส่วนของเด็กที่ตายซึ่งเหลือจากแบ่งให้เด็กที่ยังอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่จะเรียกร้องกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
ฟ้องเรียกเงินทั้งหมดได้ความว่าเป็นขอโจทก์จำเลยร่วมกัน ศาลพิพากษาให้แบ่งไปเลยแต่โจทก์ไม่สมควรได้ดอกเบี้ย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1854/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้อง, การเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม, การแบ่งมรดก, สิทธิในสินสมรส และผลกระทบการตายของโจทก์ระหว่างคดี
ภรรยาเป็นโจทก์ฟ้องในฐานะส่วนตัวและผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กผู้เป็นบุตรเรียกทรัพย์ของสามีผู้เป็นบิดาของบุตรจากปู่ของบุตร ดังนี้ แม้การฟ้องในฐานะเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็ก จะไม่ชอบเพราะเป็นอุทลุมแต่ที่ฟ้องในฐานะส่วนตัวยังสมบูรณ์อยู่ ฉะนั้นอัยการในนามของเด็กบุตรโจทก์ย่อมมีสิทธิร้องสอดเข้าเป็นโจทก์ร่วมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเด็กให้ได้รับความคุ้มครองได้
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลยโดยอ้างว่า เป็นของผู้ตายและโจทก์เป็นทายาท เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า เป็นทรัพย์ของผู้ตายกับจำเลยคนละครึ่งและจำเลยก็เป็นทายาทผู้หนึ่งด้วยเหมือนกัน ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งทรัพย์รายนั้นออกเป็น 2 ส่วนก่อนแล้วให้แบ่งส่วนของผู้ตายให้แก่โจทก์จำเลยผู้เป็นทายาทตามส่วนที่ตนมีสิทธิได้
อัยการในนามของเด็กฟ้องเรียกมรดกของบิดาเด็กจากปู่ของเด็กเมื่อเด็กบางคนตายในระหว่างคดี อัยการก็ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์สำหรับเด็กคนที่ตายนั้นต่อไป แต่ศาลก็พิพากษาให้เด็กที่ยังอยู่ได้รับส่วนแบ่งตามส่วนของตนที่มีอยู่เดิม ส่วนของเด็กที่ตายซึ่งเหลือจากแบ่งให้เด็กที่ยังอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่จะเรียกร้องกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
ฟ้องเรียกเงินทั้งหมดได้ความว่า เป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน ศาลพิพากษาให้แบ่งไปเลยแต่โจทก์ไม่สมควรได้ดอกเบี้ย
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลยโดยอ้างว่า เป็นของผู้ตายและโจทก์เป็นทายาท เมื่อทางพิจารณาได้ความว่า เป็นทรัพย์ของผู้ตายกับจำเลยคนละครึ่งและจำเลยก็เป็นทายาทผู้หนึ่งด้วยเหมือนกัน ดังนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งทรัพย์รายนั้นออกเป็น 2 ส่วนก่อนแล้วให้แบ่งส่วนของผู้ตายให้แก่โจทก์จำเลยผู้เป็นทายาทตามส่วนที่ตนมีสิทธิได้
อัยการในนามของเด็กฟ้องเรียกมรดกของบิดาเด็กจากปู่ของเด็กเมื่อเด็กบางคนตายในระหว่างคดี อัยการก็ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์สำหรับเด็กคนที่ตายนั้นต่อไป แต่ศาลก็พิพากษาให้เด็กที่ยังอยู่ได้รับส่วนแบ่งตามส่วนของตนที่มีอยู่เดิม ส่วนของเด็กที่ตายซึ่งเหลือจากแบ่งให้เด็กที่ยังอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่จะเรียกร้องกันอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
ฟ้องเรียกเงินทั้งหมดได้ความว่า เป็นของโจทก์จำเลยร่วมกัน ศาลพิพากษาให้แบ่งไปเลยแต่โจทก์ไม่สมควรได้ดอกเบี้ย