พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,595 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฉุดคร่าอนาจาร แม้มีเจตนาขอเป็นภริยา ก็ยังเป็นความผิดตามกฎหมาย, สมรู้ร่วมคิดช่วยเหลือมีความผิดด้วย
ชายฉุดคร่าหญิงไป แม้จะมีเจตนาเอาไปเป็นภริยาก็หาเป็นเหตุให้พ้นผิดฐานฉุดคร่าอนาจารตาม กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 276 ไม่
ชายฉุดคร่าหญิงขึ้นเรือนแล้วจะเอาเข้าห้อง หญิงดิ้นไม่ยอมเข้าห้อง จำเลยไปช่วยเขาผลักดันให้หญิงเข้าไปในห้อง ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานสมรู้ช่วยเหลืออุปการะแก่ผู้ชายผู้กระทำผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 276,65 จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน
ชายจับมือถือแขนหญิงในที่สาธารณะสถานแม้จะจับด้วยความรักใคร่ ก็มีผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 246
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 214 แต่ไม่ผิดตามมาตรา 276 จำคุก 3 เดือนศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 276 ด้วยให้จำคุก 9 เดือน แม้จะถือว่าเป็นการแก้มาก แต่คงลงโทษ ไม่เกิน1 ปี ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
ชายฉุดคร่าหญิงขึ้นเรือนแล้วจะเอาเข้าห้อง หญิงดิ้นไม่ยอมเข้าห้อง จำเลยไปช่วยเขาผลักดันให้หญิงเข้าไปในห้อง ดังนี้ ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานสมรู้ช่วยเหลืออุปการะแก่ผู้ชายผู้กระทำผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 276,65 จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน
ชายจับมือถือแขนหญิงในที่สาธารณะสถานแม้จะจับด้วยความรักใคร่ ก็มีผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 246
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 214 แต่ไม่ผิดตามมาตรา 276 จำคุก 3 เดือนศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 276 ด้วยให้จำคุก 9 เดือน แม้จะถือว่าเป็นการแก้มาก แต่คงลงโทษ ไม่เกิน1 ปี ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฉุดคร่าห์อนาจาร แม้มีเจตนาแต่งงานก็ผิด, สมรู้ร่วมคิดช่วยกระทำความผิด และการกระทำอนาจารในที่สาธารณะ
ชายฉุดคร่าห์หญิงไปแม้จะมีเจตนาเอาไปเป็นภริยาก็หาเป็นเหตุให้พ้นผิดฐานฉุดคร่าห์อนาจารตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 276 ไม่
ชายฉุดคร่าห์หญิงขึ้นเรือนแล้วจะเอาเข้าห้อง หญิงดิ้นไม่ยอมเข้าห้องจำเลยไปช่วยเขาผลักดันให้หญิงเข้าไปในห้องดังนี้ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานสมรู้ช่วยเหลือ อุปการะแก่ผู้ชายผู้กระทำผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 246, 65 จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน
ชายจับมือถือแขนหญิงในที่สาธารณะสถานแม้จะจับด้วยความรักใคร่ ก็มีผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 246
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 276 จำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 276 ด้วยให้จำคุก 9 เดือน แม้จะถือว่าเป็นการแก้มาก แต่คงลงโทษไม่เกิน 1 ปี ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
ชายฉุดคร่าห์หญิงขึ้นเรือนแล้วจะเอาเข้าห้อง หญิงดิ้นไม่ยอมเข้าห้องจำเลยไปช่วยเขาผลักดันให้หญิงเข้าไปในห้องดังนี้ศาลอุทธรณ์ลงโทษฐานสมรู้ช่วยเหลือ อุปการะแก่ผู้ชายผู้กระทำผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 246, 65 จำเลยฝ่ายเดียวฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน
ชายจับมือถือแขนหญิงในที่สาธารณะสถานแม้จะจับด้วยความรักใคร่ ก็มีผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 246
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 276 จำคุก 3 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยผิดตามมาตรา 276 ด้วยให้จำคุก 9 เดือน แม้จะถือว่าเป็นการแก้มาก แต่คงลงโทษไม่เกิน 1 ปี ต้องห้ามไม่ให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1573/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความมรดกเริ่มนับเมื่อใด: ทายาทรู้ถึงการเสียชีวิต แม้มีการฟ้องร้องเรียกทรัพย์มรดกก่อนหน้านี้
ทายาทคนหนึ่งฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของผู้ตายจากผู้ที่ยึดถือไว้ จนชนะคดีได้ทรัพย์มรดกนั้นมาภายหลังเจ้ามรดกตายเกิน 1 ปีแล้ว ดังนี้ทายาทคนอื่นจะฟ้องขอแบ่งมรดกนี้จากทายาทผู้ได้มรดกมานั้นอีก ย่อมถึงว่าขาดอายุความมรดกตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 1754
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1573/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความมรดก 1 ปี เริ่มนับแต่วันรู้ความตาย แม้มีการฟ้องร้องเรียกทรัพย์มรดกก่อนหน้านี้
ทายาทคนหนึ่งฟ้องเรียกทรัพย์มรดกของผู้ตายจากผู้ที่ยึดถือไว้ จนชนะคดีได้ทรัพย์มรดกนั้นมา ภายหลังเจ้ามรดกตายเกิน 1 ปีแล้ว ดังนี้ ทายาทคนอื่นจะฟ้องขอแบ่งมรดกนี้จากทายาทผู้ได้มรดกมานั้นอีก ย่อมถือว่า ขาดอายุความมรดกตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ประเด็นกรรมสิทธิ์ที่ดินที่เคยตัดสินเด็ดขาดแล้ว
คดีเรื่องก่อนจำเลยฟ้องโจทก์อ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย โจทก์ต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่าที่ดินเป็นของจำเลย คดีเสร็จเด็ดขาดแล้วโจทก์มาฟ้องคดีใหม่อ้างว่าที่ดินเป็นของโจทก์มอบให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ย เป็นการฟ้องตั้งประเด็นว่าที่ดินเป็นของโจทก์อันเป็นประเด็นข้อสำคัญอย่างเดียวกับคดีก่อนนั่นเอง จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1553/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: ประเด็นข้อพิพาทเดิมที่เคยตัดสินเด็ดขาดแล้ว
คดีเรื่องก่อนจำเลยฟ้องโจทก์อ้างว่าที่ดินเป็นของจำเลย โจทก์ต่อสู้ว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ศาลฎีกาตัดสินว่าที่ดินเป็นของจำเลย คดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์มาฟ้องคดีใหม่อ้างว่าที่ดินเป็นของโจทก์มอบให้จำเลยทำกินต่างดอกเบี้ยเป็นการฟ้องตั้งประเด็นว่า ที่ดินเป็นของโจทก์ อันเป็นประเด็นข้อสำคัญอย่างเดียวกับคดีก่อนนั่นเอง จึงเป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิด พ.ร.บ.ฝิ่น แม้มีเหตุผลความจำเป็นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ไม่เพียงพอที่จะยกเว้นความผิดได้
ผู้ได้รับอนุญาตตั้งร้านฝิ่นได้พาฝิ่น ซึ่งได้รับอนุญาตให้ขายในร้านออกนอกร้านฝิ่นไปเก็บไว้ที่พักของตนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น จะกล่าวอ้างว่าเพราะตำรวจจับลูกจ้างในร้านฝิ่นไปหมดนั้น ย่อมไม่ใช่เหตุฉุกเฉินร้ายแรงถึงขนาดที่จะอ้างเป็นความจำเป็นให้พ้นผิดได้ และจะอ้างว่าไม่มี เจตนาตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 43 ก็ไม่ได้ (อ้างฎีกาที่ 269/2480)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกระทำผิดกฎหมายฝิ่น แม้มีเหตุผลเรื่องการจับกุมลูกจ้าง ไม่ถือเป็นเหตุจำเป็นเพื่อพ้นผิดได้
ผู้ได้รับอนุญาตตั้งร้านฝิ่นได้พาฝิ่น ซึ่งได้รับอนุญาตให้ขายในร้านออกนอกร้านฝิ่นไปเก็บไว้ที่พักของตนโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นจะกล่าวอ้างว่าเพราะ ตำรวจจับลูกจ้างในร้านฝิ่นไปหมดนั้น ย่อมไม่ใช่เหตุฉุกเฉินร้ายแรงถึงขนาดที่จะอ้างเป็นความจำเป็นให้พ้นผิดได้ และจะอ้างว่าไม่มีเจตนาตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 43 ก็ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันทรัพย์และตนเอง: การใช้กำลังเพื่อป้องกันการลักทรัพย์และการต่อสู้
ผู้ตายลักทรัพย์ของจำเลยจำเลยติดตามมา ผู้ตายหันหน้ากลับมาต่อสู้ด้วยมีดปาดตาลจำเลยจึงตีผู้ตายด้วยเสียม ซึ่งเป็นวัตถุที่ธรรมดามิใช่สาตราวุธจำเลยตีเพียงหนึ่งหรือสองที ผู้ตายก็วิ่งหนีไปดังนี้เรียกได้ว่าจำเลยกระทำการป้องกันทรัพย์และตนพอสมควรแก่เหตุ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1508/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การป้องกันทรัพย์และตนเอง: การใช้กำลังเพื่อป้องกันการลักทรัพย์และการถูกทำร้ายด้วยอาวุธ
ผู้ตายลักทรัพย์ของจำเลย จำเลยติดตามมา ผู้ตายหันหน้ากลับมาต่อสู้ด้วยมีดปาดตาล จำเลยจึงตีผู้ตายด้วยเสียม ซึ่งเป็นวัตถุที่ธรรมดามิใช่ศาตราวุธ จำเลยตีเพียงหนึ่งหรือสองที ผู้ตายก็วิ่งหนีไป ดังนี้ เรียกได้ว่าจำเลยกระทำการป้องกันทรัพย์และตนพอสมควรแก่เหตุ